
จี้ลดเสี่ยงหลังพบ56% ติดเชื้อในบ้าน
สธ. จี้ลดเสี่ยงช่วงสงกรานต์ หลังพบสถิติ 56% ผู้ป่วยติดเชื้อในครอบครัว วอนประชาชนเว้นระยะห่างในบ้าน สวมหน้ากากผ้าช่วงเทศกาล
กระทรวงสาธารณสุข เผยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ป่วยโควิด-19 ร้อยละ 56 เป็นการติดเชื้อในครอบครัว กระตุ้นประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ให้เว้นระยะห่างภายในบ้าน สวมหน้ากากอนามัย เพื่อให้สงกรานต์นี้ช่วยลดการระบาดของโรค
นายแพทย์อนุพงศ์ สุจริยากุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวถึง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ขอบคุณคนไทยที่ให้ความร่วมมือกับมาตรการภาครัฐทำให้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่อย่าชะล่าใจยังคงเข้มมาตรการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่จะมีการพบปะเพื่อน ญาติผู้ใหญ่ เพื่อขอพร ขอให้เข้มงวดการเว้นระยะห่างระหว่างกัน รวมทั้งการสวมหน้ากากอนามัย เพื่อให้เป็นเทศกาลที่ช่วยลดการระบาดของโรคโควิด-19
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค พบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ 4-10 เมษายน 2563 ) พบผู้ป่วย 495 ราย ในจำนวนนี้ 144 รายเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยร้อยละ 56 เป็นการสัมผัสใกล้ชิดคนในครอบครัว รองลงมาสัมผัสกับเพื่อนร่วมงาน/ผู้มารับบริการร้อยละ 23 ส่วนการสัมผัสจากการพบปะเพื่อนฝูง/คนรู้จักพบร้อยละ18 และการสัมผัสร่วมยานพาหนะ/ในชุมชน พบร้อยละ 3 จากข้อมูลข้างต้นการรักษาระยะห่างระหว่างกันของผู้ใกล้ชิดและคนในครอบครัวจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อลดการติดเชื้อจากการสัมผัส
ด้านนายแพทย์บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้สำรวจการปฏิบัติตามมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” จำนวน 1,709 ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เข้าใจดีทำตามมาตรการ โดยถามว่าเมื่อวานได้ออกไปนอกบ้านหรือไม่ ร้อยละ 50 ยังต้องออกนอกบ้าน เพื่อทำงาน ทำกิจธุระที่จำเป็นและพบแพทย์, ร้อยละ 38 อยู่บ้านไม่มีคนมาหา, ร้อยละ 12 อยู่บ้านแต่ยังมีคนมาหา
ส่วนแนวทางการป้องกันตนเองเมื่ออยู่บ้านและออกไปนอกบ้าน ด้วยการล้างมือหรือใช้แอลกอฮอล์เจลถึงร้อยละ 84.3, สวมใส่หน้ากากอนามัยหน้ากากผ้าร้อยละ 76.7, ระวังไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก ร้อยละ 59.2 และเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ร้อยละ 58.8
สำหรับในช่วงสงกรานต์มาตรการที่ทุกคนควรปฏิบัติร่วมกัน คือการขอพรต้องเว้นระยะห่างในการไหว้ขอพรญาติผู้ใหญ่ เพราะกลุ่มผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ และหากอยู่ไกลกันก็ขอให้ใช้การอวยพรทางโทรศัพท์หรือออนไลน์เพื่อร่วมกันลดการแพร่กระจายของเชื้อให้ต่ำลงต่อไปให้ได้






