thansettakij
thansettakij
บทเรียน "เกาหลีใต้" ปิดโอกาส "ระบาดซ้ำ" ในไทย

บทเรียน "เกาหลีใต้" ปิดโอกาส "ระบาดซ้ำ" ในไทย

10 พ.ค. 63 | 09:46 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 63 | 08:39 น.

โฆษกศบค. ยกสถานการณ์ระบาดซ้ำในเกาหลีใต้ เป็นแนวทางการ "ติดตามตัว" รายบุคคลในไทย เพื่อสกัดเชื้อโควิด ย้ำอีกรอบ การ์ดต้องไม่ตก

วันที่ 10 พ.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงถึงสถานการณ์ข่าวที่น่าสนใจในต่างประเทศว่า สาธารณรัฐเกาหลี หรือเกาหลีใต้ มีรายงานเข้ามาว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้แถลงว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ เมื่อวานนี้ (9 พฤษภาคม 2563) มี 18 ราย 

 

บทเรียน "เกาหลีใต้" ปิดโอกาส "ระบาดซ้ำ" ในไทย

 

ในจำนวน 17 รายมีความเชื่อมโยงกับผู้ป่วยชายวัย 29 ปี ที่มีประวัติไปเที่ยวคลับและบาร์ย่านอิแดวอนในกรุงโซลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ได้สั่งการให้ติดตามผู้ที่ไปสถานที่ดังกล่าวในวันและเวลาเดียวกันกับผู้ป่วยรายนี้มาตรวจหาเชื้อ ซึ่งคาดว่าจะมีมากขึ้นประมาณ 1,500 คน แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นยอมพบกับเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้ารับการตรวจ ส่วนนายกเทศมนตรีกรุงโซลได้ออกคำสั่งให้คลับ บาร์ สถานท่องเที่ยวยามราตรีของกรุงโซลปิดโดยไม่มีกำหนด


 
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า หลายสำนักข่าวได้ตีความว่าการทำงานของเกาหลีใต้ที่ใช้ตรวจมาก ๆ โดยที่ไม่ต้องปิดเมือง หรือมีปิดเมืองก็น้อยมาก และทุกอย่างดำเนินการโดยปกติ แต่ในที่สุดแล้วก็ต้องใช้ระบบผสม คือทั้งปิดและตรวจด้วย แต่พอเจอเชื้อก็ต้องปิดอีกเหมือนกัน ซึ่งหลาย ๆ ประเทศก็ได้ทดลองวิธีต่างๆ โดยไทยเองก็ไม่ได้แตกต่างเช่นกัน ต้องมีมาตรการที่ต้องเข้มข้นอยู่เสมอ

 

"เกาหลีใต้ได้รับการชื่นชมถึงการตรวจหาผู้ติดเชื้อ แต่เมื่อเขามีผู้ป่วยรายใหม่ จนตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงขึ้น ทำให้เขาต้องปรับระบบจากการตรวจแบบปูพรม มาผสมกับการตรวจแบบจำเพาะเจาะจงเป็นบางกลุ่ม ซึ่งหลายประเทศก็ดำเนินการ ของประเทศไทยก็ไม่ต่างกัน ดังนั้นเราจึงต้องเข้มข้นเสมอ การ์ดตกไม่ได้ ขอภาวนาให้เกาหลีใต้ควบคุมโรคให้ได้ และต่อไปนี้ เราต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับการติดตามตัวบุคคล เหมือนเช่นเกาหลีใต้ที่ต้องติดตามตัวบุคคลถึงพันกว่าคน จึงต้องใช้แอพพลิเคชั่นเข้ามาช่วย เหมือนจีนที่ประสบความสำเร็จในการติดตามตัวบุคคล ซึ่งเรื่องดังกล่าวปรากฏในข้อกำหนดที่ออกตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หลักการนี้ขอความร่วมมือประชาชน เพราะการผ่อนคลายในระยะที่ 2 ต้องให้ความสำคัญกับตรงนี้"

บทเรียน "เกาหลีใต้" ปิดโอกาส "ระบาดซ้ำ" ในไทย

โฆษก.ศบค. รายงานถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ของโลก มีผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมอยู่ที่ 4,100,778 ราย อาการหนักประมาณ 47,000 ราย หายป่วยแล้วประมาณ 1,400,000 ราย และเสียชีวิตไป 280,000 กว่าราย โดยอันดับของ 10 ประเทศแรกของจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมวันนี้ยังคงอยู่ในอันดับเดิมเช่นเมื่อวานนี้ สหรัฐอเมริกาเป็นอันดับที่ 1 มีผู้ป่วยยืนยันสะสมประมาณ 1,300,000  ราย รองลงมา สเปน ประมาณ 260,000 ราย อิตาลี 210,000 ราย ตามด้วยราชอาณาจักร รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมัน บราซิล ตุรกี และอิหร่าน ตามลำดับ ขณะที่ประเทศไทยก็ยังอยู่ในอันดับที่ 66 ของโลกเช่นเดิม

บทเรียน "เกาหลีใต้" ปิดโอกาส "ระบาดซ้ำ" ในไทย
 
สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 10 ประเทศอันดับแรก อันดับที่ 1 ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา แต่ลำดับที่ 2 และ 3 สลับกัน โดยรัสเซียขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 แทนบราซิล ที่ลงไปอยู่อันดับที่ 3 ขณะที่เปรู ขยับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 5 แทนอินเดียซึ่งลงไปอยู่อันดับที่ 6 รวมทั้งซาอุดิอาระเบียก็สลับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 9 แทนตุรกี ที่ไปอยู่อันดับ 10 ทั้งนี้จำนวนของผู้ป่วยรายใหม่จะเป็นการกระจายตัวในอเมริกา อเมริกาใต้ และรัสเซีย ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่ที่เกิดขึ้นในรอบ 24 ชั่วโมง พบว่า อันดับที่ 1 สหรัฐอเมริกา เสียชีวิตไปแล้วถึง 1,422 ราย บราซิล 639 ราย สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) 346 ราย เม็กซิโก 193 ราย โดยมีประเทศอินเดีย รัสเซีย และเปรู เข้ามาใหม่

บทเรียน "เกาหลีใต้" ปิดโอกาส "ระบาดซ้ำ" ในไทย

สำหรับประเทศไทยวันนี้ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมขณะนี้ 3,009 ราย ใน 68 จังหวัด ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดเสียชีวิตสะสม 56 ราย หายป่วยกลับบ้านได้เพิ่มอีก 7 ราย รวมยอดหายป่วยสะสม 2,794 ราย และรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 159 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้ 2 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 44 ปี ภูมิลำเนา กทม. โดยมีอาการไอ ถ่ายเหลว ในวันที่ 5 พ.ค. และชายไทย อายุ 80 ปี ภูมิลำเนา จ.นราธิวาส กลุ่มเดินทางกลับจากต่างประเทศ และเข้า State Quarantine 3 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 41 ปี กลับมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วันที่ 2 พ.ค. เป็นชายอายุ 26 ปี และอายุ 27 ปี เป็นนักศึกษากลับจากประเทศปากีสถาน วันที่ 7 พ.ค. มีอาการป่วยขณะพักที่ State Quarantine และยังไม่รวมผู้ป่วยรายใหม่ตามกระแสข่าวที่ระบุว่าพบที่ จ.ภูเก็ตอีก 4 ราย เพราะตัวเลขยืนยัน 5 ราย เป็นตัวเลขที่พบเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ส่วนตัวเลข 4 ราย ผลตรวจเพิ่งออกมาเมื่อเช้าวันนี้ จึงยังไม่นำมานับรวม

บทเรียน "เกาหลีใต้" ปิดโอกาส "ระบาดซ้ำ" ในไทย

โฆษก ศบค. กล่าวถึงกรณีการทดลองเปิดให้บริการห้างสรรพสินค้าวันที่ 14 – 15 พฤษภาคม นี้ โดยการใช้วิธีการ Sandbox เป็นเพียงการออกแบบวิธีการที่ใช้ทดลองเท่านั้น ซึ่งหากทุกห้างสรรพสินค้าไม่สามารถทำได้ก็จะมีเพียงบางห้างสรรพสินค้าที่จะทดลองการให้บริการก่อน หรืออีกรูปแบบที่มีการหารือ เนื่องจากในตอนนี้มีหลายห้างสรรพสินค้าที่เปิดให้บริการ แต่อาจมีการให้บริการเพียง 20%  ก็อาจมีการขยายการให้บริการเป็น 30% หรือ 50%  ทั้งนี้ ต้องรอมติจากที่ประชุม ศบค. ในวันที่ 15 พฤษภาคม 63 เพื่อพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ 

 

"การเปิดให้บริการ กิจการ/กิจกรรม ต่าง ๆ มีความจำเป็นต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจ แต่ต้องไม่ละเลยการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ได้ให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง และจะต้องช่วยกันไม่ให้จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้น"


 
โฆษก ศบค. กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตยังคงเป็นจังหวัดที่ต้องจับตามองอยู่ตลอด จากการรายงานอย่างไม่เป็นทางการพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ประกอบกับในช่วงเวลาของมาตรการผ่อนปรนที่มีการเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ตอยู่เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพแรงงาน ซึ่งจากการเดินทางของประชาชนในแต่ละจังหวัดอย่างต่อเนื่องทำให้ไม่สามารถจำกัดการดูแลเฉพาะพื้นที่ได้ ขณะเดียวกันได้มีการกำหนดกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่ม คือ 1. บุคลากรทางการแพทย์ 2. ผู้ต้องขังแรกรับ หรือผู้ต้องกัก 3. คนขับรถสาธารณะ 4. พนักงานไปรษณีย์ หรือพนักงานส่งของ 5. แรงงานต่างด้าว และ 6. กลุ่มอาชีพเสี่ยง เช่น สถานบันเทิง โดยกลุ่มดังกล่าวนี้จะต้องดำเนินการติดตามอย่างใกล้ชิด


 
โฆษก ศบค. กล่าวเพิ่มเติมถึงการติดตามบุคคลที่เดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยง ที่ขณะนี้ในต่างประเทศได้มีการติดตามเฝ้าระวังด้วยการติดตั้งแอปพลิเคชัน ซึ่งถ้าเราจะเข้าสู่มาตรการที่ 2 หลักการดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน เมื่อภาครัฐมีการออกแอปพลิชันเพื่อช่วยในการติดตามสถานการณ์ จึงขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันลงทะเบียน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สังคมของเรามีความแน่นแฟ้น อีกทั้งเพื่อให้การรักษาเป็นไปได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ โฆษก ศบค. ยังกล่าวถึงการตั้งตู้ปันสุขที่เกิดขึ้นในพื้นที่หลายจังหวัด เพื่อแบ่งปันอาหารให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวที่แสดงให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีกันของคนไทย