
ไทยตั้งการ์ดดูแลแรงงานต่างด้าว ไม่ให้ซ้ำรอยสิงคโปร์ #โควิด 19
ไทยเรียนรู้จากสิงคโปร์ ส่งกรมอนามัยและหน่วยงานท้องถิ่น ลงพื้นที่สแกนแหล่งอาศัยของแรงงานต่างด้าว พร้อมจัดทีมพนักงานสาธารณะสุขต่างด้าว และอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว ช่วยดูแลใกล้ชิด ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวถึงกรณีการกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งในประเทศสิงคโปร์ และจำนวนผู้ติดเชื้อค่อนข้างสูงล่าสุดระดับหลักพันคน ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ซึ่งในประเทศสิงคโปร์มีแรงต่างด้าวกว่า 323,000 คน ลักษณะการอยู่อาศัยพักตามหอพักต่างๆ ซึ่งมีทั้งหมด 43 แห่ง และมีหอพักขนาดใหญ่หรือเมกาดอม มีคนอยู่อาศัยรวมกันนับพันๆคนต่อหนึ่งหอพัก และห้องๆมีคนแออัดกันอยู่ 12-20 คน เพราะว่าพื้นที่ของประเทศสิงคโปร์มีขนาดเล็ก จึงต้องอยู่ในลักษณะพื้นที่ที่กล่าวมา
จากรายงานการติดเชื้อของแรงงานต่างด้าว พบเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 รายแรกที่ติดเชื้อเป็นชาวบังคลาเทศ และต่อมาเกิดการติดเชื้อในกลุ่มก้อนใหญ่เกิดขึ้นในหอพัก เอส 11 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 เริ่มจากการติดเชื้อครั้งแรก 4 คนเท่านั้น ขยายเป็นกลุ่มก้อนใหญ่จำนวนนับพันคนเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ภายในเวลาอันรวดเร็ว นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่เรียกว่าซูเปอร์ สเปรดเดอร์ ทำให้สิงคโปร์ไต่อันดับขึ้นอยู่ในอันดับต้นๆของกลุ่มประเทศอาเซียนในเวลาค่อนข้างรวดเร็ว เป็นเรื่องน่ากังวลใจมาก
ทางการสิงคโปร์ก็จัดการอย่างเต็มที่ อาทิ มาตรการล็อคดาวน์หอพักในย่านนั้นรวมทั้งหมด 43 แห่ง จากนั้นตั้งอินเตอร์ เอเจนซี่ ทาร์ค ฟอร์ซ ดูแลแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในจุดนั้น และห้ามมิให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวในระหว่างหอพักด้วยกันเลย และจัดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อหยุดการระบาด เรียกวิธีการนี้ว่า เซอร์กิต เบรกเกอร์
แรงงานต่างด้าวทุกคนจะได้รับค่าจ้างที่อยู่ในช่วงระหว่างการกักตัว และยังมีการจัดให้มีคลินิกสถานพยาบาลที่เข้าไปทำหน้าที่คัดแยกอยู่ในบริเวณนั้นทั้งหมด ส่วนแรงงานที่รักษาหาย รวมถึงแรงงานที่ผลเลือดเป็นลบ ก็เคลื่อนย้ายไปอยู่บนเรือสำราญ ซุปเปอร์สตาร์ เจมินี่ หรือซุปเปอร์สตาร์ อควอเรียส ซึ่งพักได้จำนวนประมาณ 2,000 คน
ไทยเองก็ได้เรียนรู้ประเด็นแรงงานต่างด้าวจากสิงคโปร์ โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานท้องถิ่นทั้งหลาย ต้องลงไปสแกนพื้นที่ดูแลการเป็นอยู่ของแรงงานต่างด้าว และรักษาความสะอาดในพื้นที่ เน้นย้ำให้มีการรักษาระยะห่างทางสังคม
ทั้งนี้ของไทยได้ส่งเสริมให้มีพนักงานสาธารณสุขต่างด้าว (พสต.)และอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ทำหน้าที่เดียวกับ อสม. จำนวนหนึ่ง นำมาอบรมให้ความรู้ แล้วส่งกลับไปอยู่กับแรงงานเพราะพูดจาภาษาเดียวกัน ระบบนี้เกิดขึ้นในหลายจังหวัด ก็คาดหวังว่าสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากสิงคโปร์น่าจะป้องกัน และเป็นมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้






