
ภูเก็ต สั่งยืด “ล็อกดาวน์” พื้นที่เสี่ยง ถึง 15 พ.ค.
ผู้ว่าฯภูเก็ต ออกคำสั่ง ยืดเวลา “ล็อกดาวน์” พื้นที่เสี่ยง ต่อการระบาดของโควิด19 ไปจนถึง 15 พ.ค. ฝ่าฝืนมีโทษหนัก
แม้สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจะดีขึ้นอย่างมาก แต่ปรากฏว่าผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังคง "การ์ดไม่ตก" และได้มีคำสั่ง "ล็อกดาวน์" ออกมาเพื่อคุมสถานการณ์ในบางพื้นที่
ล่าสุด นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้กํากับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ลงนามในคําสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 2360/2563 เรื่อง ปิดพื้นที่และกําหนดมาตรการในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
ระบุว่า ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ได้มีคําสั่งให้ปิดสถานที่และกําหนดมาตรการในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตามคําสั่งจังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 16 เมษายน 2563 โดยกําหนดมาตรการ ปิดพื้นที่รอยต่อระหว่างตําบลทุกตําบล เพื่อควบคุมให้มีการเคลื่อนย้ายบุคคลและยานพาหนะให้น้อยที่สุดตาม มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดฯ ซึ่งมีผลใช้บังคับถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 นั้น
บัดนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ในบางพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ต สามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่งจึงให้มีการเปิดพื้นที่รอยต่อระหว่างตําบลทุกตําบล แต่ทว่าจากการสอบสวนโรค ของทางการแพทย์พบว่ายังคงมีการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวในบางพื้นที่ จึงมีความจําเป็นต้องกําหนดมาตรการ การเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดฯ ในพื้นที่ดังกล่าว จึงออกคําสั่งไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 กําหนดปิดเส้นทางเข้า – ออก พื้นที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดฯ อย่างรุนแรง จํานวน 3 พื้นที่ ดังนี้ 1. พื้นที่ หมู่ 2 บ้านบางเทาใน, หมู่ 3 บ้านหาดสุรินทร์ และหมู่ 5 บ้านบางเทานอก ตําบลเชิงทะเล อําเภอถลาง 2. พื้นที่ชุมชนประชาสามัคคี หมู่ที่ 6 บ้านบางคู ตําบลเกาะแก้ว อําเภอเมือง 3. พื้นที่ถนนสายบางลา (Walking Street) ตําบลป่าตอง อําเภอกะทู้
โดยกําหนดมาตรการการเข้า - ออก และการกําหนดจุดตรวจคัดกรองในพื้นที่ข้างต้น ดังนี้
1.พื้นที่ 1 และ 2 ห้ามประชาชนและยานพาหนะเข้าไปหรือออกจาก พื้นที่ดังกล่าว เว้นแต่ ยานพาหนะขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภค ยานพาหนะกําจัดขยะมูลฝอย บุคคลที่มี ความจําเป็นเพื่อการพบแพทย์ การรักษาพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ พนักงาน ลูกจ้างของโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกซน
พนักงานของหน่วยงาน สื่อสารโทรคมนาคม ไปรษณีย์ พนักงานขนเงิน, ลูกจ้าง ของสถานบันการเงินหรือธนาคาร เจ้าหน้าที่ประกันภัย หรือบุคคลที่เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ของทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ ที่จําเป็นต้องปฏิบัติงาน เพื่อให้บริการประชาชน หรือบุคคลทั่วไปที่มีเหตุจําเป็นอย่างยิ่งซึ่งจะต้องเดินทางโดยต้องได้รับอนุญาตจาก นายอําเภอหรือผู้ที่นายอําเภอมอบหมาย สําหรับบุคคลและยานพาหนะ ที่ประสงค์เพียงผ่านพื้นที่ดังกล่าวให้ หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น
ทั้งนี้ ให้นายอําเภอเป็นผู้มีอํานาจในการกำหนดจุดตรวจคัดกรองภายในเขตพื้นที่ โดยให้หารือร่วมกับผู้กํากับการสถานีตํารวจภูธร ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ ทั้งนี้ ให้พิจารณากําหนดจุดตรวจคัดกรองให้เกิดความเหมาะสมไม่เป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อ
ยานพาหนะที่สัญจรไปมา ให้นายอําเภอ ผู้ก้ากับการสถานีตํารวจภูธร และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัด ประกอบกําลังเพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจําจุดตรวจคัดกรอง โดยให้นายอําเภอหรือผู้ที่นายอําเภอมอบหมายเป็นหัวหน้า ชุดปฏิบัติการประจำจุดตรวจคัดกรอง
2.พื้นที่ 3 ถนนสายบางลา (Walking Street) ห้ามบุคคลและยานพาหนะ เข้าไป - ออกจากถนนสายดังกล่าว ตลอดเวลาเด็ดขาด ยกเว้นผู้ที่พํานักในเขตพื้นที่ดังกล่าว หรือหน่วยงานทางราชการที่มีความจําเป็นต้องเข้าไป เพื่อปรับปรุงสถานที่ โครงสร้างพื้นฐาน หรืออื่น ๆ
ข้อ 2 กําหนดพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดฯ อย่างสูง จำนวน 2 พื้นที่ ได้แก่ 1.พื้นที่หมู่ที่ 2 ซอยบางชีเหล้า ตําบลรัษฎา อําเภอเมืองภูเก็ต 2.พื้นที่หมู่บ้านเจ้าฟ้าการ์เด้นโฮม ตําบลวิชิต อําเภอเมืองภูเก็ต
ข้อ 3) โดยกําหนดมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดฯ ในพื้นที่ข้อ 2 ดังนี้ 1. ขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่งดออกจากเคหสถาน หากมีความจําเป็น อย่างยิ่งที่จะออกนอกเคหสถานหรือบริเวณสถานที่พํานักของตนให้สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ทุกครั้ง และห้ามกระทําการหรือดําเนินการโด ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้ โรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป
2.ให้สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตร่วมกับอําเภอ และองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นจัดบุคลากรเข้าไปตรวจวัดไข้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตําบลทุกคนแบบเชิงรุก (Active Case Finding หากพบผู้ใดมีอาการซึ่งเข้าข่ายที่ต้องเฝ้าระวังโรคฯโควิด19 จะต้องถูกส่งไปแยกกัก กักกัน หรือคุม ไว้สังเกตอาการ ยังสถานที่ที่จังหวัดกําหนด
3.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รับผิดชอบ ทําความสะอาดสถานที่ สาธารณะ ถนน บ้านพักอาศัย ร้านค้าในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยการฉีดฆ่าเชื้อทั้งหมดทุกหลังคาเรือน
อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจําเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เป็นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหาย อย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติโรคติดต่อ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่ง แสนบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ และอาจได้รับโทษตามพระราชกําหนดการบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
สั่ง ณ วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2563






