thansettakij
thansettakij
โอกาสคลายล็อค“ป่วยใหม่ต่ำสิบ”

โอกาสคลายล็อค“ป่วยใหม่ต่ำสิบ”

19 เม.ย. 63 | 05:11 น.

ศบค.แถลงวันนี้ผู้ป่วยใหม่เพิ่ม 32 ราย รวมสะสม 2,765 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต หายแล้วเฉียด 2,000  มีผู้ป่วยยังอยู่โรงพยาบาบเหลือ 790 คน แต่ยังดีไม่พอ โอกาสคลายล็อคต้องร่วมมือกันอีกให้ได้เกิน 90% ขึ้นไป เพื่อให้เหลือผู้ป่วยใหม่หลักหน่วย

 

 

วันนี้( 19 เมษายน 2563) ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในนามโฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 32 ราย  ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยสะสมรวมทั้งสิ้น 2,765 คน จำนวนผู้ป่วยที่กลับบ้านได้แล้วรวมทั้งสิ้น 1,928 คน รักษาตัวอยู่ใน รพ. วันนี้ลดลงมาต่ำกว่า 1,000 โดยอยู่ที่ 790 ราย  วันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมยังอยู่ที่ 47 คน

โอกาสคลายล็อค“ป่วยใหม่ต่ำสิบ”

“ตัวเลขวันนี้น่ายินดีที่เผ็นผลจากความร่วมมือกัน ช่วยควบคุมจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อใหม่อยู่ที่ระดับนี้่ ขณะที่มีคนป่่วยหายกลับบ้านได้มากขึ้น มีคนป่วยที่ยังอยู่ในโรงพยาบาลต่อกว่าพันคน คือเหลืออยู่ที่ 790 คน ทรัพยากรทางด้านสาธารณสุขมีพอรองรับ หมอพยาบาลไม่เหนื่อยเกินไป ส่วนผู้ป่วยที่หายและกลับบ้านได้แล้ว 1,928 ราย นั้นปลอดเชื้อ มีภูมิคุ้มกันแล้วนั้น เวลานี้มาบริจาคเลือดแค่ร้อยกว่ารายเอง  ซึ่งทางการแพทย์ต้องการเลือดของท่านไปแยกพลาสมามาใช้ในการรักษาผู้ป่วยต่อไป”

โอกาสคลายล็อค“ป่วยใหม่ต่ำสิบ”

โอกาสคลายล็อค“ป่วยใหม่ต่ำสิบ”

โฆษก ศบค. กล่าวอีกว่า จากการวิเคราะห์ลักษณะการกระจายและปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยรายใหม่ 32 ราย พบว่า  มี 4 คนเป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าระบบ State Quarantine ที่มีระบบคัดกรองและกักตัวดูอาการ ทำให้สามารถพบตัวและเริ่มการรักษาพยาบาลได้โดยเร็ว รวมทั้งไม่ปล่อยให้ออกไปแพร่เชื้อต่อได้ ขณะที่ส่วนใหญ่คือ 28 คน เป็นผู้ป่วยในประเทศ และส่วนใหญ่( 18ราย) ติดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านั้น  

 

มี 5 รายที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้า แต่ติดเชื้อจากการไปในสถานที่ชุมนุมชน เช่น ห้าง ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 2 คน ส่วนอีก 3 คนเป็นกลุ่มอาชีพเสี่ยง เช่น ที่ทำงานแออัด ติดต่อใกล้ชิดชาวต่างชาติ เป็นต้น

 

ส่วนการกระจายตัวเชิงพื้นที่พบว่า ส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพฯกับนนทบุรีเป็นหลัก ส่วนในต่างจังหวัดเริ่มลดลง รวมทั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ลดน้อยลง

 

“ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่ศบค.ต้องพิจารณาประกอบกับพฤติกรรมสังคม ที่คนเริ่มออกจากบ้านเพิ่มขึ้น มาติดอยู่บนถนน ไปรวมตัวกันที่ห้างหรือตลาด เนื่องจากการจะควบคุมเชื้อโควิด-19 ได้คนต้องร่วมมือกัน 90 % ขึ้นไป โดยต้องตระหนักหลักการสำคัญ 2 ประการคือ ป้องกันตนเองคือการคาดหน้ากากอนามัยเสมอเมื่อออกจากบ้าน และหลักเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งดครัด ผลความร่วมมือทำให้ตัวเลขของเราดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังไปพอ ต้องให้ตัวเลขผู้ป่วยใหม่เหลือหลักเดียว ดังนั้น วันที่ 30 เมษายนพบกำหนดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เราจะได้ผ่อนคลายให้เปิดห้าง เปิดสถานที่ทำงานเพิ่ม หรือต้องขยายสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อคุมโรคต่อ ศบค.ชุดใหญ่จะเป็นผู้พิจารณาเมื่อใกล้ครบกำหนด โดยต้องประมวลข้อมูลและความเสี่ยงในมิติต่าง ๆ ประกอบการตัดสินใจ”

โอกาสคลายล็อค“ป่วยใหม่ต่ำสิบ” โอกาสคลายล็อค“ป่วยใหม่ต่ำสิบ”

โอกาสคลายล็อค“ป่วยใหม่ต่ำสิบ”

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า กองระบาดวิทยาวิเคราะห์สถิติผู้ป่วยตั้งแต่ม.ค.เป็นต้นมา พบว่า ผู้ป่วยในวัย 20-39 ปี เป็นกลุ่มวัยเริ่มทำงาน เป็นวัยสังคม  มีจำนวน 1,334 ราย คิดเป็นถึง 49 % ของผุ้ป่วยทั้งหมด แต่กลุ่มนี้เสียชีวิตเพียง 3 ราย มีลักษณะทางระบาดวิทยาของกลุ่มอาชีพและปัจจัยเสี่ยงคือ ในช่วงม.ค.-14 มี.ค. ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนต่างชาติ หรือผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ(36%)  หรือการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนจากสถานบันเทิง(20%) และอาชีพเสี่ยง(16%)

แต่หลังวันที่15 มี.ค.เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน พบว่าผู้ป่วยที่เดินทางจากต่างประเทศลดลงเหลือ 14% จากกลุ่มสถานบันเทิงยังอยู่ที่ 11% แต่ส่วนใหญ่ป่วยจากการสัมผัสผู้ปวยก่อนหน้าถึง 36% ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเกิดจากการสัมผัสภายในครอบครัว ที่เหลือจากที่ทำงานและกลุ่มเพื่อน

คนกลุ่มวัยนี้ป่วยแล้วหายเยอะ แต่มีลักษณะของการเป็นพาหะพาเชื้อไปแพร่กระจายให้คนใกล้ชิด เช่น คนในครอบครัว กลุ่มเพื่อน และการติดจากสถานบันเทิงก็ยังอยู่ในระดับสูงที่เป็นปัจจัยเสี่ยงการแพร่เชื้อโรค ซึ่งการศึกษานี้เพื่อจะได้วางมาตรการในอนาคตต่อไป

โอกาสคลายล็อค“ป่วยใหม่ต่ำสิบ”