
ติดเชื้อโควิดเป็นศูนย์แต่อย่าวางใจ
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19 ) ในประเทศไทยวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 เวลา 11:30 น. พบ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 0 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 3,017 ราย ผู้เสียชีวิต 0 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตคงเดิม 56 ราย รักษาหายเพิ่ม 46ราย รวมรักษาหายเเล้ว 2,844 ราย และ ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 117 ราย
จังหวัดที่รับรักษาผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อ จำนวน 3,017 คน ใน 68 จังหวัด อัตราการป่วย 4.54 ต่อแสนประชากร โดย 10 อันดับผู้ป่วยสะสมสูงสุด คือ
1. กรุงเทพมหานคร 1,531 ราย 2. ภูเก็ต 224 ราย 3. นนทบุรี 156ราย 4. ยะลา 125 ราย 5. สมุทรปราการ 115 ราย 6. ชลบุรี 85 ราย 7. ปัตตานี 79 ราย 8. สงขลา 44 ราย 9. เชียงใหม่ 40 ราย 10 ปทุมธานี 39 ราย
หากแยกจำนวนผู้ป่วยตามอายุและเพศ พบว่า อัตราผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิง ซึ่ง ผู้ป่วยอายุน้อยสุด 1 เดือน ผู้ป่วยอายุสูงสุด 97 ปี อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยคือ 39 ปี
จำแนกตามพื้นที่การรักษา กทม.และปริมณฑล 1,703 ราย ภาคใต้ 726 ราย ภาคกลาง 383 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 รายและภาคเหนือ 94 ราย
สำหรับกลุ่มจังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยใน 28 วันที่ผ่านมา เหลือ18 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยช่วง 28 วันที่ผ่านมา มีเพิ่มขึ้นเป็น 50 จังหวัด และจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อน ที่ยังมีความเข้มแข็ง 9 จังหวัด คือ ชัยนาท ตราด สิงห์บุรี อ่างทอง กำแพงเพชร น่าน พิจิตร บึงกาฬ ระนอง
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ศูนย์รายเป็นเรื่องที่ต้องดีใจกับทุกคนที่พยายามกันมาหลายวัน ทั้งนี้ ตั้งแต่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน วันที่ 3 เม.ย.ทำให้ผู้ป่วยรายใหม่ไม่ขยับขึ้น และเราทำดีมาเรื่อยๆ จนมีการผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรมในวันที่ 3 พ.ค. ตอนนั้นเรามีความกังวลใจอยู่เหมือนกันว่าเมื่อผ่อนปรนตัวเลขจะพุ่งขึ้น แต่ระยะเวลา 10 วันที่ผ่านมา มีเพียงวันที่ 4 พ.ค.เพียงวันเดียวที่พบผู้ป่วยรายใหม่ 18 คน แต่เป็นคนที่อยู่ศูนย์กักกันที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ไม่ใช่ตัวเลขที่พบในประเทศ
แต่จะบอกว่าเป็นศูนย์ก็ไม่ได้ เพราะต้องมีการรายงานตัวเลขเข้ายอดสะสม แต่วันนี้ถือเป็นศูนย์จริงๆ และถ้าไม่นับวันที่ 4 พ.ค.วันนี้ถือเป็นวันที่ 17 แล้วที่ไทยมีตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่หลักเดียวติดต่อกันมา อยากให้ทุกคนภาคภูมิใจที่เราสามัคคีร่วมมือกันทำให้ตัวเลขนี้เกิดขึ้นจริง เป็นฝีมือของคนไทย แต่ยังขอให้ทุกคนช่วยกันทำต่อไป เพราะใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มี5 อันดับแรกที่นำมาแสดง คือศูนย์กักกันตัวของรัฐ การค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก และการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ ที่เมื่อวันที่ 12 พ.ค.พบในกทม.และนราธิวาส และที่อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค อาจจะมีผู้ติดเชื้อวันนี้หรือพรุ่งนี้ได้ แต่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อ
"ดังนั้น เราอาจสบายใจและเบาใจได้ แต่ยังวางใจไม่ได้ทั้งหมด เรายังต้องปฏิบัติตามมาตรการหลัก ทั้ง5 ข้อหรือ 3 ข้อหลักคือการล้างมือ เว้นระยะห่าง และใส่หน้ากากอนามัย ขอชื่นชมกับตัวเลขที่เป็นศูนย์ ที่เราร่วมมือกัน และขอให้ทุกคนทำตัวเองให้อยู่ในชีวิตวิถีใหม่ เพื่อให้เห็นตัวเลขที่น่าพอใจอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ที่สุดเราอาจเป็นประเทศแรกๆ ที่พ้นความทุกข์ก่อนคนอื่นก็ได้"
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่มีการปรับเกณฑ์การตรวจผู้ที่มีนิยามในการเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ให้เปิดกว้างขึ้น ทำให้มีผู้เข้ามาตรวจ 34,444 ตัวอย่าง พบผู้ป่วย 63 ราย อัตราการติดเชื้อ 0.18% ซึ่งถือว่าน้อย แต่เราจะตรวจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค ที่เก็บข้อมูลผู้ติดเชื้อตั้งแต่เดือน ก.พ.-11 พ.ค. พบว่า ในสถานที่กักตัวของรัฐมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 90 ราย เป็นเพศชายมากกว่าหญิง ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน อายุเฉลี่ย 41 ปี สัญชาติไทย 98% อเมริกา 1%และอังกฤษ 1%
จังหวัดที่รับรักษาคือ สงขลา สตูล กทม.ปัตตานี และยะลา ส่วนประเทศต้นทางที่ผู้ป่วยเดินทางมา (90ราย) คือ1.อินโดนีเซีย 2.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 3. สหรัฐอเมริกา 4. มาเลเซีย 5. คาซัคสถาน 5.ญี่ปุ่น 5.ปากีสถาน5. สหราชอาณาจักร






