thansettakij
thansettakij
อย่าเพิ่งเริงร่า เที่ยวตลาดนัด-ซื้อเหล้าได้ “โควิด”ไม่มีวันไปจากเรา

อย่าเพิ่งเริงร่า เที่ยวตลาดนัด-ซื้อเหล้าได้ “โควิด”ไม่มีวันไปจากเรา

06 พ.ค. 63 | 23:33 น.
อัปเดตล่าสุด :07 พ.ค. 63 | 09:39 น.

จำให้ขึ้นใจ ขอย้ำจำไว้ให้ดี 2ผู้เชี่ยวชาญชี้ชัด เชื้อไวรัส “โควิด-19” เข้ามาในโลกใบนี้แล้ว ไม่มีวันหายไปไหน เหมือนกับโรคซาร์ส โรคอีโบลา โรคเมอร์ส ซึ่งต่างก็คือเชื้อโรคไวรัส ที่จะยังคงมีอยู่และจะยังคงอยู่กับเรา

หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการป้องกันการระบาดโรคไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด -19 ให้เปิดตลาดนัด ร้านทำผม เปิดให้ซื้อเหล้าได้ แบบให้เอาไปดื่มที่บ้าน แต่ภาพที่ปรากฏวันแรกในสื่อและโลกโซเชียล กลายเป็นว่ามีการซื้อเหล้า แบบยกลัง ??? 

นี่คือตัวอย่างพฤติกรรมหนึ่งที่พึงระวัง ไม่รวมความเคร่งครัดที่อาจหละหลวม ย่ามใจ

“เดี๋ยวโควิด-19 จะหายไป” แล้วทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมได้ คือความเข้าใจผิดที่แท้จริง นี่คือคำยืนยันจาก ดอกเตอร์ชื่อดัง ผู้ที่มีนามว่า “Dr.Erik Fleischma” ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคระบาดไวรัสอีโบล่า ที่ประธานาธิบดีสหรัฐส่งไปควบคุมโรคระบาด เป็นเบอร์ต้นๆ ของโรค

เขาบอกว่าคนไทยใช้คำกันผิดมาตลอด ซึ่งหมายถึงความเข้าใจอย่างผิด ๆ  เขาบอกว่า

“ต้องเข้าใจว่า โควิด-19 ไม่มีวันหายไปไหน แต่จะอยู่กับเรา เหมือนกับที่ โรคซาร์ส โรคอีโบลา โรคเมอร์ส ซึ่งต่างก็คือเชื้อโรคไวรัส ที่จะคงมีอยู่และจะยังคงอยู่ไปกับเรา เช่นเดียวกับโควิด-19 เข้ามาในโลกใบนี้แล้ว ไม่มีทางที่มันจะหายไปได้”

คำถามคือ แล้วเราจะอยู่กับมันอย่างไร? Dr.Erik Fleischma กล่าวว่าเจ้าโรค โควิด-19 นี้ ข้อดี คือติดแล้วมันไม่เสียชีวิตทันที ส่วนข้อเสียคือติดคนง่ายเกินไป

วิธีแก้ปัญหาที่ดอกเตอร์แนะนำว่า ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนวิธีคิดก่อนว่า โควิด-19 จะอยู่กับเราตลอดไป ไม่หายไปไหนแน่นอน 

การสร้างภูมิคุ้มกันของเราแข็งแรงขึ้นไม่มีอย่างอื่นเลยที่จะช่วยให้เราไม่กระทบกับปัญหานี้ ตามด้วยการพักผ่อนนอนหลับ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด 

“อย่างรถยนต์ถ้าคุณขับ 24 ชม. พังแน่นอน ร่างกายเราก็เหมือนกัน ต้องพักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 7 ชม. เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ในโลกนี้ไม่มีอะไรดีเท่าระบบร่างกายของเรา”

ทำไมคนเราป่วยถึงต้องไปโรงพยาบาล ดอกเตอร์บอกว่า ก็เพราะว่าหมออยากให้เรานอนพักผ่อนนั่นเอง เพราะการนอนหลับ สำคัญที่สุด

ประการต่อมา หากไม่อยากติด หรือติดแล้วไม่อยากตาย ก็คือ กินวิตามินมาก ๆ สำคัญมาก ที่ควรทานได้แก่ วิตามินบีคอมเพล็กซ์ , วิตามินดี และสำคัญที่สุด ก็คือ วิตามินซี 

การรับประทาน “น้ำตาล” คือ อาหารอันโอชะ ของเชื้อโรค โดยเฉพาะน้ำตาลที่ผลิตมาจากโรงงาน ไม่ใช่น้ำตาลธรรมชาติ อันนี้ต้องระวังให้ดี น้ำตาลธรรมชาติ ที่เผาผลาญง่ายๆ อันนี้ทานได้ปกติ ดังนั้น หากงด น้ำตาลได้จะดีที่สุด

นอกจากการนอน สิ่งสำคัญพอ ๆกันคือต้องออกกำลังกายมาก ๆ ให้ปอดแข็งแรง เลิกพฤติกรรมสูบบุหรี่ เลิกดื่มเหล้า ที่จะทำให้ปอดเราอ่อนแอ

สิ่งที่โคโรน่าไวรัสชอบที่สุดก็คือ ความเครียด เพราะความเครียดทำให้ภูมิต้านทานต่ำ แล้วจะยิ่งโดนโควิดทำอันตรายในร่างกายได้ง่ายๆสุดท้ายแล้ว โรคเหล่านี้ ก็ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลเลย แต่เกี่ยวกับตัวเราโดยเฉพาะ เราเองคือผู้ที่จะเอาชนะโรคนี้ได้ 

เช่นเดียวกับ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงธรรมชาติของเชื้อไวรัสสายพันธ์ต่าง ๆ นั้น ล้วนแล้วแต่ไม่สามารถทำให้หายไปจากโลกนี้ได้ เพียงแต่สิ่งสำคัญคือการควบคุมการระบาด

สำหรับการควบคุมการระบาดให้หมดไปแบบ ซาร์ส คงจะเป็นไปไม่ได้เพราะโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก จึงเป็นการยากที่จะทำให้เป็นศูนย์ (0)ดังนั้นการจะใช้ตัวเลขให้โรคโควิด-19 หมดไปเป็นศูนย์ภายใน 14 วันหรือ 28 วันคงจะเป็นการยาก 

ทำอย่างไรเราจะไม่ให้เกิดระลอก 2 เพราะเราควบคุมลูกแรกได้ดีแล้ว การเกิดจำนวนน้อยที่อยู่ในปริมาณที่เราควบคุมได้และระบบสาธารณสุขรองรับได้ จะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และลดการศูนย์เสียทั้งทางสุขภาพร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ และสังคม เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องร่วมมือกันให้ทุกคนอยู่ได้

“ทุกคนควรยอมรับว่าเราไม่สามารถที่จะทำให้ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 หมดไปได้ เราจะต้องควบคุมให้น้อยที่สุดที่ให้ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยดูแลรักษาผู้ป่วยได้ ดังนั้นถ้าผู้ป่วยโควิด-19 อยู่ในหลักสิบระบบก็จะรองรับได้ แต่ถ้าเป็นหลักร้อยขึ้นไป ระบบสาธารณสุขก็จะลำบากหน่อย”

โดยเฉพาะถ้าหลายๆร้อยหรือเป็นพันต่อวัน เตียง ไอซียู จะรองรับไม่ได้ สภาพในปัจจุบันเราอยู่หลักหน่วยหลักสิบต้นๆ เราคงต้องผ่อนปรนให้ชีวิตของคนไทยอยู่ได้ มีการประกอบอาชีพได้

ยกเว้นบางเรื่องที่จะต้องมีการรวมคนเป็นจำนวนมาก เช่น สนามมวย การอยู่ในที่แออัด เช่นสถานบันเทิงต่างๆ โรงภาพยนตร์ โรงเรียนกวดวิชา คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เปิดในขณะนี้ การเปิดผ่อนปรนให้อาชีพต่างๆจะต้องค่อยเป็นค่อยไปและมีกฎเกณฑ์เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาระยะห่าง

ทุกอาชีพ ทุกคน จะต้องมีการปรับตัว มีระเบียบวินัยที่เคร่งครัดเพื่อป้องกันเขาและป้องกันเรา ทุกอย่างจะต้องค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อโควิด-19 รักษาหายจากโรคแล้ว ตรวจมาพบเชื้อภายหลังอีก  ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ระบุว่า“ วิธีการตรวจด้วย RT-PCR มีความไวสูงมาก ทางศูนย์ฯที่ผมทำงานอยู่ร่วมกับกทม.และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติทำการตรวจในรายที่หายจากโรคแล้วเป็นจำนวนมาก พบว่าในบางรายอาจพบชิ้นส่วนของ RNA ไวรัส ถึงแม้ว่าจะหายแล้วอย่างดีและเกิน 30 วันแล้วด้วย บางรายตรวจไม่พบแล้วมาตรวจพบก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

เพราะการตรวจพบชิ้นส่วน RNA ไวรัส ไม่ได้บอกว่าไวรัสนั้นยังคงสภาพเป็นไวรัสทั้งตัวที่สามารถติดต่อได้ การศึกษาในเกาหลีใต้หรือในประเทศจีนก็พบได้เช่นเดียวกัน พบได้นานถึง 45 วันและมีบางรายที่ตรวจไม่พบแล้วมาตรวจพบอีก ก็ไม่ได้หมายความว่ามีการติดเชื้อซ้ำ ปกติแล้วเยื่อบุทางเดินหายใจเราจะมีการหลุดลอกอยู่แล้ว การเจริญเติบโตของเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจกว่าจะหลุดลอกออกมาใช้เวลาเป็นเดือนๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่จะมีการตรวจพบ RNA ไวรัสหลังจากหายแล้ว

ในปัจจุบันการศึกษาก็พบว่าชิ้นส่วนที่หลุดออกมาของไวรัสเป็นเพียงส่วนของไวรัส ไม่สามารถที่จะติดต่อโรคได้ การตรวจพบก็ไม่ใช่เรื่องแปลก การพบใหม่หลังจากที่ตรวจไม่พบก็ไม่ใช่เป็นการติดเชื้อใหม่ จึงขอให้ทุกท่านและผู้ป่วยที่หายแล้ว ถึงแม้จะยังตรวจพบอยู่ก็ขอให้สบายใจได้ ไม่ใช่การติดเชื้อเรื้อรังหรือการเป็นใหม่ เป็นของเดิมที่ยังค้างอยู่นั่นเอง

กระนั้นก็ดีตั้งแต่ปลายปีโควิด -19 ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19)ได้ทำให้ผู้คนเจ็บป่วยและล้มตายจำนวนมาก จนกลายเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงอีกครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ มนุษย์จำเป็นต้องป้องกันตนเองเพื่อให้มีชีวิตรอดด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ผิดไปจากวิถีเดิมๆ ที่เรียกว่า "New Normal"  ความปกติใหม่ , ฐานวิถีชีวิตใหม่ หมายถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากอดีต

แพทย์หลายท่านได้ ชวนคนไทยให้หันมาใช้ชีวิตวีถีใหม่ โดยสร้างเสริมปรับหาวิถีการดำรงชีวิตแบบใหม่เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อควบคู่ไปกับความพยายามรักษาและฟื้นฟูศักยภาพทางเศรษฐกิจและธุรกิจ

อีกไม่นานมานี้ เราคงจะได้เห็นวิถีชีวิตที่แตกต่างจากเดิม ๆ เคร่งครัด มีวินัย ใช้ชีวิตแบบไม่ประมาท ทั้งหมดก็เพื่อตัวเราเองเท่านั้น.