thansettakij
thansettakij
สธ.ขอคนไทย“การ์ดอย่าตก”ป้องกันโควิดระบาดซ้ำ

สธ.ขอคนไทย“การ์ดอย่าตก”ป้องกันโควิดระบาดซ้ำ

10 พ.ค. 63 | 10:41 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 63 | 08:11 น.

สธ.ขอคนไทยร่วมมือ“การ์ดอย่าตก”รักษาระยะห่างระหว่างบุคคล สนับสนุนสถานประกอบการทั้งรัฐ-เอกชน ทำงานที่บ้าน 70 % สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ป้องกันไม่กลับไประบาดรอบ 2

10 พฤษภาคม 2563 นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หลังเปิดมาตรการผ่อนปรนของรัฐบาลได้ 1 สัปดาห์แล้วมีการแพร่ระบาดหากประชาชนขาดความระมัดระวังไม่สวมหน้ากากออกจากบ้าน หรือไปในสถานที่ที่มีผู้คนแออัดก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่โรคโควิด 19จะกลับมาระบาดซ้ำได้จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกคนต้องรักษาสภาพการแพร่ระบาดให้อยู่ในระดับต่ำต่อไปให้ได้นานที่สุด ซึ่งมาตรการสำคัญที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน รวมถึงสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน มี 4 ประการ คือ 1.รักษาระยะห่างระหว่างบุคคล การเหลื่อมเวลาทำงาน การจัดเจ้าหน้าที่ให้ทำงานที่บ้านร้อยละ 70 การจัดระบบคิวในการให้บริการ เพื่อลดความแออัดของพื้นที่สาธารณะลงให้ได้มากที่สุด เป็นต้น

 

2.การออกแบบทางวิศกรรม  เช่น การจัดระบบระบายอากาศให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เปิดหน้าต่างปิดแอร์ แต่หากไม่สามารถเปิดหน้าต่างได้ควรติดพัดลมดูดอากาศ การใช้แผนทึบกั้นระหว่างคนที่ต้องนั่งใกล้ชิดกัน 

 

3.ปรับปรุงระบบงาน โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงาน เช่น การประชุมทางไกล การสนับสนุนให้ผู้รับบริการทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ต การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการทำงาน เป็นต้น และ 4. การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า ล้างมือบ่อย ๆ รับประทานอาหารปรุงสุก สะอาด และใช้ช้อนกลางส่วนตัว

“สิ่งเหล่านี้หลายเรื่องเป็นสิ่งที่ควรจะต้องทำอยู่ต่อไปจนเป็นนิสัย หรือเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ ไม่ว่าโควิด 19 จะหมดไปแล้วหรือไม่ เช่น การทำงานที่บ้านช่วยลดปัญหาโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ และไข้หวัดใหญ่ ทั้งยังช่วยลดปัญหาจราจร คนทำงานที่บ้านมีเวลาเพิ่มขึ้นไม่ต้องสูญเสียไปกับการจราจร ลดความเครียด ลดความแออัดของสังคมเมือง ช่วยลดมลพิษทางอากาศ ลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหน่วยงานได้ด้วยหากบริหารจัดการได้ดี

 

อย่างไรก็ดี ไม่อยากประเมินว่า การระบาดระลอกที่ 2 จะมาเมื่อไหร่แต่จากสถานการณ์ตอนนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแต่ไม่ถึงกับกังวล ถ้าไม่มีผู้ป่วยเพิ่มมากในระดับวิกฤติ ถ้าเจอจำนวนผู้ป่วยต่อวันจำนวนไม่มาก ถ้าพบผู้ป่วยต่อวันอยู่ที่ 5 รายต่อประชากร 1 ล้านคน เช่น กทม.เจอวันละ 30-40 ราย ระดับนี้ยังพอรับมือได้ กรณีหากเร็วๆนี้มีผู้ป่วยวันเดียวจะมีผลต่อการพิจารณาคลายล็อกรอบ 2 หรือไม่นั้น คงมองเป็นพื้นที่มากกว่า ไม่ใช่ทำทั้งประเทศ ถ้าพื้นที่ที่ยังมีปัญหาก็คงยังไม่มีการคลายล็อก  
 

นพ.ธนรักษ์ กล่าวเน้นย้ำว่า ภาครัฐสามารถเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาลงได้แต่ไม่ทั้งหมด คนไทยต้องไม่ลืมว่า พลังที่ยุติหรือยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด 19 รวมถึงลดผลกระทบต่างๆ อยู่ที่คนไทยทุกคน ทุกคนต้องให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐในการป้องกันตัวเองให้เต็มที่ เจ้าของสถานประกอบการก็มีบทบาทที่สำคัญในการที่ช่วยลดความเสี่ยงในการกลับมาแพร่ระบาดในสังคมไทยให้คงระดับต่ำต่อเนื่องต่อไปด้วยการดูแลสถานที่หรือสถานประกอบการของตัวเองให้มีความเสี่ยงในการเป็นแหล่งแพร่เชื้อให้ต่ำที่สุด

 

“อยากให้ทุกกิจการเปิดได้ แต่ต้องไม่เพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค ดังนั้น ให้ร่วมมือกัน ขอย้ำว่า มาตรการเหล่านี้ควรทำต่อเนื่องแม้ว่าโควิดจะหมดไปเพื่อให้เป็นนิวนอมใหม่จริงๆ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหารถติด PM 2.5 ป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหารด้วย” นพ.ธนรักษ์ ระบุ