thansettakij
thansettakij
ไทยติดเชื้อโควิดเป็นศูนย์ พบ18รายใหม่จากต่างด้าว

ไทยติดเชื้อโควิดเป็นศูนย์ พบ18รายใหม่จากต่างด้าว

04 พ.ค. 63 | 06:29 น.

โฆษกศบค. แถลงสถานการณ์ ไทยติดเชื้อโควิดเป็นศูนย์แล้ว พบ18รายใหม่จากต่างด้าว ย้ำเข้มพฤติกรรมตัวเอง

นพ.ทวีศิลป์  วิษณุโยธิน" โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019  (COVID-19 )  ประจำวันที่ 4 พฤษภาคม  2563   เวลา 11:30  พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 18 ราย   รวมผู้ติดเชื้อสะสม  2,987 ราย   ไม่มีผู้เสียชีวิต รวมยอดผู้เสียชีวิตคงเดิม 54 ราย  รักษาหายเพิ่ม 1 ราย รวม 2,740 ราย   ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล  193 ราย

ไทยติดเชื้อโควิดเป็นศูนย์ พบ18รายใหม่จากต่างด้าว

ผู้ป่วยรายใหม่ 18 ราย อยู่ที่ศูนย์กักกันของ ตม. ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นคนต่างด้าวทั้งหมด  เป็นหญิง 17 ราย และชาย 1 ราย  ผู้ติดเชื้อรายใหม่จึงไม่ใช่การติดเชื้อของคนในประเทศ  โดย จำนวนผู้ป่วยยืนยันจำแนกตามพื้นที่ที่รักษา  คือ กทม.และนนทบุรี จำนวน 1,697 ราย  ภาคเหนือ 94 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย  ภาคกลาง 379  ราย และภาคใต้  706 ราย

ไทยติดเชื้อโควิดเป็นศูนย์ พบ18รายใหม่จากต่างด้าว

สำหรับที่จ.สงขลา มีผู้ป่วยที่เป็นชาวต่างด้าว อยู่ในศูนย์กักกันตัวรวม  60 ราย  ส่วนการกระจายตัวของผู้ป่วย ยังคงคล้ายๆ เดิมคือ กทม. ภูเก็ตยังสูงอยู่  กลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้ออยู่ในกลุ่มอายุ 20-29 ปี  มีจำนวน 763 ราย  ผู้ป่วยมีอายุเฉลี่ย 39 ปี  ผู้ติดเชื้ออายุน้อยสุดคือ1เดือน อายุสูงสุด  99 ปี

จากกรณีที่เห็นประชาชนรุมซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  มีการรวมกลุ่มกันมากนั้น  ตนก็มีความเป็นห่วง  และห่วงใยกับผู้ที่อยู่ในภาพ  นับเป็นตัวอย่างของช่วงการเปลี่ยนผ่าน ต้องพยายามทำให้คนเข้าใจ การปรับพฤติกรรมถ้าทำได้ก็จะปลอดภัย  จึงขอให้ประชาชนช่วยให้ความร่วมมือเพราะผลในวันนี้คือ การให้ความร่วมมือในช่วงที่ผ่านมา และตัวเลขในประเทศยังน้อยอยู่ขอให้ยังคงยึดหลัก5 ข้อที่ปฏิบัติกันได้อยู่แล้ว คือ การทำความะอาดพื้นผิว ล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเป็นประจำ  การเว้นระยะห่างระหว่างกัน และหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ชุมนุมแออัด  และต้องการความร่วมมือจากประชาชน100%  

ไทยติดเชื้อโควิดเป็นศูนย์ พบ18รายใหม่จากต่างด้าว

"เพื่อให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็น 0 และติดต่อกันยาวนาน  และให้มั่นใจว่าภายใน1-2สัปดาห์คนในประเทศไม่ติดเชื้อจริง จึงจะอยู่ในภาวะปกติสุขได้   เรามี 14วันนับจากวันที่3พ.ค.เป็นต้นไปถ้ามีชุดมาตรการออกมา และต้องใช้14วันนี้ให้คุ้มค่าคือให้มีตัวเลขที่น้อยที่สุด  เราก็จะเห็นมาตรการเฟสต่อๆออกมา จะมีพื้นที่ที่ไปได้มากกว่านี้ ขึ้นกับความร่วมมือของประชาชนที่ต้องเป็น100% 

หากมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ทางเราต้องมาดูชุดข้อมูลของศบค.และการรวบรวมข้อมูลที่เป็นสถิติ ชุดพฤติกรรมของประชาชนที่จะสอดคล้องกันนำข้อมูลทั้งสองด้านมาพิจารณา ถ้าตัวเลขน้อยลงก็จะขยับต่อ แต่ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อมากขึ้น มาตรการก็ต้องถูกทบทวน ไม่ว่าจะเป็นหยุด หรือกลับไปบังคับ มีข้อจำกัดมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีจำนวนผู้ป่วยหรือตายอย่างตัวเลขในต่างประเทศ"

ความร่วมมือของประชาชน ช่วง 1 เดือนมีความหมายมาก และจากนี้ไปอีก14 วันก็จะมีความหมายมากเช่นกัน  จะได้มีเรื่องของการทำมาหากินเพิ่มขึ้น  ก็ขึ้นกับความร่วมมือทั้งส่วนของผู้ประกอบการ ผู้รับบริการ และจะมีส่วนภาครัฐที่จะเข้าไปกำกับดูแลทั้งสองส่วน  แต่หากทั้งผู้ประกอบการและผู้รับบริการให้ความร่วมมือดีทั้งสองฝ่าย หน่วยงานรัฐก็แทบจะไม่ต้องเข้าไปดำเนินการใดๆ  จึงขอให้ประชาชนและชุมชนช่วยกันดูแลกันเองจะได้ไม่ต้องพบกับผู้ติดเชื้ออีก 

ไทยติดเชื้อโควิดเป็นศูนย์ พบ18รายใหม่จากต่างด้าว