
ลุ้นสิ้นเม.ย.ยอดโควิด ต่ำกว่า 3 พันคน
สธ.ลุ้นสิ้นเดือนเม.ย.ยอดคนไทยติดโควิดตำ่กว่า 3, 000 คน ย้ำ "ลดการ์ด" โอกาสติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2563 นพ.โสภณ เอี่ยมถาวร ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวถึง สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีแนวโน้มจะมีผู้ติดเชื้อจำนวนลดลง ขณะที่ก่อนหน้านี้ช่วงมีผู้ป่วยจำนวนมาก คือ ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ เป็นชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ,เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ หรืออยู่ในพื้นที่ชุมชนที่มีชาวต่างชาติ หรืออยู่ใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ
โดยขณะนี้จำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่อยู่ในไทยเหลือ 10% เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน มีมาตรการห้ามเดินทางเข้า-ออกประเทศ อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงที่ชาวต่างชาติที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศไทย โดยยอดผู้ป่วยชาวต่างชาติที่ปรากฏในเดือนเมษายนนั้นเป็นผลมาจากเดือนมีนาคมที่คนอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดมาก่อน หรือ พบผู้ป่วยต่อเนื่อง รวมทั้งมีสมาชิกในครอบครัวที่ติดเชื้อมาก่อน ขณะที่คนไทยที่ติดเชื้อเกิดจากการประกอบอาชีพ ทำงานอยู่ในสถานบันเทิงที่ต้องสัมผัสใกล้ชิด เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ
ส่วนกรณีหลายสำนักคาดการณ์ติดเชื้อของไทยในช่วงเดือนเมษายนที่มีการประเมินว่า ในวันที่ 15 เมษายน จะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงถึงหลักแสนคน โดยบางหน่วยงานคาดการณ์ไปถึง 3 แสนคน ขณะที่กรมควบคุมโรคคาดว่าจะมีตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ที่กว่า 7,500 คน แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันที่ 15 เมษายน ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดของไทยอยู่ที่ 2,643 คน ซึ่งต่ำกว่าที่หลายหน่วยงานคาดการณ์ไว้ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียง 1 ใน 3 ที่กรมควบคุมโรคคาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ อาจเป็นผลมาจากพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรการของรัฐที่ห้ามไม่ให้มีการชุมนุม รวมไปถึง พ.ร.ก.ที่จำกัดการเดินทาง นอกจากนี้ยังรวมถึงการที่ประชาชนร่วมมือใช้มาตรการ เพิ่มระยะห่างทางสังคม รวมถึงการณรงค์การสวมหน้ากากอนามัย ทำให้ตัวเลขการติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่าที่ประเมินไว้
อย่างไรก็ตาม เหลือเวลาอีก 12 วันก่อนสิ้นเดือนเมษายนซึ่งคาดว่า เมื่อถึงสิ้นเดือนเมษายนยอดผู้ติดเชื้อสะสมน่าจะไม่เกิน 3,000 คน
"เนื่องจากไวรัสโควิดเป็นโรคระบบทางเดินหายใจที่พร้อมจะกลับมาระบาดได้ตลอดเวลา และยังมีประเทศที่เริ่มมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในประเทศอื่นในทวีปแอฟริกา ดังนั้นขอเน้นย้ำว่าหากไทยจะมีการผ่อนปรนมาตรการควบคุมการระบาดการติดเชื้อ จำนวนผู้ติดเชื้อยังมีโอกาสที่จะกลับมามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นได้ จากปัจจัยที่จะเปลี่ยนแปลงเนื่องจากมาตรการที่เริ่มมีการผ่อนปรนของหลายพื้นที่ รวมถึงการเข้ามาของชาวต่างชาติโดยเราต้องยกระดับมาตรการเพื่อให้เกิดการแพร่เชื้อน้อยที่สุด "






