
อัพเดทสถานการณ์โควิด 4 พฤษภาคม 2563
พบยอดติดเชื้อเพิ่ม 18 ราย เผย ทุกรายเป็นแรงงานต่างด้าว อายุระหว่าง 13-22 ปี เป็นเพศหญิง 17 ราย และเพศชาย 1 ราย อายุ 10 ปี มีผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 2,987 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
4 พฤษภาคม 2563 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคทั่วไป กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)ในประเทศไทยว่า วันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ถึง 91.73 % ของผู้ป่วยทั้งหมด (กลับบ้าน 1 ราย รวมกลับบ้านสะสม 2,740 ราย) ทำให้ขณะนี้เหลือผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ใน โรงพยาบาล 193 ราย หรือคิดเป็น 6.46 % ของผู้ป่วยทั้งหมด ผู้ป่วยรายใหม่ 18 ราย ผู้เสียชีวิตรวม 54 ราย ให้มีผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 2,987 ราย
จำนวนผู้ป่วยรายใหม่รายงานวันนี้ 18 ราย (ลำดับที่ 2,970 - 2,987) พบจากศูนย์กักกันผู้ต้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา ทุกรายเป็นชาวต่างด้าว อายุระหว่าง 10-22 ปี เป็นเพศหญิง 17 ราย อายุระหว่าง 13-22 ปี เป็นเพศหญิง 17 ราย และเพศชาย 1 ราย อายุ 10 ปี ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
ผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ ทุกรายมาจากการค้นหาเชิงรุกแบบมีเป้าหมายในกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมือง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดโรงพยาบาลสนามเพื่อดูแลรักษาบุคคล กลุ่มนี้โดยเฉพาะเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ โดยมีระบบบริหารจัดการที่เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการกักกันแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองและพบผู้ติดเชื้อ จะไม่กระทบต่อคนไทย ในส่วน ของเจ้าหน้าที่ ทั้งฝ่ายปกครอง แพทย์ พยาบาล จะได้รับการตรวจหาเชื้อเป็นระยะ หากมีอาการป่วยจะได้รับการรักษาทันที
ส่วนผลการติดตามค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน จ.ยะลา จำนวน 40 ราย ที่เป็นข่าว ศูนย์วิทยาศาสตร์ การแพทย์ จ.สงขลา ได้ทำการตรวจเชื้ออีกครั้ง ซึ่งผลทางห้องปฏิบัติการตรวจไม่พบเชื้อ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 40 ราย ขณะนี้อยู่ในโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าสังเกตอาการต่อเนื่อง และเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจหาเชื้อที่ส่วนกลางอีกครั้ง
กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการ ส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์ Fake News จัดทำแบบสอบถามออนไลน์ เรื่องการจัดการกับข่าวสารและข้อมูลที่ เกี่ยวข้องจากสื่อออนไลน์ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เพื่อนำเอาผลสำรวจไปปรับปรุงและ พัฒนาแนวทางแก้ไขนโยบายเพื่อแก้ปัญหา โดยขอความร่วมมือประชาชน เข้าไปทำแบบสอบถามได้ที่ https://forms.gle/Y9zhyoJnctg5Ey4j6 หรือแสกนได้จาก QR Code






