thansettakij
thansettakij
มุมคิดนวัตกร...พัฒนานวัตกรรมสู่ธุรกิจระดับโลก

มุมคิดนวัตกร...พัฒนานวัตกรรมสู่ธุรกิจระดับโลก

02 พ.ค. 63 | 03:40 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ค. 63 | 07:55 น.

คนเรียนเยอะมักไม่ทำอะไร เพราะกลัวไปหมด ผมเองก็เป็น พอเอาเข้าจริงๆ เราไม่กล้า เราติดกรอบทะลุไม่ไ่ด้...เราต้องมั่นใจว่า มันสามารถทำได้จริง จึงจะไปถึงเป้าหมายที่เราต้องการได้

“นวัตกร” คำนี้ถ้าเมื่อก่อน อาจจะมองว่า ห่างไกลกับเรื่องของธุรกิจ เพราะคนที่เป็นนวัตกร มันเป็นสายเนิร์ด (Nerd) วิชาการสูง แต่นวัตกรรุ่นใหม่อย่าง “คุณโอ๊ต - ธนากร ตั้งเมธากุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิซิล กรุ๊ป จำกัด ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่รับถ่ายทอดเทคโนโลยีของนาโนเทค (ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สู่การพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำยาหรือสารฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียระดับสูงจากซิงค์ไอออน...เขาคนนี้ มีมุมคิดทางด้านธุรกิจ ไม่แพ้นักธุรกิจใหญ่เลยทีเดียว

“คุณโอ๊ต” เป็นเด็กสายวิทย์ จบสัตวแพทย์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ไปเลือกทำงานด้านเซล ในธุรกิจค้าขายเวชภัณฑ์ยา และอาหารเสริมในสัตว์เลี้ยง จนเติบฌโตได้โปรโมตเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย แต่ด้วยความคิดที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และงานการสร้างยอดขาย เริ่มไม่ตอบโจทย์ชีวิต ที่ต้องการเป็นนวัตกร คิดค้นอะไรใหม่ๆ มาตอบโจทย์ความเป็นอยู่ของคนยุคปัจจุบัน

ธนากร ตั้งเมธากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิซิล กรุ๊ป จำกัด

เขาเริ่มทำธุรกิจของตัวเองมาตั้งแต่ยังเป็นพนักงานขาย จนประมาณปีที่ 7 ของการเป็นพนักงานองค์กร จึงออกมาบริหารธุรกิจของตัวเองเต็มตัว ด้วยเป้าหมาย การสร้าง “บริษัทนวัตจกรรมของคนไทย” ที่ประดิษฐ์คิดค้นสินค้าตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย ที่สามารถขยายตลาดไปเติบโตในต่างประเทศได้ในที่สุด โดยเริ่มต้นจาก 3 ส่วนธุรกิจใหญ่ๆ ได้แก่ ส่วนของ Medical Tourism Hotels ที่พักสำหรับชาวต่างชาติที่มาหาหมอในประเทศไทย

 

ส่วนที่ 2 คือ สปาและเซอร์วิส ที่ร่วมกับโรงเรียนที่สอนเรื่องสปา เป็นเครือข่ายร่วมกับโรงเรียนสร้างงานสร้างอาชีพฟรี ให้คนที่สนใจเข้ามาเรียน และเมื่อเรียนจบก็ต้องหาที่ทำงาน ยูนิซิล กรุ๊ป ก็เข้าไปสนับสนุนในส่วนนั้น และ ส่วนที่ 3 คือ การนำเข้ายา และอาหารเสริมสัตว์จากต่างประเทศ

 

มุมคิดนวัตกร...พัฒนานวัตกรรมสู่ธุรกิจระดับโลก

 

ในส่วนของยาฆ่าเชื้อ “คุณโอ๊ต” เล่าว่า เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีที่รับถ่ายทอดมาจากงานวิจัยของนาโนเทค จากความสนใจในกลุ่มแร่ธาตุที่สามารถฆ่าเชื้อได้ ซึ่งในท้องตลาดปัจจุบันสารฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูง จะต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ และมีราคาสูง ุดเริ่มต้น คือ การทำโครงการวิจัยในปี 2561 ซึ่งเขาได้รับทุนวิจัยโครงการวิจัยมุ่งเป้า(Spearhead) พัฒนานวัตกรรมซิงค์ไอออนสำหรับยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคได้ ในที่สุดก็พัฒนาออกมาจนกลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปฆ่าและป้องกันเชื้อไวรัสอหิวาต์สุกรอัฟริกัน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวม 74,600 ล้านบาทในปี 2562 หากไม่มีการป้องกันเชื้อดังกล่าว จะทำให้สุกรเสียชีวิตมากกว่า 50% สร้างผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมหาศาล

 

นาโนเทคโนโลยีซิงค์ไอออนจากธรรมชาติ คือนวัตกรรมที่มีโอกาสทางการตลาดสูง ประจวบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่คนต้องการความสะอาด ต้องการยาฆ่าเชื้อที่ดี เพราะเหตุารแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 “คุณโอ๊ต” จึงพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมนาโนซิงค์ไอออนมาสู่ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ จนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ “เบนไซออน” (Benzion) ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

 

สารฆ่าเชื้อตัวนี้ มีสารลดแรงตึงผิวที่สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมหรืออีพีเอ (U.S. Environmental Protection Agency: EPA) ได้ให้คำแนะนำว่า เป็นสารที่สามารถฆ่าเชื้อโคโรนาไวรัสได้และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อในระดับสูง จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่า สามารถฆ่าเชื้อได้ภายใน 1 นาที (ตามมาตรฐานคือ 10 นาที) เทียบเท่าผลิตภัณฑ์นำเข้าจากต่างประเทศ ในขณะที่ราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์นำเข้าค่อนข้างมาก ที่สำคัญคือ ไม่มีสี กลิ่น และไม่ติดไฟ

 

ก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา “คุณโอ๊ต” มีแผนนำ “เบนไซออน” เข้าทำตลาดอยู่แล้ว โดยตั้งใจทำตลาดกับโรงพยาบาล สถานพยาบาล โรงแรม ที่พัก สปา อุตสาหกรรมยานยนต์ หน่วยงานราชการ ในเดือนสิงหาคม 2563 แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัส เขาจึงขยับมาเริ่มจัดจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 และตั้งเป้าเริ่มต้นว่าจะทำรายได้ประมาณ 50-100 ล้านบาท

 

มุมคิดนวัตกร...พัฒนานวัตกรรมสู่ธุรกิจระดับโลก

 

ผู้บริหารและนวัตกรคนนี้ ยังมีแผนนำรายได้จาก “เบนไซออน” ไปพัฒนาค้นคิดนวัตกรรมอื่นๆ ต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้มีโปรเจ็กต์ยักษ์แล้ว 3-4 โปรเจ็กต์ทั้ง “สารสกัดธรรมชาติ การทำหมันในสัตว์เลี้ยง” รวมไปถึง ตัวทดแทนยาปฏิชีวนะในสัตว์ ตัวทดแทนยาปฏิชีวนะในกุ้ง และการต่อยอดจากเบนไซออน มาสู่ทิชชูยา หรือสเปรย์พ่นละออง และยังมีแผนย้ายฐานการผลิตไปที่จีน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีวัตถุดิบพร้อมสำหรับการพัฒนาและผลิตนวัตกรรมที่ตั้งเป้าไว้

 

หากแต่เป้าหมายของ “นวัตกร” คนนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่โปรดักต์ตัวใดตัวหนึ่ง เป้าหมายที่ใหญ่ไปกว่านั้น คือ การเป็นส่วนหนึ่งในผู้สร้างอีโคซิสเต็มให้กับรรดาสตาร์ตอัพ หรือเอสเอ็มอี ที่ต้องการคิดค้นวิจัยนวัตกรรมที่มีประโยชน์ โดยการสร้างโรงงาน และแล็บเลเวล 4 (lab biohazard lv4) ซึ่งใช้สำหรับการศึกษาวิจัยโรคระบาดรุนแรง อาทิ อีโบล่า หรือ โควิด-19 ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่

 

“คุณโอ๊ต” บอกว่า การคิด และบริหารธุรกิจในมุมของนวัตกร หากยึดติดอยู่กับหลักการ เขาคงไม่สามารถเดินมาถึงจุดนี้ได้ การที่นักวิทยาศาสตร์อย่างเขา จะก้าวเข้ามาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ คือ การอยู่เหนือเหตุผล ต้องทะลุกรอบความคิด...จากคำที่ว่า ยิ่งเรียนมาก ยิ่งกลัวมาก คนเรียนเยอะมักไม่ทำอะไร เพราะกลัวไปหมด ผมเองก็เป็น พอเอาจริงๆ เราไม่กล้า เราติดกรอบ ทะลุไม่ได้...เราต้องอยู่เหนือเหตุผล มั่นใจว่า สิ่งที่เราคิด มันสามารถทำได้จริง...นั่นแหละ ทุกอย่างจึงจะเดินหน้า และพุ่งสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย

 

นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 หน้า 28 ฉบับที่ 3,570 วันที่ 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

มุมคิดนวัตกร...พัฒนานวัตกรรมสู่ธุรกิจระดับโลก