thansettakij
thansettakij
ศบค.ชี้โควิด-19ทั่วโลกยังน่าห่วงสถิติตายพุ่งต่อเนื่องกว่า2.39แสนราย

ศบค.ชี้โควิด-19ทั่วโลกยังน่าห่วงสถิติตายพุ่งต่อเนื่องกว่า2.39แสนราย

02 พ.ค. 63 | 09:09 น.

นพ.ทวีศิลป์  วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019  (COVID-19 )  ทั่วโลก 210 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ  ประจำวันที่ 2 พฤษภาคม  2563  มีผู้ติดเชื้อจำนวน 3,401,002 ราย เพิ่มขึ้น 92,769 ราย เสียชีวิต 239,602 ราย เพิ่มขึ้น 5,497 ราย  

ประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่
1. สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 1,131,452 ราย เพิ่มขึ้น 36,242 ราย เสียชีวิต 65,776 ราย  เพิ่มขึ้น 1,915 ราย 
2. สเปน มีผู้ติดเชื้อ 242,988  ราย  เพิ่มขึ้น 3,349 ราย เสียชีวิต24,824 เพิ่มขึ้น 281 ราย 
3. อิตาลี มีผู้ติดเชื้อ 207,428 ราย  เพิ่มขึ้น1,965 ราย เสียชีวิต 28,236 เพิ่มขึ้น269 ราย 
4.อังกฤษ มีผู้ติดเชื้อ177,454  รายเพิ่มขึ้น 6,201 ราย เสียชีวิต 27,510 ราย เพิ่มขึ้น 739ราย
5.ฝรั่งเศส มีผู้ติดเชื้อ 167,346ราย เพิ่มขึ้น 168 ราย เสียชีวิต24,594 ราย เพิ่มขึ้น218 ราย 

ศบค.ชี้โควิด-19ทั่วโลกยังน่าห่วงสถิติตายพุ่งต่อเนื่องกว่า2.39แสนราย

6. เยอรมนี มีผู้ติดเชื้อ 164,077 ราย เพิ่มขึ้น 1,068 ราย เสียชีวิต6,736 เพิ่มขึ้น 113 ราย 
7. ตุรกี มีผู้ติดเชื้อ 122,392 ราย เพิ่มขึ้น 2,188 ราย เสียชีวิต 3,258 รายเพิ่มขึ้น 84 ราย
8.รัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 114,431ราย เพิ่มขึ้น 7,933 ราย เสียชีวิต 1,169 ราย เพิ่มขึ้น 96 ราย 
9.อิหร่าน มีผู้ติดเชื้อ95,646 ราย เพิ่มขึ้น 1,006 ราย เสียชีวิต 6,091 ราย เพิ่มขึ้น63 ราย 
10.บราซิล มีผู้ติดเชื้อ 92,202 ราย เพิ่มขึ้น 5,015 ราย เสียชีวิต 6,412 เพิ่มขึ้น 406 ราย

ขณะที่จีน ยังคงเป็นอันดับที่ 11 มีผู้ติดเชื้อ 82,875 ราย เพิ่มขึ้น 1 ราย เสียชีวิต 4,633  ราย
อันดับที่16 อินเดีย     มีผู้ติดเชื้อ 37,257ราย เพิ่มขึ้น 2,394 ราย เสียชีวิต 1,223  ราย เพิ่มขึ้น69ราย

พบว่าสหรัฐอเมริกาสถานการณ์ยังทรงตัว แต่ไม่น่าไว้วางใจ  ประเทศรัสเซียและบราซิลมีความน่าเป็นห่วงมากขึ้น จากสถิติยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังสูงอย่างต่อเนื่อง

ศบค.ชี้โควิด-19ทั่วโลกยังน่าห่วงสถิติตายพุ่งต่อเนื่องกว่า2.39แสนราย

สถานการณ์ในอาเซียนและเอเชีย
24. ปากีสถาน มีผู้ติดเชื้อ 18,114 ราย เพิ่มขึ้น1,297 ราย เสียชีวิต 417 ราย เพิ่มขึ้น32 ราย
25. สิงคโปร์ มีผู้ติดเชื้อ 17,101  ราย เพิ่มขึ้น 932 ราย เสียชีวิต16 ราย เพิ่มขึ้น 1 ราย
30. ญี่ปุ่น มีผู้ติดเชื้อ  14,350 ราย เพิ่มขึ้น217 ราย เสียชีวิต 455ราย เพิ่มขึ้น 25 ราย
36. เกาหลีใต้ มีผู้ติดเชื้อ  10,780ราย เพิ่มขึ้น 6 ราย เสียชีวิต 250 ราย เพิ่มขึ้น 2 ราย

37. อินโดนีเซีย มีผู้ติดเชื้อ  10,551 ราย เพิ่มขึ้น433 ราย เสียชีวิต800 ราย เพิ่มขึ้น 8ราย
40. ฟิลิปปินส์  มีผู้ติดเชื้อ  8,772 ราย เพิ่มขึ้น 284 ราย เสียชีวิต 579 ราย เพิ่มขึ้น 11ราย
41.บังคลาเทศ  มีผู้ติดเชื้อ 8,238 ราย เพิ่มขึ้น 571ราย เสียชีวิต170 ราย เพิ่มขึ้น 2ราย
48. มาเลเซีย  มีผู้ติดเชื้อ 6,071 ราย เพิ่มขึ้น 69 ราย เสียชีวิต103 ราย เพิ่มขึ้น 1 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 60 พบผู้ติดเชื้อ 2,966 ราย เพิ่มขึ้น6 ราย เสียชีวิต 54 ราย และรักษาหาย 2,732ราย โดยประเทศอินเดีย และปากีสถานมีความน่ากังวลอย่างมาก ส่วนประเทศสิงคโปร์แม้ว่ามีแนวโน้มที่ลดลงแต่ยังคงมีความเสี่ยง  

ศบค.ชี้โควิด-19ทั่วโลกยังน่าห่วงสถิติตายพุ่งต่อเนื่องกว่า2.39แสนราย

จากกรณีศึกษาของประเทศมาเลเซีย ที่มีประเด็นที่น่าสนใจคือ  กระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่ามีการพบผู้ป่วยใหม่อีก 57 ราย ในรอบ 24 ชั่วโมง แบ่งเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 32ราย และอีก 25ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เพิ่มจำนวนผู้ป่วยสะสมในประเทศเป็นอย่างน้อย 6,002ราย

ทั้งนี้ มาเลเซียอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ระดับเดียวกันทั่วประเทศ  ยังคงต่อเวลามาตรการดังกล่าวทุก 14 วัน โดยกาหนดการปัจจุบันจะสิ้นสุดในวันที่ 12 พ.ค. นี้ แต่ในระหว่างนี้ภาครัฐผ่อนคลายมาตรการอย่างเป็นลาดับขั้น เพื่ออานวยความสะดวกในการดำรงชีวิตของประชาชนไม่ให้ตึงเครียดจนเกินไป และสนับสนุนการขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรม "ที่มีความจำเป็น" ก่อน เริ่มตั้งแต่วันที่ 4พ.ค. นี้  ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทยจึจำเป็นต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ศบค.ชี้โควิด-19ทั่วโลกยังน่าห่วงสถิติตายพุ่งต่อเนื่องกว่า2.39แสนราย

ส่วนที่ประเทศญี่ปุ่น เมืองฮอกไกโดปิดเมืองอีกครั้ง หลังเจอโควิดรอบสอง   ฮอกไกโดทางตอนเหนือของญี่ปุ่นพบการระบาดของไวรัสโคโรนาระลอกที่สอง โดยคาดว่าสืบเนื่องจากที่รัฐบาลท้องถิ่นคลายมาตรการล็อกดาว์นเร็วเกินไป โดยทางการท้องถิ่นฮอกไกโดได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ด้วยการให้ภาคธุรกิจและโรงเรียนกลับมาเปิดทาการอีกครั้ง หลังจากยอดผู้ติดเชื้อรายวันเหลือเลขหลักเดียว

ประธานสมาคมแพทย์ฮอกไกโด เผยว่า รัฐบาลท้องถิ่นผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เร็วเกินไป โดยมาตรการเหล่านี้ควรใช้ไปจนถึงอย่างน้อยปีหน้า จึงสามารถคลายล็อกดาวน์ลงได้ สอดคล้องกับศาสตราจารย์ด้านการควบคุมการติดเชื้อจากมหาวิทยาลัย Health Sciences University of Hokkaido  กล่าวว่า เข้าใจถึงความต้องการคลายล็อกดาวน์ของภาครัฐเพื่อลดผลกระทบด้านต่างๆแต่ในเวลานี้ยังถือว่าเร็วเกินไป  ซึ่งในไทยก็ต้องเฝ้าดูเช่นเดียวกัน

ที่สหรัฐอเมริกา  แคลิฟอร์เนียปิดหาดบางส่วน-นิวยอร์กเลิกซับเวย์ 24 ชม.   โดยประกาศสั่งปิดชายหาดทุกแห่งในภูมิภาคออเรนจ์เคาน์ตี ที่อยู่ทางตอนใต้ "อย่างไม่มีกำหนด" หลังได้รับรายงานว่าประชาชนจำนวนมากไปรวมตัวพักผ่อนหย่อนใจกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  ถือเป็นการละเมิดมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อความปลอดภัยด้านสาธารณสุข   ด้าน นายแอนดรูว์ คูโอโมผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ประกาศว่านับตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. นี้เป็นต้นไป รถไฟใต้ดินทุกเส้นทางในนครนิวยอร์กจะปิดบริการระหว่างเวลา 01.00 ถึง 05.00 น. ในแต่ละวัน เพื่อการทำความสะอาด จากเดิมที่เปิดให้บริการตลอด 24ชั่วโมง  

ศบค.ชี้โควิด-19ทั่วโลกยังน่าห่วงสถิติตายพุ่งต่อเนื่องกว่า2.39แสนราย

สำหรับเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับไทยในวันนี้ จากคาซัคสถาน 55 คนเป็นกลุ่มคนไทยตกค้าง   จากสเปน 45 คน เป็นคนไทยตกค้างในยุโรป   เนเธอร์แลนด์ 50 คน คนไทยตกค้างในยุโรป  สิงคโปร์ 175 คน รัสเซีย 70 คน รอยืนยัน  และจากดูไบ 129 คน รวมตั้งแต่วันที่ 4เม.ย.-1 พ.ค.  เดินทางกลับแล้ว 3,584  คน จาก 24 ประเทศ  และเมื่อกลับถึงไทยแล้วจะต้องเข้าสถานกักกันตัวของรัฐ (State Quarantine ) ทุกคน

ส่วนสถิติคนไทยที่เดินทางกลับเข้าประเทศผ่านจุดผ่านแดนทางบก  มีการลงทะเบียนไว้ 466 คน เดินทางเข้ารวม  546 คน  จากเมียนมา 11 คน สปป.ลาว 39 คน มาเลเซีย  454 คน  กัมพูชา 42 คน  เข้าสถานกักกันตัวของพื้นที่  ( Local Quarantine )โควิดทั่วโลก วันที่ 1พ.ค. รวม 546 คน  สะสมตั้งแต่ 18เม.ย.-1พ.ค.รวม  6,229 คน

ศบค.ชี้โควิด-19ทั่วโลกยังน่าห่วงสถิติตายพุ่งต่อเนื่องกว่า2.39แสนราย