
ศบค.ชี้ติดเชื้อในไทยเป็นศูนย์พบป่วยใหม่กลับจากคูเวต
ศบค.ชี้ติดเชื้อในไทยเป็นศูนย์ พบผู้ป่วยใหม่ที่ State Qกลับจากคูเวต 11 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม ย้ำใส่หน้ากากทุกครั้งปลอดโรคปลอดภัย
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19 ) ในประเทศไทยวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 พบ ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 11 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,076 ราย จาก State Q 139 ราย ศูนย์กักกัน 65 ราย ผู้เสียชีวิต 0 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตคงเดิม 57 ราย รักษาหายเเล้ว 2,945 ราย และ ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 74 ราย
จำแนกผู้ป่วยตามพื้นที่การรักษา กทม.และนนทบุรี 1,722 ราย ภาคใต้ 737 ราย ภาคกลาง 411 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ111 ราย ภาคเหนือ 95 ราย
กลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ 11 รายที่พบใหม่ จากผู้ที่เดินทางมาจากประเทศคูเวต อาชีพทำงานแคมป์ฮุนได,รับจ้างและนวดไทย และเข้า State Quarantine ทั้งสิ้น ทำให้ผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศไม่มี ซึ่งจะเข้ากับช่วงที่มีการผ่อนคลายระยะที่3
สำหรับการตรวจของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สถิติการตรวจสะสมตั้งแต่ 17-28 พ.ค.63 จำนวนที่ตรวจ 264,458 แห่ง เฉลี่ย 22,000 แห่ง/วัน ปฏิบัติตามมาตรการครบ 263,997 แห่ง ปฏิบัติไม่ครบ 416 แห่ง ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 5 แห่ง ส่วนการบังคับใช้มาตรการห้ามออกนอกเคหสถานและห้ามรวมกลุ่ม ชุมนุม มั่วสุม มีการดำเนินคดีตั้งแต่วันที่ 17-28 พ.ค. มีการดำเนินคดี 3,836 คดี หรือ320 คดี/วัน ลดลงเฉลี่ย 327 คดี/วัน
ด้านกระทรวงมหาดไทยรายงานถึงมาตรการป้องกันและสกัดกั้นการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย โดยมีการเดินทางเข้าประเทศตามเงื่อนไขที่กำหนด มีจำนวน 14,910 คนพ้นระยะกักตัว 14วันและส่งกลับภูมิลำเนา 11,230 คน คงเหลือจำนวน 3,680 คน ส่วนการปิดสถานที่หรืองดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด สถานที่มีคนแออัดเบียดเสียด ระหว่างวันที่ 3-23 พ.ค. จำนวน 47,164 แห่ง อาทิ โรงมหรสพ สถานบริการ/ผับ/บาร์ สวนน้ำ สนามเด็กเล่น สนามมวย สวนสัตว์ เป็นต้น
ด้านมาตรการผ่อนปรนภายหลังการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีการเปิดสถานที่/กิจกรรมให้บริการเพื่อเป็นการผ่อนคลายให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างได้ ระหว่างวันที่ 3-28 พ.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 291,394 แห่ง อาทิการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในโรงแรม ท่าอากาศยาน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้ายกเว้นโรงมหรสพ โรงภาพยนต์ ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือดัดผม การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ เป็นต้น
การประเมินผลการดำเนินการตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่2 ความร่วมมือของผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ 93.55% สถานรับดูแลเด็กและผู้สูงอายุแบบพึ่งพิง 93.11% ศูนย์การเรียนรู้และห้องสมุดสาธารณะ 92.79% มีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรค มีการปฏิบัติตามมาตรการ3อันดับแรก คือ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ภายในสถานที่จำหน่ายอาหาร 97.60% การห้ามมีผู้ชมมาชุมนุมกันหรือเป็นการแข่งขัน 94.97% และการมีจุดบริการล้างมือด้วยบู่หรือแอลกอฮอลล์เจลหรือน้ำยา ฆ่าเชื้อโรค 94.61%
ปฏิบัติตามมาตรการใน3 อันดับสุดท้ายคือ การใช้แอพพลิเคชันติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ 77.40% ระบบเก็บข้อมูลและติดตามผู้ใช้บริการ 80.97% และการสวมFace Shield ถุงมือและเสื้อคลุมแขนยามทุกครั้งที่ให้บริการ 84.81%






