
หมอทวีศิลป์ย้ำหลังผ่อนปรนต้องเว้นระยะห่างใส่หน้ากาก100%
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19 ) ในประเทศไทยวันที่ 2 พฤษภาคม 2563 พบผู้ป่วยใหม่ 6 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม ทำให้มีตัวเลขที่ 54 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,966 ราย รักษาหายเพิ่ม 13 ราย รวมรักษาหายเเล้ว 2,732 ราย และ ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 180 ราย อายุเฉลี่ย 39ปี เป็นกลุ่มที่เดินทางเข้าออกจังหวัดต่างๆ จึงต้องช่วยกันดูแล เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยง
โดยกลุ่มที่เป็นผู้ป่วยมีอายุ 20-29 ปี มีจำนวนถึง 756 ราย สำหรับจำนวนผู้ป่วยจำแนกตามพื้นที่ที่รักษา กทม.และนนทบุรี จำนวน 1,695 ราย ภาคเหนือ 94 ราย ภาคกลาง 379 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 รายและภาคใต้ 687 ราย ผู้ป่วยอายุน้อยที่สุด 1 เดือนอายุมากสุด 99ปี
สำหรับผู้ป่วยใหม่ 6 รายนั้น มาจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีการยืนยันก่อนหน้านี้ จากภูเก็ต 1 ราย กทม.1 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน ที่จังหวัดภูเก็ต เชิงทะเล อ.ถลาง 2 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าState Quarantine กทม.มาจาก อินเดีย 1ราย ญี่ปุ่น 1 ราย
10 อันดับผู้ป่วยสะสมสูงสุด คือ
1. กรุงเทพมหานคร 1,524 ราย 2. ภูเก็ต 220 ราย 3. นนทบุรี 157 ราย 4. ยะลา 118 ราย 5. สมุทรปราการ 114 ราย 6. ชลบุรี 87 ราย 7. ปัตตานี 79 ราย 8. สงขลา 44 ราย 9. เชียงใหม่ 40 ราย 10. ปทุมธานี 39 ราย
โดยจังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร ส่วนจังหวัดที่มีอัตราผู้สูงสุดต่อประชากรหนึ่งแสนคนยังคงเป็นที่ จ. ภูเก็ต
สำหรับกลุ่มจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมาก มีจำนวนลดลงเหลือ 39 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระแก้ว สุพรรณบุรี เชียงใหม่ นครสวรรค์ พะเยา พิษณุโลก ลำปาง เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา สกลนคร สุรินทร์ อุบลราชธานี กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ยะลา สงขลา สตูล สุราษฎร์ธานี
จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยช่วง 28 วันที่ผ่านมา มี 29 จังหวัด คือ เพชรบุรี กาญจนบุรี จันทบุรี นครนายก ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม สระบุรี เชียงราย เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ตาก ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี จังหวัดที่เพิ่มขึ้นคือระยอง ตากและอุดรธานี
จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาก่อน ที่ยังมีความเข้มแข็ง 9 จังหวัด คือ ชัยนาท ตราด สิงห์บุรี อ่างทอง กำแพงเพชร น่าน พิจิตร บึงกาฬ ระนอง
ส่วนการฝ่าฝืนสถานการณ์เคอร์ฟิว พบการออกนอกเคหสถาน 3 อันดับคือออกมาทำธุระ เดินทางกลับที่พักและขับขี่ยานพาหนะ พบว่ามีจำนวนลดลง มีการตักเตือน 31 ราย ดำเนินคดี 519 ราย รวม 550 ราย ส่วนเหตุของการชุมนุมมั่วสุม ดำเนินคดี 75 รายคือเล่นการพนัน 41% ดื่มสุรา 39%และเสพยาเสพติด 20%
"ต้องฝากช่วยกันดูแลเพราะช่วงนี้เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน จากสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการผ่อนคลายมาตรการ เพราะที่ผ่านมามีผลกระทบต่อการดำรงชีวิต การทำมาหากิน ที่กระทบจากการเกิดโรคระบาด จึงขอฝากเรื่องที่ทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย 100% แม้ว่าหน้ากากผ้าที่สวมใส่จะป้องกันได้ไม่100% แต่ก็ควรจะต้องใส่หน้ากากอนามัย และที่สำคัญที่สุดคือการรักษาระยะห่างระหว่างกัน ที่ผ่านมายังเห็นใกล้ชิดกันมาก จึงต้องเน้นย้ำให้รักษารยะห่างให้มาก"นพ.ทวีศิลป์กล่าวทิ้งท้าย






