
ศบค.หวั่นสงกรานต์7วันอันตราย ลูกหลานแพร่เชื้อผู้สูงอายุ
ศบค.แจงผู้ป่วยใหม่รับปีใหม่ไทยเพิ่ม 33 ราย ลดลงน่าพอใจ แต่กังวลสถานการณ์ติดเชื้อต่างประเทศที่ยังพุ่งสูงต่อเนื่อง
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ ประจำวันที่ 12 เมษายน 2563 มีผู้ป่วยใหม่ 33 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,551 ราย ใน 68 จังหวัด กลับบ้านได้ 1,218 ราย กระจายตัวอยู่ในกรุงเทพฯเป็นส่วนใหญ่ อายุ 30-39 ปี เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย เป็นชาย 2 ราย อายุ 74 และ44 ปี อีกรายเป็นหญิงอายุ 65 ปี
ปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยใหม่ 33 รายนั้น กลุ่มนั้นมาจากกลุ่มสัมผัสเสี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วยที่ยืนยันก่อนหน้านี้ เช่นสนามมวย สถานบันเทิง และกลุ่มเชื่อมโยงกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้
“เป็นข่าวดีรับเทศกาลปีใหม่ไทย ตัวเลขที่ค่อยๆลดลง เกิดจาการทำงานร่วมกัน แต่ต้องไม่การ์ดตก”
นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวย้ำ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นปีใหม่ไทย ลูกหลานจะรดน้ำอวยพรผู้สูงอายุในบ้าน เสนอให้กลุ่มอายุ 20-29ปี และกลุ่มอายุ 30-39 ปี ควรจะอวยพรแบบห่างๆจากผู้สูงอายุอย่างน้อย2 เมตร และงดเล่นน้ำสงกรานต์เพราะในกลุ่มอายุที่กล่าวมาถ้าติดเชื้อจะไม่แสดงอาการ หากมีการไอจาม สารคัดหลังจากน้ำมูกน้ำลายจะกระจายไปกับละอองน้ำที่ฉีดเล่นกัน เป็นการกระจายไปไกลกว่าการไอจาม ถือว่าน้ำเป็นพาหะ
“ช่วงสงกรานต์นี้สาธารณสุขขีดเส้นใต้เป็น 7 วันของการติดเชื้อ”
แต่สถานการณ์ทั่วโลกทำให้ผมไม่สบายใจ ตัวเลขยังน่ากังวล วันนี้มีผู้ป่วยมากกว่า 1.78 ล้านราย เสียชีวิต 1.08 แสนราย รักษาหาย 4 แสนกว่าคน โดยสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยสูงที่สุด และตัวเลขผู้เสียชีวิตแซงหน้าอิตาลีแล้ว สำหรับไทย อยู่ในอันดับ 47
ขณะที่ประเทศที่อยู่ใกล้เคียงมีผู้ป่วยใหม่เพิ่ม เช่น มาเลเซีย มีผู้ป่วยใหม่เพิ่ม 184 รายฟิลิปปินส์ 233 ราย สิงคโปร์ 191 ราย อินโดนีเซีย 330 ราย ดังนั้นประเทศไทยต้องตั้งรับอย่างแข็งแกร่ง เพราะเราจะต้องดูแลคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และประชาชนเองก็ต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการกักตัว 14 วัน
“ที่เคยมีคำถามเมื่อไหร่จะเปิดประเทศ เปิดสนามบิน ก็ขึ้นกับสถิติที่กล่าวมา ประกอบการตัดสินใจ วันนี้ในประเทศเราค่อนข้างนิ่ง แต่ประเทศรอบๆในอาเซียน และอินเดีย ญี่ปุ่นค่อนข้างพุ่ง”
ดังนั้นการ์ดของเราต้องไม่ตก






