
โฆษก ศบค. เแย้มคลายล็อกเฟส 3 มีกิจการ/กิจกรรม สามารถผ่อนคลายได้มากขึ้น
โฆษก ศบค. เแย้มคลายล็อกเฟส 3 มีกิจการ/กิจกรรม ที่จะสามารถผ่อนคลายได้มากขึ้น แต่ต้องรักษาสมดุลระหว่างสุขภาพและเศรษฐกิจ ลุ้น ศบค.ชุดใหญ่เคาะในสัปดาห์นี้
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผ่อนคลายระยะที่ 3 ว่า บ่ายนี้ คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะมีการประชุมหารือถึง กิจการ/กิจกรรม ที่จะสามารถผ่อนคลายได้มากขึ้น โดยเน้นการเปิดสถานประกอบการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย โดยอาจมีกิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมาอยู่ในนี้ด้วย แต่ยังไม่ยืนยันว่ามีกิจการ/กิจกรรมใดบ้าง เพราะยังต้องมีการพิจารณาให้บาลานซ์กันระหว่าง ผู้ที่จะผ่อนคลาย และ ผู้ที่ต้องดูในเรื่องของสุขภาพด้วย
"ยังไม่ยืนยันจนกว่าจะนำเข้าที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ ขอให้รอมติภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ชุดข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าไม่ควรนิ่งนอนใจถึงแม้ว่าสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อจะน้อยลง เพราะอาจมีผู้ป่วยหลายคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ไม่แสดงอาการ จึงขอให้ประชาชนช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการหลักในช่วงเวลา 1 เดือนนี้ เพื่อให้สามารถผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 3 ได้ และง่ายต่อการผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 4 ด้วย พร้อมฝากไปถึงผู้ประกอบกิจการที่มีกิจการ/กิจกรรม จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง หากมีมาตรการป้องกันหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สร้างความมั่นใจได้ก็สามารถเสนอต่อ ศบค. เพื่อเปิดกิจการและเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะทำหน้าที่ดูแล ควบคุม เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด
แม้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะขยายระยะเวลาออกไป เพราะหลายมาตรการต้องต่อเนื่อง แต่ก็เน้นผ่อนคลาย กิจการ/กิจกรรม ของประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยรักษาสมดุลระหว่างสุขภาพและเศรษฐกิจ ยืนยันว่าการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ นั้น เป็นเพื่อการดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ด้านอื่น และหลังจาก 30 มิ.ย.นี้ ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นเป็นไปได้ที่จะมีการพิจารณาคลายล็อกระยะที่ 4 และอาจจะมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการใช้ชีวิตเป็นปกติวิถีใหม่ ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องมีกฎหมายอะไรมาบังคับหรือดูแล ประชาชน






