
กาฬสินธุ์ต่อยอด"ยุวชนอาสา"สู่"ยุวสตาร์ตอัพ"
รัฐมนตรีอุดมศึกษาฯติดตามผลโครงการยุวชนอาสา ม.กาฬสินธุ์ เตรียมต่อยอดผลักดันเป็นผู้ประกอบการ"ยุวสตาร์ตอัพ" เสริมความแข็งแกร่งเศรษฐกิจชุมชนภายใต้แผนงานยุวชนสร้างชาติ
วันที่ 17 มิถุนายน 2563 ที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์(มกส.) อ.เมืองกาฬสินธุ์ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และคณะ ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินโครงการยุวชนอาสา ระยะที่ 1 โดยมีนายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ รศ.จิระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์และนักศึกษา ต้อนรับ พร้อมจัดนิทรรศการและนำเสนอผลการดำเนินงาน
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า โครงการยุวชนอาสาเป็นการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในการปฏิบัติงานได้จริง นำองค์ความรู้ที่หลากหลายมาบูรณาการแก้ไขปัญหาพัฒนาชุมชนในมิติต่าง ๆ ผลักดันนักศึกษาสู่การเป็นผู้ประกอบการ“ยุวสตาร์ตอัพ” กระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้แผนงานยุวชนสร้างชาติของกระทรวง อว. ที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน ซึ่งครั้งนี้เป็นการตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินโครงการยุวชนอาสา ระยะที่ 1
ด้านรศ.จิระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า โครงการยุวชนอาสาเป็นโครงการที่ทำงานร่วมกับชุมชน โดยมีนิสิตนักศึกษาจากหลากหลายสาขา รวมกลุ่มกันลงไปในชุมชน เพื่อศึกษาวิเคราะห์ประมวลผล จากนั้นนำมาวางโครงงานเพื่อนำองค์ความรู้ที่หลากหลายในสถาบันอุดมศึกษา มาบูรณาการในการแก้ไขปัญหาความยากจน ผลที่เกิดขึ้นคือการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด จากที่ให้นักศึกษาได้ลงปฏิบัติงานจริง ลงพื้นที่จริง สัมผัสกับปัญหาจริง ภายใต้การให้คำปรึกษาของอาจารย์ เป็นการนำเอาความรู้ที่เรียนมาไปพัฒนาและแก้ไขให้กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ยังเป็นการปฏิรูปการเรียนการสอน โดยการเอานักศึกษาลงไปเรียนจริงกับพื้นที่จริง เอาอาจารย์ลงพื้นที่ไปหาโจทย์ปัญหาจากพื้นที่จริง ๆ แทนที่จะอยู่แต่ในห้องเรียน ก็ได้ลงไปเรียนในพื้นที่ที่เป็นองค์ความรู้เป็นแหล่งความรู้ ต่อไปครูอาจารย์ต้องกระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการอยากรู้ อยากเรียน อยากปฏิบัติ อยากเป็นนักธุรกิจ อยากเป็นผู้ประกอบการ การเรียนการสอนแบบบรรยายอยู่หน้าห้องจะต้องลดน้อยลง ต่อไปคงตรงไปที่เรื่องผลิตภัณฑ์ การยกระดับผลิตภัณฑ์ ดูเรื่องบัญชีรายรับรายจ่าย ดูมูลค่าเพิ่ม ดูการตลาด ระหว่างที่นักศึกษาลงไปทำกิจกรรมเหล่านี้ ก็จะเกิดความคิดกลายเป็นยุวสตาร์ตอัพ ที่จะเป็นการต่อยอดจากโครงการ“ยุวชนอาสา” ผลักดันนักศึกษาสู่การเป็นผู้ประกอบการ ไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัด ภายใต้ “แผนงานยุวชนสร้างชาติ” ต่อไป
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ทำโครงการยุวชนอาสาจำนวน 34 โครงการ มีนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 300 คน เกี่ยวข้องกับหลายมิติ เช่น การเกษตร การท่องเที่ยว ธุรกิจเอสเอ็มอี ผลิตภัณฑ์ชุมชน การค้าขายออนไลน์ และการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce โดยบูรณาการความรู้ที่หลากหลายศาสตร์จากคณาจารย์ทั้ง 6 คณะในมหาวิทยาลัย ในการเข้าไปส่งเสริมและพัฒนาชุมชนเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การสำรวจข้อมูลพื้นฐานของชุมชน การร่วมกันกำหนดประเด็นเพื่อการพัฒนา ส่งเสริมการขายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ตลอดจนกิจกรรมเพื่อลดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ร่วมกับชุมชน เช่น อบรมทำหน้ากากอนามัยจากวัสดุในท้องถิ่น และทำเจลล้างมือร่วมกับชุมชนอีกด้วย
โครงการยุวชนอาสา เป็นโครงการที่ให้นักศึกษาหลากหลายสาขารวมกลุ่มกันเพื่อบูรณาการความรู้ในการแก้ไขปัญหาในชุมชน มีอาจารย์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นที่ปรึกษา โดยให้นักศึกษาลงไปทำงานในพื้นที่จำนวน 1 ภาคการศึกษา การดำเนินการในระยะที่ 1 ระหว่างเดือนพ.ย. 2562 - ก.ย. 2563 นำร่องที่ จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 83 โครงการ จาก 7 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มีนิสิต/นักศึกษาจำนวนมากกว่า 800 คน เข้าร่วมโครงการ และมีอาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาเป็นที่ปรึกษา ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้นิเทศงานและแนะนำให้กับกลุ่มนิสิต/นักศึกษา ซึ่งมีชุมชนเป้าหมายใน 60 ตำบล 15 อำเภอ ใน จ.กาฬสินธุ์
จากนั้นคณะรัฐมนตรี อว. เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามโครงการยุวชนอาสา เพื่อยกระดับบริการบ้านพักชุมชน สู่การเป็นโฮมสเตย์มาตรฐานประเทศไทย ที่หมู่บ้านท่องเที่ยวนวัตวิถี โดยชุมชนบ้านหนองแวงภูปอ ต.ภูปอ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ก่อนที่จะเดินทางไปติดตามโครงการจ้างงานผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมภูสิงห์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ต.ภูดิน อ.เมืองกาฬสินธุ์ เป็นจุดสุดท้าย






