
เริ่มแล้ววันนี้คลายล็อกเปิดขายเหล้า-เบียร์ ตัดผมได้
มีผลแล้วเดินมาตรการคลายล็อกเปิดขายเหล้า-เบียร์ได้ แต่ซื้อกลับไปกินที่บ้าน ย้ำประชาชนต้องให้ความร่วมมือทุกมาตรการหากประเมิน 14 วันทำได้ เดินหน้าผ่อนคลายต่อ ระยะ 2 หากทำไม่ได้ อาจต้องกลับไปเข้มเหมือนเดิมอีก
เริ่มแล้ววันนี้(3พ.ค.63) มาตรการผ่อนปรนหรือคลายล็อก พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงมาตรการผ่อนปรนหรือคลายล็อก ในช่วงเดือนพ.ค.นี้ ที่ยังต้องทำเป็นระยะๆ ว่าสามารถผ่อนปรนได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่ที่พี่น้องประชาชนต้องร่วมมือ ในระยะ 14 วัน เน้นด้านสาธารณสุขนำและตามด้วยด้านอื่น มีการผ่อนปรนตั้งแต่วันนี้( 3 พ.ค.) แต่ยังมีการเว้นระยะห่าง มีเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโควิด-19
กรณี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถเปิดขายได้ แต่ยังเป็นอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่ากทม.หากพบมีความเสี่ยงติดเชื้อกลับมาอีก ก็สามารถสั่งปิดได้ ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ เราให้ซื้อกลับบ้านได้ แต่ก็อย่าให้ไปถึงพบการมั่วสุมภายในบ้าน ต้องขอความร่วมมือทุกท่าน ห้ามดื่มสุราที่ร้าน
ส่วนร้านอาหารสามารถเปิดขายได้ แต่ต้องซื้อกลับบ้านไปรับประทานเท่านั้น ร้านเสริมสวย-ร้านแต่งผม เปิดได้ แต่ต้องมีการกำชับ ด้วยข้อกำหนดที่เชื่อแพร่ระบาดโรคจะไม่เกิดขึ้น ให้ สระ ไดร์ ตัดผม ได้ แต่บริการอื่นห้ามเด็ดขาดและต้องใส่หน้ากากอนามัย ทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ
สำหรับการออกกำลังกายกลางแจ้ง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง การออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง ถ่ายเทอากาศทำได้สะดวก การติดเชื้อก็จะเกิดน้อย สวนสาธารณะก็เปิดได้ เช่นกัน เดิน-วิ่งได้ รำไทเก๊กก็ได้ แต่ต้องรักษาระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย และห้ามไปรวมตัวกัน
ส่วนโรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิก สถานทันตกรรม เปิดได้ แต่ต้องใช้เวลาให้น้อยที่สุดในการให้บริการ ทั้งนี้ ย้ำยังไม่อนุญาตในการทำกิจกรรมใดๆ ที่มีความเสี่ยง อย่างสถาบันเสริมความงาม ยังห้ามเปิดต่อไป แต่อาจไปพิจารณาในระยะ 2 ระยะ 3 ต่อไปได้ ถ้าสถานการณ์ 14 วันจากนี้ดีขึ้น
สถานบริการตัดขนสัตว์ ก็สามารถเปิดได้ แต่ต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด รักษาระยะห่าง วัดอุณหภูมิ ขณะที่ในระยะต่อไป ศบค.จะมีการประเมินหลัง 14 วัน ว่า ประชาชนให้ความร่วมมือดี ตัวเลขต่างๆ น้อยลงหรือไม่ หากไปในทิศทางที่ดี ก็จะมีการพิจารณาเปิดผ่อนคลายระยะที่ 2 ระยะที่ 3 ต่อไป
ด้านกทม. ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ว่าที่ประชุมได้หารือถึงมาตรการผ่อนปรนการปิดสถานที่ต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการกำหนดมาตรการผ่อนปรนของรัฐบาล มีการผ่อนคลายมาตรการมากขึ้น แต่การผ่อนคลายมาตรการก็ต้องมีการควบคุมการเปิดกิจการต่างๆ ด้วย เช่น 1. ร้านอาหาร และเครื่องดื่มทั่วไป จากเดิมให้เว้นระยะห่าง 2 เมตร แต่ทางรัฐบาลได้อนุโลมให้เว้นระยะห่างได้ 1 เมตร กทม.จะยึดตามมาตรการของรัฐบาล แต่ในส่วนของร้านอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวล กทม.ได้กำหนดให้เพิ่มระยะการนั่งเว้นระยะห่าง 1-1.5 เมตร โดยต้องมีการทำฉากกั้น แต่หากมีการเว้นระยะห่างเกิน 1.5 เมตร ไม่จำเป็นต้องมีฉากกั้น งดให้บริการบุฟเฟต์ที่มีรายการอาหารแบบลูกค้าตักหรือหยิบเอง แต่สามารถให้บริการบุฟเฟต์ที่สั่งจากรายการอาหารได้ งดจำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดภายในร้าน งดการเล่นดนตรีหรือแสดงสด และจัดระเบียบ เว้นระยะห่างการต่อแถวรอแถวรอคิว ส่วนร้านหาบเร่ แผงลอย ก็จะมีมาตรการที่คล้ายกัน
ทั้งนี้ ร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไป ที่มีขนาดตั้งแต่ 200 ตร.ม.ขึ้นไป ให้จัดให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกายผู้ใช้บริการ แต่ร้านเล็ก หรือมีพื้นที่ไม่ถึง 200 ตร.ม. ให้มีมาตรการคัดกรองตามขีดความสามารถ
2. ตลาดนัด ตลาดสด ตลาดน้ำ และตลาดชุมชน หลักๆ จำกัดให้มีการเข้าออก เพื่อจำกัดคนให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยเน้นการเว้นระยะห่างของผู้เข้าใช้บริการ มีจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ร่างกายทั้งผู้ค้า และผู้ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ จัดให้มีน้ำยาฆ่าเชื้อล้างมือ งดเปิดให้บริการเครื่องเล่นสำหรับเด็กที่อยู่ภายในตลาด และทุกคนที่อยู่ภายในตลาดจะต้องสวมหน้ากากอนามัย
3.ร้านเสริมสวย ร้านตัดผม ให้บริการได้เฉพาะตัด สระ ไดร์ โดยเปิดให้บริการเป็นรอบ รอบละ 2 ชั่วโมง จำกัดคนเข้าร้าน และหยุดทำความสะอาดอย่างน้อย 20 นาที ให้เจ้าของร้านทำตารางลงเวลาทำความสะอาดไว้เป็นหลักฐาน และจดบันทึกรายชื่อข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ของผู้เข้าใช้บริการ เพื่อง่ายต่อการติดตาม กรณีต้องมีการสอบสวนโรค
4.โรงพยาบาล คลินิก และสถานพยาบาล เปิดได้ ยกเว้นคลินิกเวชกรรมเสริมความงาม คลินิกน้ำหนัก ยังไม่ให้เปิด ต้องมาตรการจากกระทรวงสาธารณสุข
5. สนามกอล์ฟ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ ห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มระหว่างการเล่น และหลังการเล่น ห้ามจัดการแข่งขันทุกประเภท งดบริการห้องสปา อบไอน้ำ และนวด จัดให้มีการบันทึกรายชื่อ วันที่ และเวลาเข้าใช้บริการ รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ผู้ใช้บริการทุกราย
6. สนามกีฬากลางแจ้ง ที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เป็นทีมและไม่มีการแข่งขัน และให้เป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาลได้ประกาศ คืออนุโลมเฉพาะกีฬากลางแจ้ง และชนิดกีฬาที่ระบุเฉพาะ คือ ขี่ม้า เทนนิส ยินปืน และยิงธนู โดยห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มกันระหว่างเล่น ห้ามจัดแข่งขัน จำกัดคนเข้าพื้นที่ต่อสนามต่อคอส โดยต้องไม่มีผู้ชมการแข่งขันในสนาม
7. สวนสาธารณะ ให้ทำกิจกรรม ได้เฉพาะปั่นจักรยาน เดิน วิ่ง และออกกำลังกายด้วยวิธีส่วนบุคคลเท่านั้น มีการคัดกรองคนเข้าใข้บริการ งดเครื่องเล่นต่างๆ งดเว้นการชุมนุม และประชาชนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ห้ามสินค้าขายอาหาร ขายได้เฉพาะเครื่องดื่มและน้ำ งดรับประทานอาหารภายในสวนสาธารณะ
8.ร้านตัดขนสัตว์ ได้เพิ่มสปาและอาบน้ำสัตว์เข้าไปด้วย จากเดิมที่ให้ตัดขนได้อย่างเดียว ทั้งนี้ มาตรการจะคล้ายกับร้านตัดผม แต่เจ้าของสัตว์เลี้ยง ต้องทำการนัดหมายก่อนเข้าใช้บริการ จัดให้มีการบันทึกรายชื่อและเบอร์โทร สิ่งสำคัญ คือ ถามรายละเอียดว่า เจ้าของสัตว์เป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่
ขณะที่ ธุรกิจโทรคมนาคมในห้างสรรพสินค้า สามารถให้เปิดให้บริการได้ รวมถึงร้านโทรศัพท์ทั้งที่เป็นศูนย์บริการและร้านแบบตู้กระจก สามารถเปิดให้บริการได้ด้วยเช่นกัน แต่ต้องมีมาตรการควบคุมตามมาตรการที่ กทม.กำหนด






