
เตือนเฝ้าระวังผู้สูงวัยติดเชื้อคนในครอบครัวพุ่ง
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน" โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้แถลงถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19 ) ประจำวันที่ 28 เม.ย. 2563 ว่าผู้เสียชีวิตวันนี้ เป็นชายไทย อายุ 52 ปี ประวัติสัมผัสผู้ป่วยก่อนหน้า จากการไปร่วมสัมมนา เสียชีวิตวันที่ 27 เม.ย. อีกรายเป็น หญิงไทย อายุ 63 ปี อาชีพค้าขาย/เจ้าของร้านอาหาร ประวัติโรคอ้วน สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยในครอบครัว (สามี-หลานสาว) 27 เม.ย. อาการปอดอักเสบ ติดเชื้อ ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิต
โดยผู้เสียชีวิตเป็นผู้ป่วยสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ทั้งคู่ อีกทั้งข้อมูลการติดเชื้อในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มที่พบมากสุดคือ สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้ามีถึง 151 คน จึงต้องให้ความสำคัญ รักษาระยะห่างแม้เป็นคนในครอบครัว ใครเป็นญาติต้องป้องกัน100% ต้องทำให้เป็นวิถีชีวิตใหม่ ตอนนี้ต้องระวังเพราะทุกคนมีโอกาสติดเชื้อทั้งสิ้น
ส่วนกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ 7ราย แบ่งเป็นกลุ่มสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้า 5ราย (ภูเก็ต 3, กทม. 1, โคราช 1) ไปที่ชุมชน/ห้าง/ร้าน/ตลาด 1 ราย และอยู่ในระหว่างสอบสวน 1 ราย เป็นคนจีนและได้มีการส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว ส่วนที่มีคำถามว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อใน กทม.เมื่อวันที่ 27 เม.ย.เป็นศูนย์และวันที่ 28 เม.ย.มี 3 ราย แม้ผู้ออกมาใช้ชีวิตมากขึ้นแต่ตัวเลขลดลง จะนำมาซึ่งมาตรการคลายล็อกได้หรือไม่นั้น เราต้องชื่นชม แต่เบาใจไม่ได้ เพราะวันนี้ก็มีผู้ป่วยเพิ่ม 3 ราย เราต้องค้นหาให้ได้มากที่สุด จะเบาใจใช้ชีวิตเหมือนเดิมยังไม่ได้จนกว่าจะมีวัคซีนและยารักษาโรค ต้องเข้มข้นควบคุมตัวให้ดีต่อไป
สิ่งหนึ่งที่มีความสงสัยคือ จำนวนของผู้สูงอายุมีจำนวนมากน้อยเพียงใดนั้น จากข้อมูลกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคพบว่าตั้งแต่ม.ค.-26 เม.ย. ข้อมูลของผู้ป่วย พบว่า มีผู้ป่วยสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 328 ราย หรือ 11% ของผู้ป่วยทั้งหมด ในจำนวนนี้เสียชีวิตถึง 21 ราย เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ชาวไทย 86% ชาวต่างชาติ 14% ช่วงอายุ 60-69 ปี มีสูงถึง 66% อายุ 70-79 ปี มีจำนวน 26% อายุ 80-89 ปี มีจำนวน 7% อายุ 90-99 ปีจำนวน 1%
ปัจจัยเสี่ยงทำให้คนเหล่านี้ติดเชื้อคือ พิธีทางศาสนา 79 ราย หรือ 24% รองลงมาคือ เกี่ยวกับสนามมวยและผู้สัมผัส 78 ราย หรือ 24% สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 58ราย หรือ18% ชาวต่างชาติเดินทางจากต่างประเทศ 31ราย หรือ10% อาชีพเสี่ยง/ไปสถานที่ชุมนุมชน-แออัด 23รายหรือ 7% โดย จังหวัด 3อันดับแรกที่มีอัตราป่วยตามช่วงอายุสูงสุด คือ ยะลา ภูเก็ต และปัตตานี โดยจังหวัดที่มีความเสี่ยงมากคือยะลากับปัตตานี ที่มีความเกี่ยวโยงกับการประกอบพิธีทางศาสนาในต่างประเทศ
ต่อเรื่องนี้จำเป็นที่จะต้องนำข้อมูลเชิงสถิติมาหาข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งจำเป็นต้องลดจำนวนในกลุ่มนี้ลงให้ได้เพราะเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตจำนวนมาก และสาเหตุก็มาจากการสัมผัสกับผู้ป่วยที่ยืนยันโดยเฉพาะในครอบครัวเดียวกัน
สำหรับการกระจายตัวของเชื้อโควิด พบว่า 9 จังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วย ก็ยังคงเดิม คือ ชัยนาท ตราดสิงห์บุรี อ่างทอง กำแพงเพชร น่าน พิจิตร บึงกาฬ ระนอง และสตูล (เฉพาะState q) กลุ่มที่ไม่พบผู้ป่วยใหม่ 28 วันแล้ว 13 จังหวัด คือ จันทบุรี ราชบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน สุโขทัย อุทัยธานี มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด และเพิ่มจ. อุตรดิตถ์
กลุ่มไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ช่วง 15-28 วัน มี38 จังหวัด คือ เพชรบุรี กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ระยอง สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี เชียงใหม่ เชียงราย ตาก นครสวรรค์ พะเยา พิษณุโลก ลำปาง ลำพูน เลย กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครพนม บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลาภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชธานี ตรัง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สตูล สุราษฎร์ธานี จังหวัดที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ คือ เลย กาฬสินธุ์ นครศรีธรรมราช พัทลุงและ สตูล






