
ท้าให้ลอง หลักสูตร 8 วันดูแลสุขภาพจิตในวิกฤติโควิด-19
กรมสุขภาพจิต เปิดตัวโปรแกรมหลักสูตรเรียนรู้ด้วยตัวเองระยะสั้น 8 วัน เน้นให้ความรู้ ความเข้าใจ-ฝึกทักษะเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจในการดูแลตนเอง ให้เหมาะสมกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านสื่อ Online Learning ทั้งในระบบ Audio และระบบ Motiongraphics
6 พฤษภาคม 2563 นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตได้พัฒนาโปรแกรมหลักสูตรเรียนรู้ด้วยตัวเองระยะสั้น 8 วันขึ้นเพื่อให้ความรู้การสร้างความเข้าใจและฝึกทักษะที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจในการดูแลตนเอง ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยการใช้หลักฝึกสมาธิและสติในแนวสุขภาพจิตโดยแนวทางในโปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวกับศาสนาแต่อธิบายด้วยจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์ซึ่งรูปแบบกิจกรรม เป็นการอธิบายและแนะนำวิธีการฝึกปฏิบัติ สามารถฝึกตามได้ มีทั้งหมด 8 ครั้ง (8 วัน) วันละ 20-30 นาที
หลังจากนั้นควรฝึกทุกวันเพื่อให้เป็นวิถีชีวิต ทั้งการฝึกสมาธิ ฝึกสติในการทำกิจต่างๆ ฝึกสติในจิตให้ปล่อยวางความคิด และความรู้สึกลบ สติสื่อสาร สติเมตตาและให้อภัย เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์จึงทำเป็นสื่อ Online Learning ทั้งในระบบ Audio และระบบ Motion graphics ร่วมไปกับการดำเนินชีวิตอย่างมีสติทั้งในการดูแลสุขภาพอนามัยส่วนบุคคลและการใช้ชีวิตให้มีระยะห่าง โดยเหมาะสม
สำหรับกลุ่มเป้าหมาย คือ 1.กลุ่มคนที่สงสัยว่าติดเชื้อต้องกักกันตัวอยู่ในบ้าน 14 วัน 2.กลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาการไม่รุนแรงที่กักตัวเอง 14 วัน 3.กลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ยังทำกิจกรรมต่างๆได้ 4.กลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาการรุนแรงมากที่รักษาตัวในห้องไอซียู เมื่อพ้นจากอาการรุนแรงยังต้องฟื้นฟูอยู่ในโรงพยาบาล 5.เจ้าหน้าที่ที่มีความเครียดจากภาระงานและความเสี่ยงที่เพิ่มอย่างมาก 6.ประชาชนทั่วไปที่สนใจ
นายแพทย์จุมภฏ กล่าวอีกว่า ลักษณะเนื้อหาโดยสังเขปของโปรแกรมการดูแลจิตใจในวิกฤติโควิด-19นี้ ประกอบด้วย
วันที่ 1 (ฝึกสมาธิใช้การรับรู้ลมหายใจ)เพื่อหยุดความคิด ช่วยลดความว้าวุ่นใจ
วันที่ 2 (ฝึกสติพื้นฐาน)ใช้การรับรู้ลมหายใจไว้เล็กน้อยและรับรู้สิ่งที่กำลังทำ เพื่อช่วยให้ทำกิจต่างๆโดยไม่รับและแพร่เชื้อโควิด-19
วันที่ 3 (สติในการกิน)มีสติในการกินช่วยให้เราดูแลสุขภาพได้ดีและปลอดภัยจากโรค
วันที่ 4 (สติควบคุมอารมณ์)มีสติรับรู้อารมณ์ต่างๆ โดยเฉพาะอารมณ์ลบและช่วยจัดการกับอารมณ์ลบที่เกิดขึ้น
วันที่ 5 (สติใคร่ครวญ)สติในการรู้เท่าทันความคิดและใคร่ครวญ เราได้อะไรจากวิกฤตเปลี่ยนความคิดลบเป็นความคิดบวก
วันที่ 6 (สติสื่อสาร)มีสติในการฟัง และ พูด ช่วยให้สื่อใจถึงใจกับคนใกล้ชิด
วันที่ 7 (สติเมตตาให้อภัย)ใช้ใจที่สงบเผื่อแผ่ความรักความปรารถนาดีให้กับตนเองและผู้อื่น ช่วยให้ใจเปิดกว้าง แม้ในยามวิกฤติ
วันที่ 8 (สติเป็นวิถี)แนะนำการฝึกอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้มแข็งในจิตใจเรา และเป็นพลังใจให้ผู้อื่น
ประโยชน์ คือ ผู้เรียนรู้จะสามารถปรับตัวและจิตใจในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ให้อยู่ในระดับสมดุล ลดความเครียดความวิตกกังวล สามารถทำกิจกรรมในแต่ละวันได้อย่างปกติด้วยสติซึ่งช่วยป้องกันการรับเชื้อโรคและการแพร่ระบาดของเชื้อโรคสู่ผู้อื่นในวงกว้างต่อไป โดยช่องทางการเข้าใช้งานโปรแกรม ได้แก่ Website กรมสุขภาพจิต และ Website ห้องสมุดกรมสุขภาพจิต รวมไปถึงช่องทาง YouTube และ Facebook ของกรมสุขภาพจิต ได้อีกด้วย
ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิต ขอส่งกำลังใจให้แก่ประชาชนชาวไทย พร้อมพัฒนากลไกเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้คลายความวิตกกังวล เครียด กลัว เศร้า และจะต้องเข้าถึงและได้รับความช่วยเหลือทางด้านจิตใจอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้สามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจได้ดี และลดผลกระทบด้านสุขภาพจิตในระยะยาว ขณะเดียวกันหากรู้สึกหมดพลัง เครียดไปต่อไม่ไหวอย่าเก็บไว้คนเดียว ขอให้หาคนปรึกษา หรือใช้บริการสายด่วนสุขภาพจิต 1323






