
ด่วน เบรก”คนเผ่นภูเก็ต”ให้จัดระเบียบใหม่
ผู้ว่าฯภูเก็ตสั่งด่วน เบรกคลื่นคนทะลักออกจากเกาะ จัดระเบียบใหม่ต้องมีหนังสือรับรองต้นทาง-ปลายทาง และทะยอยออก 3 พ.ค.นี้
ตามที่จังหวัดภูเก็ตเปิดให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับภูมิลำเนาที่ยื่นความจำนงไว้หลายหมื่นคน เดินทางออกจากพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้ตั้งแต่เช้าวันที่ 1 พ.ค.นี้ แม้จะจำกัดจำนวนวันละ 5,000 คน แบ่งเป็นช่วงเช้าและบ่ายอย่างละ 2,500 คน ปรากฎว่ามีความแออัดและรถติดรอคิวหน้าด่านท่าฉัตรไชยนับกิโลเมตร และหลายจังหวัดที่เป็นทางผ่านหรือปลายทางมีความกังวลต่อคลื่นผู้เดินทางครั้งนี้
ล่าสุด นายภัคพงค์. ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แจ้งข่าวด่วนว่า ได้รับความชัดเจนจากส่วนกลาง และได้แจ้งให้ทราบว่า จะมีการประกาศให้ผู้เดือดร้อนและมีเหตุผลความจำเป็นจะเดินทางกลับไปภูมิลำเนา ได้ตั้งแต่วันที่ 3 พค. เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ก่อนออกจะต้องไปแจ้งต่อนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อรับใบอนุญาตให้เดินทาง แสดงต่อด่านคัดกรองแต่ละจังหวัด
ซึ่งด่านท่าฉัตรไชยจะบริหารระบบการคัดกรอง ให้มีการกระจายการออกและเข้าเป็นช่วงเวลา เพื่อมิให้เกิดการกระจุกตัวและแออัด และไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ครับ
ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากคำสั่งปิดด่านยุติการให้เดินทางออกจากภูเก็ตอย่างกระทันหันดังกล่าว ทำให้มีผู้ที่รอคิวตกค้างอยู่หน้าด่านจำนวนมาก นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้ทางอำเภอถลาง สำรวจที่พักและการจัดเตรียมอาหาร สำหรับดูแลพี่น้องประชาชน ที่ตกค้างทั้งหมด
โดยเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. นายสุวิทย์ สุริยะวงค์ นายอำเภอถลาง ประชุมร่วมกับปลัดอำเภอ นายกเทศมนตรี นายก อบต. และกำนันทุกตำบล เพื่อหารือแผนการจัดที่พัก และการจัดเตรียมอาหารดูแลผู้ตกค้างอย่างเร่งด่วน โดยกระจายไปพักตามสถานที่ต่าง ๆ ดังนี้
ท้องที่เทศบาลตำบลเทพกระษัตรี จัดให้พักที่โรงเรียนอนุบาลเทพฯ จำนวน 100 คน
ท้องที่อบต.เทพกระษัตรี จัดให้พักที่ 1.วัดเทพกระษัตรี 200 คน 2.วัดเมืองใหม่ 100 คน 3.เทคนิคถลาง 200 คน 4.รร.เมืองถลาง 200 คน
ท้องที่ตำบลศรีสุนทร จัดให้พักที่ 1.วัดม่าหนิก 100 คน 2.รร.บ้านม่าหนิก100 คน 3.รร.บ้านลิพอน 50 คน
4.รร.วัดศรีสุนทร 50 คน
ท้องที่ตำบลป่าคลอก จัดให้พักที่โรงยิมเทศบาลป่าคลอก 150 คน
ตำบลสาคู จัดให้พักที่อุทยานสิิรินาถ 100 คน
ท้องที่ตำบลไม้ขาว จัดให้พักที่โรงเรียนหงษ์หยก 50 คน
รวมรองรับผู้ตกค้างรอการเดินทางออกจากภูเก็ตกลับภูมิลำเนาได้ทั้งสิ้น ประมาณ 1,300 คน






