
หมอทวีศิลป์ห่วงกลุ่มรอรับของยังชีพเสี่ยงติดเชื้อ
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.เผยถึงกรณีที่มีผู้ตกค้างจากต่างประเทศนั้น พบว่าจำนวนคนไทยที่ลงทะเบียนขอกลับประเทศ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้รายงานข้อมูลลงทะเบียนของคนไทยที่จะเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ 15-18 เม.ย. ในด่านชายแดนทั่วประเทศ จำนวน 1,984 คน โดยด่านชายแดนใต้จำนวน 1,604 คน ซึ่งเฉลี่ยแต่ละวันเดินทางผ่านเข้ามาประมาณ 200 คน ซึ่งสามารถรองรับได้ ส่วนผู้ที่จะบินกลับมาถือว่ามีน้อยมาก ส่วนสถานที่กักตัวในแต่ละพื้นที่ถือว่าเพียงพอกับคนที่จะเข้ามา หากพื้นที่เต็มก็จะขยับไปจังหวัดใกล้เคียง
กรณีคนไทยกักตัวที่บ้านพักรับรองที่สัตหีบครบกำหนด 14 วัน แต่พบว่ามี 4 คนมีไข้สูงมีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 เป็นความพยายามดูแลโดยใช้ช่วงเวลา 14 วันมาคัดกรอง เพื่อให้มั่นใจและให้แต่ละคนได้ดูแลพื้นฟูร่างกาย ซึ่ง 4 คนที่พบว่ามีไข้ เป็นในช่วงจะครบ 14 วัน จากนี้ 4 คนดังกล่าวก็จะนำไปเข้ารับการรักษาต่อไป ส่วนคนที่เหลือสามารถกลับบ้านได้ แต่ก็มีโอกาสติดเชื้อได้เช่นเดียวกัน ถ้าไปในที่คนพลุกพล่าน หรือไม่ใส่หน้ากากอนามัย จึงขอความร่วมมือในการที่จะใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาและหลีกเลี่ยงเข้าพื้นที่ที่แออัดเพื่อลดการติดเชื้อ
ส่วนกรณีที่น่าเฝ้าระวังคือกรณีที่มีประชาชนจำนวนมากไปต่อแถวรับของยังชีพ ที่บริเวณหน้าวัดดอนเมือง นั้น ตนเห็นข่าวก็ตกใจมาก ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งที่สื่อสารกันทุก ว่าการอยู่พื้นที่ชุมนุมกันมากๆมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ ยิ่งคนจำนวนมากไปยืนแออัด รอคอยใช้เวลากันพอสมควร อย่างกรณีไปร้านเหล้าเป็นกลุ่มเพียง 5-10 คนก็ยังติดกันทั้งร้าน แม้บอกว่าจะอยู่ในพื้นที่เปิด บนถนน ไม่เป็นอะไร แต่คนแออัดมีความเสี่ยง ตนขอร้องท่านผู้มีใจกุศล อยากบริจาคต้องมีระบบที่ดีด้วย มีการจัดระยะห่าง การทำแบบนี้ด้านหนึ่งท่านไม่ได้ทำตามข้อกำหนดกฎหมาย ตนไม่ได้อยากจะพูด เดี๋ยวจะว่าหมอพูดขู่อีก
"แต่นับไปอีก 7-14 วัน คนที่ต่อแถวต้องเฝ้าระวังตัวเองอย่างดี หากมีอาการไข้ ไอแห้ง และเจ็บคอ ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะท่านเป็นกลุ่มเสี่ยง มันเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ก็ต้องเตือนให้ดูแลสุขภาพ ในฐานะตัวแทนสาธารณสุขก็พร้อมดูแล ทั้งนี้ คนที่ไปต่อแถวต้องใส่หน้ากากอนามัย 100% ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นซุปเปอร์สเปรดเดอร์ อย่างไรก็ตาม แนะนำผู้ใจบุญ และผู้ที่จะบริจาคให้ติดต่อกับกทม.และเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ ในส่วนผู้รับบริจาคของที่รับมาจะมีค่าเมื่อกินตอนสุขภาพดีและแข็งแรง แต่มันจะมีค่าน้อยลง หากของที่รับมาต้องไปวางไว้เฉยๆ แล้วท่านต้องกินอาหารทางสายยางแทน"นพ.ทวีศิลป์กล่าวทิ้งท้าย






