thansettakij
thansettakij
ศบค.ปลื้มไม่ติดโควิด14วัน36จ.ไร้ผู้ป่วยขยับเป็น10จ.  

ศบค.ปลื้มไม่ติดโควิด14วัน36จ.ไร้ผู้ป่วยขยับเป็น10จ.  

21 เม.ย. 63 | 09:29 น.

ปลื้มไม่ติดโควิด14วัน36จ.ไร้ผู้ป่วยขยับเป็น10จ.  อาชีพที่ติดเชื้อมากสุดรับจ้างทั่วไป ฟรีแลนซ์  กทม.แชมป์ฝ่าเคอร์ฟิว

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงว่า สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,811 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 109 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 655 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม1 ราย เสียชีวิตสะสม 48 ราย นั้น

สำหรับผู้ป่วยใน จ.สตูล 19 ราย ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐทั้งหมด ไม่มีผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัด จึงต้องขอบคุณ จ.สตูลที่รับผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศเข้าไปดูแลในพื้นที่ และขอปรับ จ.สตูลไปอยู่ในจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วย รวมกับ 9 จังหวัดก่อนหน้านี้ รวมเป็น 10 จังหวัด คือกำแพงเพชร  ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ  พิจิตร  ระนอง  สิงห์บุรี อ่างทอง  และ สตูล 

ศบค.ปลื้มไม่ติดโควิด14วัน36จ.ไร้ผู้ป่วยขยับเป็น10จ.  

นอกจากนี้ มีจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วง 14 วัน อีก 1 จังหวัดคือ สุพรรณบุรี เมื่อรวมจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ในรอบ 14 วันจึงมีทั้งสิ้น  36 จังหวัด  คือ กาญจนบุรี   กาฬสินธุ์   จันทบุรี   เชียงราย   ตาก  นครนายก  บุรีรัมย์  ประจวบคีรีขันธ์   เพชรบุรี   เพชรบูรณ์   แพร่  พระนครศรีอยุธยา  มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน  มุกดาหาร  ยโสธร  ร้อยเอ็ด  ระยอง  ราชบุรี  ลพบุรี  ลำพูน  ศรีสะเกษ  สกลนครสมุทรสงคราม   สระบุรี  สุโขทัย  สุรินทร์  หนองคาย   หนองบัวลำภู   อำนาจเจริญ   อุดรธานี   อุตรดิตถ์
อุทัยธานี   สระแก้ว  อุบลราชธานี  สุพรรณบุรี

และในรอบ 7 วันที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเข้ามาเพียง 11 จังหวัดเท่านั้น ได้แก่  กทม.  นนทบุรี ภูเก็ต  ชลบุรี ยะลา  ปัตตานี  สงขลา  กระบี่  นราธิวาส  ขอนแก่น  และชุมพร   ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่กักตัวของรัฐ 71 ราย ส่วนอาชีพที่ติดเชื้อมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รับจ้างทั่วไป ฟรีแลนซ์ 395 ราย ค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว 308 ราย พนักงานบริษัท โรงงาน 235 ราย พนักงานในสถานบันเทิง 176 ราย นักเรียน นักศึกษา 164 ราย ช่วงอายุระหว่าง 20-39 ปี ดังนั้นต้องให้ความสำคัญกลุ่มนี้ เพราะเป็นช่วงอายุที่เป็นพาหะนำเชื้อโรค

ศบค.ปลื้มไม่ติดโควิด14วัน36จ.ไร้ผู้ป่วยขยับเป็น10จ.  
 

ส่วนผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 20 เม.ย.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 21 เม.ย. มีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถานจำนวน  963 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 33 ราย   ชุมนุมมั่วสุม 65 ราย ลดลงจากคืนก่อน 21 ราย จึงขอความร่วมมืออย่าออกจากบ้านถ้าไม่มีความจำเป็น   ให้ถือว่ายังอยู่ในช่วงการเผชิญกับวิกฤติโรคระบาด ที่สำคัญ ขอให้ครอบครัวตักเตือน เพื่อตำรวจจะได้ไม่ต้องเข้าจับกุม   ส่วนจังหวัดที่มีการฝ่าฝืนมากที่สุด แต่ละภาค ได้แก่  กทม.ออกนอกเคหสถาน 56ราย  ปทุมธานี ออกนอกเคหสถาน 42ราย มั่วสุม 7ราย  นครราชสีมา ออกนอกเคหสถาน 18 ราย เชียงใหม่ ออกนอกเคหสถาน 12 ราย และภูเก็ต ออกนอกเคหสถาน 27 ราย   

ศบค.ปลื้มไม่ติดโควิด14วัน36จ.ไร้ผู้ป่วยขยับเป็น10จ.  

จังหวัดที่มีการฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 10 อันดับสูงสุด คือกทม.  ปทุมธานี  สมุทรปราการ  ภูเก็ต พระนครศรีอยุธยา ระยอง นครราชสีมา ราชบุรี นนทบุรี และบุรีรัมย์   ส่วนจังหวัดที่ไม่มีการกระทำผิด ได้แก่ สิงห์บุรี ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ นครพนม  อุทัยธานี หนองคาย สมุทรสงคราม  มหาสารคาม พิษณุโลกและพิจิตร   ขณะที่คนไทยที่จะเดินทางกลับจากประเทศ วันนี้ (21 เม.ย.) จะมีคนไทยจากไต้หวัน 120 คน และญี่ปุ่น 100 คน โดยคนเหล่านี้จะเข้าไปอยู่ในสถานกักตัวของรัฐทั้งหมด

ต่อคำถามเรื่องการจราจรใน กทม.เริ่มมาติดขัด สะท้อนได้หรือไม่ว่าคนเริ่มกลับมาทำงาน ไม่ได้ทำงานอยู่บ้านแล้วนั้น  นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ยังอยู่ในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยังรณรงค์ให้ลดการเดินทาง วันนี้เรามีตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ต่ำกว่า 20 ราย  เพราะคนไทยร่วมมือกัน หลายคนหลายเบาใจได้ แต่วางใจยังไม่ได้แน่นอน  เนื่องจากมีตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ให้เห็น เพียง 4 คน ยังทำให้ขึ้นมาเป็นพันคนได้  ถ้าเราคุมได้ไม่ดีตัวเลขจะยกกำลังขึ้นมา  ดังนั้น ต้องขอความร่วมมือเอกชนถ้าสามารถสั่งทำงานที่บ้านได้ก็ให้ทำ รัฐยังยืนยันมาตรการนี้อยู่

ศบค.ปลื้มไม่ติดโควิด14วัน36จ.ไร้ผู้ป่วยขยับเป็น10จ.  

ต้องมีการตัดสินใจอย่างที่นายกฯ บอกในที่ประชุม ศบค. ว่าเรื่องการติดเชื้อเกิดขึ้นแล้ว  และเราคุมได้ดีเป็นเรื่องหนึ่ง  ซึ่งการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และเคอร์ฟิวมีส่วนช่วยและเป็นผลดี  แต่การจะผ่อนปรนหรือยกเลิกต้องเรียนรู้จากประเทศต่างๆ เช่น ที่อังกฤษ แม้ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ แต่รัฐบาลเขายังไม่มีท่าทีผ่อนคลายล็อกดาวน์ ตรงกันข้ามกับสหรัฐอเมริกาที่ตัวเลขยังพุ่งสูงอยู่ แต่ประชาชนหลายพื้นที่เรียกร้องให้ผ่อนปรนการล็อกดาวน์  ซึ่งตรงข้ามกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่   โดยหลายประเทศใช้แตกต่างกัน

 ในส่วนของประเทศไทย อธิบดีกรมควบคุมโรคได้แจ้งให้ที่ประชุมวงเล็กเข้าใจว่า 1.การผ่อนปรนไม่ใช่การเลิก  2.การผ่อนปรนต้องควบคู่ไปกับการป้องกันและควบคุมโรค ซึ่งเราใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯและเคอร์ฟิว  3.มีจุดจัดการปฏิบัติการด้านต่างๆ  ซึ่งที่เราประสบความสำเร็จคือ ระดับจังหวัดและประชาชนในจังหวัดให้ความร่วมมือ  เป็นหลักการ3ข้อ แน่นอนว่าไม่ได้มีการยกเลิก แต่การผ่อนปรนจะเกิดขึ้นที่จังหวัดไหน เวลาไหน ขึ้นอยู่กับสถิติเหมือนที่นายกฯระบุไว้

ศบค.ปลื้มไม่ติดโควิด14วัน36จ.ไร้ผู้ป่วยขยับเป็น10จ.  

 ประชาชนจังหวัดไหนต้องการอิสระเสรีขึ้นอยู่กับความร่วมมือของท่าน ใครทำกรรมดีไว้ก็ส่งผลดีให้ได้ ถ้าร่วมมือดีก็จะทำให้มีพื้นที่ในการที่จะทำอะไรต่างๆ ได้มากขึ้น และในระยะเวลาอันสั้นรัฐบาลไทย และศบค.คงจะได้มีการตัดสินโดยใช้ข้อมูล สถิติ  และจากที่นักวิชาการ ภาคธุรกิจ ช่วยกันคิดและหาทางออก  ซึ่งสุขภาพก็สำคัญ ปากท้องก็สำคัญ เราจะไล่เรียงลำดับขึ้นมา ชีวิตต้องอยู่ได้ก่อน จากนั้นเศรษฐกิจและสังคมจะได้ตามมา ยึดหลักการแบบนี้   ถึงมีวันนี้ และขอประชาชนว่า เราอยู่ในตัวเลขสองหลัก เราต้องช่วยกันต่ำ10ให้ได้ อย่างน้อย 14 วัน เราจะได้หน้าหน้าเห็นหลังสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร เราอาจเป็นประเทศแรกของโลกที่ซีลประเทศได้เป็นอย่างดี  ถ้าตัวเลขต่ำ10 เราก็ต้องมีพฤติกรรมแบบใหม่ที่เป็นปกติ คือ สวมหน้ากากอนามัย 100%นพ.ทวีศิลป์ กล่าวทิ้งท้าย