thansettakij
thansettakij
ศบค.ชี้ร้านค้า-ปชช.ร่วมมือ15พ.ค.รู้ชัดคลายล็อกกิจการใด

ศบค.ชี้ร้านค้า-ปชช.ร่วมมือ15พ.ค.รู้ชัดคลายล็อกกิจการใด

11 พ.ค. 63 | 09:50 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 63 | 12:27 น.

นพ.ทวีศิลป์  วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019  (COVID-19 ) ในประเทศไทยวันที่ 11 พฤษภาคม  2563 เวลา 11:30 น. กล่าวถึงผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 10 พ.ค.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 11 พ.ค. มีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 597 ราย ลดลงกว่าคืนก่อน 70 ราย ชุมนุมมั่วสุม 89 ราย ลดลงกว่าคืนก่อน 58 ราย  พบว่าการดื่มสุราเป็นการกระทำผิดอันดับหนึ่ง หรือ 55%  เล่นการพนัน 20% ยาเสพติด 18%  ดังนั้นยอดสะสมรายสัปดาห์วันที่4-10 พ.ค.63  การชุมนุมมั่วสุมรวม 760 คน  การออกนอกเคหสถาน รวม 4,646  คน  ผลการตรวจค้นยานพาหนะ  145,755 คัน  ตรวจบุคคลที่ด่านตรวจ 190,512 คน 

 

ศบค.ชี้ร้านค้า-ปชช.ร่วมมือ15พ.ค.รู้ชัดคลายล็อกกิจการใด

ขณะที่การตรวจกิจการ/กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรนประจำวันที่ 10 พ.ค. ตรวจทั้งสิ้น 18,512 แห่ง ปฏิบัติตามมาตรการ 18,063 แห่ง  แต่ในจำนวนนี้เป็นผู้ปฏิบัติตามมาตรการ แต่ปฏิบัติไม่สมบูรณ์ 5,644 แห่ง หรือ 30.49%  จำเป็นต้องเข้าไปแนะนำให้ทำให้ดีขึ้น  ส่วนที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการ 449 แห่ง หรือ 2.37% ลดลงน้อยกว่าเมื่อวันที่ 10 พ.ค.  โดยผลการตรวจสะสมแยกตามประเภท ร้านอาหาร  ปฏิบัติตาม   38,202 ราย  ไม่ปฏิบัติตาม  1,524  ราย  ร้านค้าปลีก ตลาด ปฏิบัติตาม   31,259 ราย  ไม่ปฏิบัติตาม  980  ราย   

ร้านตัดผม ปฏิบัติตาม   22,673 ราย  ไม่ปฏิบัติตาม  691  ราย ซุปเปอร์มาร์เก็ต  ปฏิบัติตาม   4,602 ราย  ไม่ปฏิบัติตาม  120  ราย  สวนสาธารณะ ปฏิบัติตาม   3,279 ราย  ไม่ปฏิบัติตาม  72  ราย   ร้านสัตว์เลี้ยง ปฏิบัติตาม   2,724 ราย  ไม่ปฏิบัติตาม  33  ราย  สนามกีฬา  ปฏิบัติตาม   2,341 ราย  ไม่ปฏิบัติตาม  62 ราย  สนามกอล์ฟ ปฏิบัติตาม   877 ราย  ไม่ปฏิบัติตาม  5  ราย 

ศบค.ชี้ร้านค้า-ปชช.ร่วมมือ15พ.ค.รู้ชัดคลายล็อกกิจการใด

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่าการเห็นภาพของความร่วมมือ  ทั้งผู้ประกอบการและผู้รับบริการในการปฏิบัติตามข้อกำหนดในทางที่ดีขึ้น ทำผิดลดน้อยลง ก็ยังอยากฝากให้ประชาชนทุกคนช่วยกัน  ทั้งนี้ทางศบค.มีหน้าที่ในการประกาศให้ผู้ประกอบการเตรียมตัว  แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่ากิจการหรือกิจกรรมใดที่จะผ่อนคลายล็อกดาวน์  ซึ่งจะต้องมีการประชุมในวันที่ 15 พ.ค.นี้เสียก่อน  โดย(ร่าง)ประกาศ "คลายล็อกดาวน์" ระยะ2  จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 

 

กลุ่มที่ 1 ด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตประจำวัน  แบ่งเป็น
ก.  การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในภัตตาคาร  สวนอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศครีม ภายในอาคารสำนักงาน 
ข.ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ยกเว้นโรงภาพยนตร์  ฟิตเนส ลานโบว์ลิ่ง  สวนสนุก สวนน้ำ  ศูนย์ประชุม ศูนย์พระเครื่อง สนามพระ และพระบูชา 
ค.ร้านค้าปลีก ค้าส่งอื่นๆ 
ง.ร้านเสริมสวย (ย้อมผม ดัดผม หรือกิจกรรมอื่นๆ ภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง และร้านทำเล็บ) 

 

ศบค.ชี้ร้านค้า-ปชช.ร่วมมือ15พ.ค.รู้ชัดคลายล็อกกิจการใด

กลุ่มที่ 2  เกี่ยวกับกิจกรรมออกกำลังกายหรือการดูแลสุขภาพ 
ก.คลินิก เวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงามและควบคุมน้ำหนัก 
ข.สนามกีฬา เฉพาะกีฬากลางแจ้งตามกติกาสากล เล่นเป็นทีมไม่มีผู้ชม 
ค.สวนดอกไม้ สวนพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ ห้องสมุดสาธารณะ (เข้าเป็นรายคน) 
ง.สถานประกอบการนวดแผนไทย (เฉพาะนวดเท้า) 

กลุ่มที่ 3 เกี่ยวกับกิจกรรมอื่นๆ 
การประชุม ณ สถานที่ภายในหรือภายนอกองค์กร  ลักษณะการบรรยายร่วมกับวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (จำกัดจำนวนคนตามพื้นที่) 
ทีมถ่ายทำรายการโทรทัศน์ โฆษณา ถ่ายแบบ ทำคลิป  (จำกัดคนไม่เกิน 5 คน) 

 

ศบค.ชี้ร้านค้า-ปชช.ร่วมมือ15พ.ค.รู้ชัดคลายล็อกกิจการใด

ทั้งนี้  จะเป็นกิจการหรือกิจกรรมใดนั้นขึ้นกับการหารือกับหลายหน่วยงานและเป็นกิจกรรมหรือกิจการที่มีความเสี่ยงต่ำ   หากกิจการใดที่ผู้ประกอบการสร้างความมั่นใจว่าจะไม่ทำให้เกิดโรคทั้งจากลูกค้าผู้รับบริการและตนเอง  ไม่ให้เกิดการติดเชื้อก็มีโอกาสเปิดได้เช่นกัน