
ส่งยาส่งต่อความรัก : เรื่องเล่าดีดีโควิด19น่าน
เพจเฟซบุกสื่อสารโควิด19น่าน เกิดขึ้นเพื่อแบ่งปันเรื่องราวดีดี ที่บอกเล่าความรัก ความดีงาม คุณค่าความหมาย ของการอยู่ร่วมกันของคนเมืองน่าน ในห้วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยระบุความเป็นมาว่า ...
พวกเราเป็นทีมอาสาจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ขอรวมเรื่องราวจากพื้นที่ จากคนหน้างานในแง่มุมต่าง ๆ มาเขียนเป็นเรื่องเล่า บอกเล่าความรัก ความดีงาม คุณค่า ความหมายของการอยู่ร่วมกันของคนเมืองน่านในห้วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 เพื่อบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของคนน่านบอกกล่าวเล่าความไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาสืบไป
ปล. ทางเพจสื่อสารโควิด19เราขายเรื่องราว
โดยให้ท่านใช้หัวใจ ในการซื้อ
ใช้ความรักและปรารถนาดีในการแบ่งปัน
และแจ้งประชาสัมพันธ์ว่า
ทางเพจสื่อสารโควิด19น่าน เรายังเปิดรับเรื่องราวดีดี จากทุกแง่มุมของจังหวัดน่าน ส่งเรื่องเล่ากันเข้ามารัวๆนะคะ
❤️
เช้านี้ก็เช่นกัน ทีมงานฯ ขอส่งต่อ เรื่องเล่าดีดีโควิด19 ของพี่น้อง อำเภอท่าวังผา กันบ้างนะคะ
เ รื่อง : ส่งยา ส่งต่อความรัก( Drug Delivery)
คนต้นเรื่อง : สุลิลักษณ์ สิทธิกัน
#เรื่องเล่าดีดีโควิด19น่าน
#เรื่องเล่าดีดีโควิด19 อ.ท่าวังผา จ.น่าน
ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 การมีมาตรการ “หยุดบ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ออกมาทำให้ผู้คนส่วนหนึ่งก็ไม่อยากออกบ้านไปไหน ยิ่งเป็นรพ.สต. หรือ รพ. ยิ่งแล้วใหญ่ ยิ่งไม่อยากไปติดเชื้อกลับมา ส่วนรพ.สต.หรือรพ.เองก็มีมาตรการจัดเว้นระยะห่างทางสังคมในการจัดให้บริการผู้ป่วย
ที่รพ.สต.ยม ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ได้จัดระบบคัดกรองเฝ้าระวังโรค แยกคลินิกตรวจออกไปนอกอาคาร และลดจำนวนผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยในคลินิกลง เพื่อให้สามารถจัดระยะห่างของผู้ที่มารอตรวจลง อันจะเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และนำระบบการส่งยาให้ป่วยเรื้อรังที่บ้านมาใช้
แรงบันดาลใจ
“ปกติเรามีคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเดือนละ 2 วัน วันอังคารกับพฤหัสฯ แต่ช่วงนี้โรคระบาด เราต้องเฝ้าระวัง ไม่อยากให้คนไข้มาแออัดที่รพ.สต. เราต้องจัดโซนตรวจใหม่ เว้นระยะห่างเก้าอี้นั่งรอตรวจ ทำให้สถานที่เราคับแคบไม่พอ อีกอย่างคนไข้ก็ไม่อยากมาด้วย กลัวติดเชื้อโรค เราเห็นรถ Grap บริการส่งของผู้คน เห็น Food panda Food man บริการส่งอาหาร จึงมีความคิดว่า เราน่าจะจัดบริการส่งยาให้ผู้ป่วยเรื้อรังในพื้นที่ได้ จึงนำความคิดนี้มาปรึกษากับทีมงานในรพ.สต.และอสม. ว่าช่วงนี้เราจะทำแบบนี้ดีไหม ทุกคนก็เห็นพ้องกัน จึงได้เริ่มดำเนินการ”
ปฏิบัติการภาคสนาม
“เราเริ่มจากประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับผู้ป่วย ญาติ และคนในชุมชน ให้เข้าใจเหตุผลและกระบวนการส่งยาให้ที่บ้าน รวมทั้งทำความเข้าใจกับอสม.ที่จะเป็นผู้บริการจัดส่งยาให้คนไข้ในละแวกคุ้มที่ตนเองรับผิดชอบ”
“จากนั้นพยาบาลก็มาเช็คทะเบียนคนไข้ ยาที่กิน และวันที่นัดมาคลินิก ผู้ป่วยที่เราดูแลประมาณ 130 กว่าราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ควบคุมได้ดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาภาวะแทรกซ้อน แพทย์จึงส่งต่อมารับการรักษาที่ รพ.สต. ฃ เราก็จัดทำรายการยา จำนวนที่ต้องใช้กับคนไข้ในหนึ่งเดือน ทำการเบิกจากรพ.แม่ข่าย แล้วให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันแพ็คจัดยาแต่ละตัวไว้ แล้วพยาบาลผู้รับงานดูแลผู้ป่วยไม่ติดต่อเรื้อรัง จะมาเช็คซ้ำอีกครั้ง และติดฉลากยา นับจำนวนรายการของผู้ป่วยแต่ละรายให้ครบถ้วนถูกต้องอีกครั้ง เป็นการ Double check อีกรอบ แล้วจัดแพ็คเป็นราย ๆ ไป แล้วใส่กล่องมีฝาปิดของแต่ละหมู่บ้าน เตรียมพร้อมที่ อสม.จะมารับไปแจกจ่ายยาตามละแวกที่รับผิดชอบ”
“เมื่อถึงวันนัดส่งยา เราก็จะให้อสม.วัดความดันคนไข้ในละแวกคุ้มที่เขารับผิดชอบ และสอบถามอาการทั่วไปมาให้เราด้วย เราก็จะมาตรวจเช็คอีกรอบ ถ้าโอเคเราก็จะส่งมอบยาให้อสม.ไปส่งให้ผู้ป่วยที่บ้าน กรณีคนไข้ที่มีปัญหาด้านอาการมีปวดเวียนศรีษะ บวม หรือความดันไม่ปกติ หรือมีภาวะอื่น ๆ เราก็ให้มารับบริการที่รพ.สต.ตามปกติ”
ผลตอบรับ
“คนไข้และญาติก็ชอบ เพราะกลัวติดเชื้อ และไม่สะดวกที่จะออกบ้านมา ต้องมานั่งรอนาน มาแต่ละทีต้องให้ญาติหรือหาคนมาส่ง เมื่อเราจัดยาไปให้ที่บ้านแบบนี้ก็พึงพอใจมาก”
จากการดำเนินงานมาได้ราว 1 เดือน ทำให้ลดภาระของเจ้าหน้าที่รพ.สต.ส่วนหนึ่ง ลดการที่ผู้ป่วยต้องแออัดรอตรวจที่คลินิกส่วนหนึ่ง และผู้ป่วยและญาติก็พึงพอใจในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเช่นนี้”
อีกอย่างทำให้เจ้าหน้าที่มีเวลาลงไปทำงานเชิงรุกในชุมชนมากขึ้น ทั้งการติดตามเยี่ยมกลุ่มเสี่ยง ที่กลับมาจากต่างจังหวัด ต่างประเทศ ที่ต้องกักกันตนเอง 14 วัน การเข้าไปตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำแก่สถานประกอบการ คนในชุมชน ในการดำเนินการตามมาตรการของรัฐ เราเพียงแต่มุ่งหวังที่จะให้บริการที่ดีแก่คนไข้ แก่คนในชุมชน และช่วยกันป้องกันการติดเชื้อ ไม่ว่าจะในคนไข้ คนในชุมชน หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเองก็ตาม






