
ป่วยโควิด 1 คน เกิดขยะติดเชื้อ 2.85 กก.ต่อวัน
กรมอนามัยเฝ้าระวังและติดตามสถานะการณ์ขยะติดเชื้อ 2 กลุ่มเป้าหมาย เผยผู้ป่วยโควิด 1 คน เกิดขยะติดเชื้อ 2.85 กก.ต่อเตียงต่อวัน
แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัยให้สัมภาษณ์ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายใต้ภารกิจด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ทางกรมอนามัยได้ดำเนินการในการให้คำแนะนำในเรื่องสุขาภิบาลอาหารและน้ำ เรื่องของการดูแลอนามัยสิ่งแวดล้อม และขยะเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องอนามัยสิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญ โดยหน้าที่หลักเป็นการดูแลระบบเรื่องของการจัดการขยะติดเชื้อของทั้งประเทศ ซึ่งในขณะนี้ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานะการณ์ขยะติดเชื้อ 2 กลุ่มเป้าหมายคือ 1.กลุ่มที่เป็นผู้ป่วยซึ่งจะทำให้จำนวนขยะติดเชื้อเพิ่มขึ้นในระบบของการรักษาพยาบาลโดยดูจากจำนวนผู้ป่วยที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น และพบว่าผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 1 คน จะมีอัตราการเกิดมูลฝอยติดเชื้อประมาณ 2.85 กิโลกรัมต่อเตียงต่อวัน ซึ่งจะทำให้ประเทศต้องดูแลระบบติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มเป้าหมายนี้
แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร
2.เป็นระบบขยะติดเชื้อที่ในระยะแรกในกลุ่มที่ถูกกักกัน หรือการกักตัวเอง (Quarantine)ซึ่งมีการกำจัดขยะแบบขยะติดเชื้อ แต่ในขณะนี้ในประเทศได้ออกแบบของขยะในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงไว้ 2 ส่วนคือ ขยะที่มีการปนเปื้อนจากสารคัดหลั่งของผู้ที่ถูกกักกัน สังเกตอาการ และขยะทั่วไป เมื่อรวมขยะติดเชื้อ 2 กลุ่มเป้าหมายนี้ถือว่าเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันในระบบปกติจะมีปริมาณขยะติดเชื้ออยู่ที่ 145.57 ตันต่อวันหรือประมาณ 40%ของความสามารถในการกำจัดขยะติดเชื้อ และยังสามารถเพิ่มศักยภาพรองรับขยะมูลฝอยติดเชื้อได้อีก 211 ตันต่อวัน ดังนั้นประเทศไทยยังคงสามารถรองรับการกำจัดขยะติดเชื้อที่เกิดจากผู้ป่วยโควิด-19ได้ แต่จะต้องเน้นให้ความสำคัญระบบขนส่งขยะติดเชื้อจากแหล่งที่เป็นต้นทางคือโรงพยาบาลไปยังเตาเผาขยะขยะติดเชื้อโดยทางโรงพยาบาลมีระบบไอทีที่สามารถติดตามการจัดการขยะติดเชื้อที่ไปยังเตาเผา
สำหรับการกำจัดขยะติดเชื้อ 2 มี 2ส่วนหลักคือโดยการเผา ซึ่งทั่วประเทศจะมีสถานที่เผาขยะมูลฝอยติดเชื้อ ของรัฐบาล 11 แห่ง และของภาคเอกชน 4 แห่ง และเป็นการกำจัดขยะติดเชื้อได้จากโรงพยาบาลซึ่งมีอยู่จำนวน 78 แห่งทั่วประเทศ






