
สธ.เร่งผลิตตู้อบฆ่าเชื้อหน้ากากอนามัย
กระทรวงสาธารณสุข เร่งมือผลิตตู้อบฆ่าเชื้อหน้ากากอนามัย N95 ด้วยแสง UVC เพื่อเตรียมส่งต่อไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้ส่งตู้อบฆ่าเชื้อหน้ากากอนามัย N95 ด้วยแสง UVC ไปให้โรงพยาบาลทั่วประเทศแล้ว 60 ตู้ อยู่ระหว่างการผลิตเพิ่มอีก 900 ตู้ เพื่อมอบให้โรงพยาบาลที่มีความจำเป็นผ่านองค์การเภสัชกรรม
นอกจากนั้นแล้วจะทำการผลิตเพิ่มตามจำนวนของผู้ประสงค์ที่จะสนับสนุนบริจาคให้กับโรงพยาบาลต่างๆ โดยโรงพยาบาลภาครัฐสามารถแจ้งความจำนงได้ที่ Line @soscovid19fight
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ผ่านมาภาคเอกชนและประชาชนได้บริจาคสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล ทั้งเวชภัณฑ์ เครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหาร ทำให้ประเทศไทยยืนหยัดและต่อสู้กับการระบาดของโรคโควิด -19 ได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้จากวันนี้ อัตราการติดเชื้อของผู้ป่วยใหม่ลดลง สัดส่วนผู้ป่วยกลับบ้านได้มากกว่าที่ยังรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน
ล่าสุดได้รับมอบของบริจาคจากภาคเอกชนและประชาชนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในสถานการณ์โรคโควิด 19 ประกอบไปด้วย
1.เครื่องอบฆ่าเชื้อด้วยแก๊สไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ พลาสมา รุ่น HO160 สำหรับฆ่าเชื้ออุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาล จากนายวิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหารบริษัทนำวิวัฒน์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด จำนวน 25 เครื่อง มูลค่า 50 ล้านบาท ซึ่งสามารถนำมาใช้ฆ่าเชื้อชุด PPE. ครั้งละ 20 ชุด และหน้ากาก N95 ครั้งละ 60 ชิ้น ในเวลา 1 ชั่วโมง
2.ตู้อบฆ่าเชื้อหน้ากากอนามัย N95 ด้วยแสง UVC จำนวน 40 ตู้ จากคณะผู้ร่วมโครงการ Save Our Medical Staff IN COVID -19 FIGHT หรือ SOS โดยมี รอ.นพ.นิมิต ประสิทธิ์ดำรง แพทย์อาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม รพ.ผู้สูงอายุ The Senizens และนางกุลวดี ศิริภัทร์ ผู้ร่วมก่อตั้งทีม SOS
3.หน้ากากสะท้อนน้ำ 10,000 ชิ้น จากนางสาวนาฏนภางค์ จงสมจิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการช่อง 7HD และ4.ผลิตภัณฑ์คุกกี้จำนวน 8,868 กระป๋อง และ 5,791 ถุง รวม 14,659 ชิ้น มูลค่ารวม 2,851,305 บาท จากนาย กำธร ศิลาอ่อน กรรมการผู้จัดการใหญ่สายการผลิตและการเงิน และ นางมณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)
"ในนามของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ขอขอบคุณภาคเอกชนที่มีจิตศรัทธา นำผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อบุคลากรทางการแพทย์ จากการนำเครื่องที่เป็นนวัตกรรมการแพทย์มาช่วย reuse หน้ากาก N95 และชุด PPE. ซึ่งเป็นเวชภัณฑ์ที่มีความความจำเป็นและมีความต้องการใช้มากที่สุด ทำให้กระทรวงสาธารณสุขเบาใจไปมาก บุคลากรการแพทย์มีความสบายใจที่จะทุ่มเททำงานเต็มที่ โดยเฉพาะแพทย์ พยาบาลที่ดูแลรักษาผู้ป่วยใกล้ชิดที่มีโอกาสติดเชื้อขณะใส่ท่อเครื่องช่วยหายใจ การนำกลับมาใช้ซ้ำได้จะช่วยให้อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อของบุคลากรการแพทย์มีเพียงพอ พึ่งพาตนเองในขณะที่หลายประเทศยังคงมีความขาดแคลน "นายอนุทินกล่าว






