
เชียงใหม่รอศบค.กดปุ่ม"คลายล็อก"ธุรกิจ
เชียงใหม่ย้ำคลายล็อกอย่างรัดกุม รอคำสั่งศบค.เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวทั่วประเทศ จัด 4 กลุ่มธุรกิจย้ำให้เตรียมพร้อมปรับแนวปฎิบัติใหม่
นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า แม้ว่าจังหวัดเชียงใหม่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าได้ ไม่มีผู้ป่วยเพิ่มติดต่อกัน 20 วันแล้ว แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยง และไม่ได้หมายความว่าจังหวัดเชียงใหม่ปลอดภัยแล้ว มาตรการ Social Distancing ยังสำคัญอยู่ มาตรการต่าง ๆ ยังต้องปฎิบัติต่อเนื่อง
ส่วนมาตรการผ่อนคลายนั้นในทางปฏิบัติจะต้องทำอย่างรัดกุม เพราะโรคยังคงอยู่และยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษา โดยมอบหมายให้นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าคณะ เนื่องจากทุกจังหวัดทั่วประเทศต้องปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อประสิทธิผลในการป้องกันการระบาดของโรค
นายแพทย์ศิริพจน์ ศรีบัณฑิตกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครพิงค์ กล่าวว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันพิจารณาการผ่อนปรนมาตรการในแต่ละกลุ่มกิจการกับทางภาคเอกชน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาชนชาวเชียงใหม่มากที่สุด โดยดูจากภาวะทางเศรษฐกิจ และความชัดเจนในมาตรการและการกำกับติดตามเป็นสำคัญ ซึ่งหากมีการผ่อนปรนธุรกิจที่อาจจะได้เปิดให้บริการเป็นลำดับแรก คือธุรกิจที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ได้แก่ ร้านอาหาร ตลาด ร้านตัดผม/เสริมสวย และร้านค้าขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามยังคงต้องวางแนวทางกำกับติดตามให้ชัดเจน และรอการประกาศในระดับประเทศอีกครั้ง ซึ่งหากมีการกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ จะต้องมีมาตรการที่เข้มงวด อาทิ การบันทึกประวัติการเดินทาง การคัดกรองผู้ใช้บริการ การใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อโควิด-19 กลับมาได้อีก
ในการพิจารณาได้แบ่งธุรกิจออกเป็นกลุ่มธุรกิจสีขาว คือธุรกิจที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน มี ร้านอาหาร ตลาด ร้านตัดผม เสริมสวย ร้านค้าขนาดเล็ก คงเป็นกลุ่มกิจการที่จะมีการเปิดกิจการก่อน ถ้ามีการปลดล็อกขึ้นมา โดยจะให้เปิดพร้อม ๆ กันในทุกจังหวัดที่สามารถเปิดได้
ธุรกิจสีเขียว ร้านขนาดเล็กติดแอร์พื้นที่ไม่มากมีมาตรการควบคุมการเข้า-ออก ทุกอย่าง สนามออกกำลังกายกลางแจ้ง มีร้านนวด สปา สถานศึกษา สถาบันกวดวิชา คลินิกทันตกรรม คลินิกเสริมความงาม สนามกอล์ฟ สวนสาธารณะ สนามกีฬากลางแจ้ง และสระว่ายน้ำ
ธุรกิจสีเหลือง เป็นธุรกิจที่มีพื้นที่ปิด ขนาดใหญ่ มีใช้บริการจำนวนมาก ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า ห้างร้าน โรงภาพยนตร์ Fitness Center ลานสเก็ต สนามชนไก่ สนามม้า และสนามยิงปืน
ธุรกิจสีแดง เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ สนามมวย สถานบันเทิง ซึ่งเป็น 2 แหล่งที่แพร่เชื้อ COVID-19 ของประเทศไทยในช่วงแรกๆ ส่วนธุรกิจที่คล้ายๆกัน ถนนคนเดิน ร้านคาราโอเกะ สถานบันเทิง สนามมวย ศูนย์พระเครื่อง บ่อตกแปลา บ่อตกกุ้ง เครื่องเล่น กิจการอาบน้ำ
โดยหลังทางราชการปลดล็อก จะต้องมีแนวปฎิบัติที่ต้องดำเนินการ จึงต้องเตรียมพร้อม ทั้งทางด้านโครงสร้างของธุรกิจ การมีมาตรการ การจำกัดคนเข้าคนออก เช่น ร้านอาหาร มีการเช็คอิน มีการยิงคิวอาร์โค๊ต เพื่อให้รู้ว่ามีใครมาใช้บริการที่ร้านบ้าง เผื่อในอนาคตมีปัญหาจะได้ติดตามถูก มีการใช้เจลล้างมือ ทุกประตูทางเข้าของร้าน มีการใช้หน้ากาก เคาน์เตอร์ที่มีการติดต่อผู้ให้บริการ-ผู้รับบริการ จะต้องมีเฟชซิลล์หรือม่านพลาสติก มีหลากหลายมาตรการเพื่อที่จะได้เตรียมการ เพื่อความปลอดภัยของผู้ให้และผู้รับบริการ คู่ขนานไปกับเศรษฐกิจที่จะได้เริ่มผ่อนคาย






