
กินลดภาษีบูมร้านอาหาร ห้าง/ศูนย์การค้าแห่อัดแคมเปญดูดกำลังซื้อนักชิม
ห้าง/ศูนย์การค้าสบช่องมาตรการกินลดภาษี แห่จัดแคมเปญดูดกำลังซื้อนักชิม หวังช่วยร้านอาหารเพิ่มยอด “เดอะ มอลล์ กรุ๊ป” ประกาศจัดเต็ม “อร่อยมื้อนี้ คืนภาษี รับสงกรานต์” กิน 1,000 รับ 100 บาท หรือลุ้นเดต “โดม- ปกรณ์ ลัม” ด้านสยามพารากอน/สยามเซ็นเตอร์ จับมือมอบส่วนลด 10% ทันที มั่นใจสร้างรายได้เพิ่ม 20% ขณะที่ “เซ็นทรัล” คาดลูกค้าตบเท้าเข้าเพิ่ม 20% ส่วนยอดขายพุ่ง15%
นายชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารเดอะ มอลล์ ดิ เอ็มดิสทริค และสยามพารากอน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เพื่อสนองตอบมาตรการรัฐในเรื่องการลดหย่อนภาษีช่วงวันสงกรานต์ ด้วยการจับมือร้านอาหารในห้างและศูนย์การค้าร่วมจัดรายการพิเศษ “อร่อยมื้อนี้ คืนภาษี รับสงกรานต์” ขึ้นภายในห้างและศูนย์การค้าในกลุ่ม ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นประเพณีดั้งเดิมที่ครอบครัวจะต้องพบปะสังสรรค์ และมีการรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งนอกจากแคมเปญพิเศษข้างต้นแล้ว ยังมีแคมเปญโปรโมชันซัมเมอร์ที่จะมาช่วยกระตุ้นให้จับจ่ายและสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ Salute Summer มอบส่วนลดสูงสุด 50 % พร้อมลุ้นท่องเที่ยวที่ใดก็ได้ในโลกผ่านสายการบินกาตาร์ รวมถึงโปรโมชันพิเศษจาก Power Mall, Sport Mall, Beauty Hall, The living ฯลฯ
“มาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐ จากการรับประทานอาหารตามร้านอาหารนั้น เชื่อว่าจะส่งผลในการสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ามาใช้บริการในห้างและศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น และมูลค่าการใช้จ่ายในแต่ละครั้งก็น่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย อีกทั้งช่วงสงกรานต์ถือเป็นช่วงที่ร้านอาหารต่างๆมีลูกค้าหมุนเวียนสูงกว่าในช่วงปกติอยู่แล้ว มาตรการดังกล่าวน่าจะช่วยให้มีความคึกคักเพิ่มขึ้น”
สำหรับแคมเปญ “อร่อยมื้อนี้ คืนภาษี รับสงกรานต์” มีขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 เมษายนนี้ ซึ่งนอกจากลูกค้าจะนำใบเสร็จจากการรับประทานอาหารจากร้านอาหาร ในห้างหรือศูนย์การค้าไปลดหย่อนภาษีแล้ว หากรับประทานอาหารในสยามพารากอน และ ดิ เอ็มดิสทริคครบ 1.5 หมื่นบาท จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 1.5พันบาท ส่วนที่เดอะมอลล์ ทุกสาขาเมื่อรับประทานอาหารครบ 1 พันบาท จะได้รับบัตรกำนัล 100 บาท พร้อมบัตรเข้าสวนน้ำแฟนตาเซียลากูนฟรี 2 ใบ นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย อาทิ ทานอาหารที่ดิ เอ็มดิสทริค ครบ 1 พันบาท ลุ้นเดตกับ “โดม- ปกรณ์ ลัม” ครบ 1.5 หมื่นบาท รับบัตรกำนัลจาก khongkwan clinic มูลค่า 1.5 หมื่นบาท เป็นต้น
ด้านนางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายส่งเสริมการตลาด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ กล่าวว่า บริษัทจัดแคมเปญ “อร่อยมื้อนี้ คืนภาษีรับสงกรานต์ ที่สยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์” ระหว่างวันที่ 9-17 เมษายนนี้ เพื่อรองรับมาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐจากการรับประทานอาหารตามร้านอาหาร ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าจำนวนมากเข้ามาใช้บริการ โดยบริษัทร่วมกับร้านค้าผู้เช่ากลุ่มร้านอาหารจัดแคมเปญนี้ขึ้น โดยมอบส่วนลดในร้านอาหารที่ร่วมรายการสูงสุด 10% นอกจากนี้ลูกค้าที่มาใช้บริการสะสมครบ 1.5 หมื่นบาท สามารถแลกรับบัตรกำนัลพารากอนดีพาร์ทเม้นสโตร์ หรือบัตร Siam Gift Card มูลค่า 1.5 พันบาท หรือรางวัลพิเศษที่ร่วมรายการอื่นๆ ด้วย
“มาตรการและแคมเปญนี้ถือเป็นการเพิ่มความสุขให้กับคนไทยอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ร้านค้าประเภทร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการ เพิ่มขึ้นประมาณ 20 % ตลอดระยะเวลาแคมเปญ และสามารถเพิ่มความสุขในการจับจ่ายของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเลยทีเดียว”
ส่วนทาง ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัล เฟสติวัล กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของทางภาครัฐในช่วงสงกรานต์ โดยให้ประชาชนสามารถนำใบกำกับภาษีที่ได้จากการรับประทานอาหารไปหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทนั้น คาดว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมของตลาดรีเทล และกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงเทศกาล โดยเฉพาะศูนย์การค้าที่มีร้านอาหารหลากหลายรูปแบบและมีกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยแล้ว จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าหมุนเวียนเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นกว่า 20 % และเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหารในศูนย์ได้ไม่น้อยกว่า 15%
อย่างไรก็ดี จากการออกมาตรการลดหย่อนภาษีจากการรับประทานอาหารตามร้านอาหารนั้น พบว่าผู้ประกอบการร้านอาหารชื่อดังต่างประเมินว่า จะส่งผลให้มียอดขายเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครือโออิชิ ได้แก่ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น “โออิชิ แกรนด์” ชาบูชิ โออิชิราเมน คาคาชิ ก็ประเมินว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 40% ส่วนบาร์บีคิว พลาซ่า จุ่มแซ่บฮัท และฮ็อทสตาร์ ที่คาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 15-20% จากช่วงเวลาปกติ เนื่องจากมีร้านอาหารกระจายอยู่ทั่วประเทศ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,146 วันที่ 7 - 9 เมษายน พ.ศ. 2559
นายชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารเดอะ มอลล์ ดิ เอ็มดิสทริค และสยามพารากอน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เพื่อสนองตอบมาตรการรัฐในเรื่องการลดหย่อนภาษีช่วงวันสงกรานต์ ด้วยการจับมือร้านอาหารในห้างและศูนย์การค้าร่วมจัดรายการพิเศษ “อร่อยมื้อนี้ คืนภาษี รับสงกรานต์” ขึ้นภายในห้างและศูนย์การค้าในกลุ่ม ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นประเพณีดั้งเดิมที่ครอบครัวจะต้องพบปะสังสรรค์ และมีการรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งนอกจากแคมเปญพิเศษข้างต้นแล้ว ยังมีแคมเปญโปรโมชันซัมเมอร์ที่จะมาช่วยกระตุ้นให้จับจ่ายและสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ Salute Summer มอบส่วนลดสูงสุด 50 % พร้อมลุ้นท่องเที่ยวที่ใดก็ได้ในโลกผ่านสายการบินกาตาร์ รวมถึงโปรโมชันพิเศษจาก Power Mall, Sport Mall, Beauty Hall, The living ฯลฯ
“มาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐ จากการรับประทานอาหารตามร้านอาหารนั้น เชื่อว่าจะส่งผลในการสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ามาใช้บริการในห้างและศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น และมูลค่าการใช้จ่ายในแต่ละครั้งก็น่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย อีกทั้งช่วงสงกรานต์ถือเป็นช่วงที่ร้านอาหารต่างๆมีลูกค้าหมุนเวียนสูงกว่าในช่วงปกติอยู่แล้ว มาตรการดังกล่าวน่าจะช่วยให้มีความคึกคักเพิ่มขึ้น”
สำหรับแคมเปญ “อร่อยมื้อนี้ คืนภาษี รับสงกรานต์” มีขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 เมษายนนี้ ซึ่งนอกจากลูกค้าจะนำใบเสร็จจากการรับประทานอาหารจากร้านอาหาร ในห้างหรือศูนย์การค้าไปลดหย่อนภาษีแล้ว หากรับประทานอาหารในสยามพารากอน และ ดิ เอ็มดิสทริคครบ 1.5 หมื่นบาท จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 1.5พันบาท ส่วนที่เดอะมอลล์ ทุกสาขาเมื่อรับประทานอาหารครบ 1 พันบาท จะได้รับบัตรกำนัล 100 บาท พร้อมบัตรเข้าสวนน้ำแฟนตาเซียลากูนฟรี 2 ใบ นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย อาทิ ทานอาหารที่ดิ เอ็มดิสทริค ครบ 1 พันบาท ลุ้นเดตกับ “โดม- ปกรณ์ ลัม” ครบ 1.5 หมื่นบาท รับบัตรกำนัลจาก khongkwan clinic มูลค่า 1.5 หมื่นบาท เป็นต้น
ด้านนางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายส่งเสริมการตลาด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ กล่าวว่า บริษัทจัดแคมเปญ “อร่อยมื้อนี้ คืนภาษีรับสงกรานต์ ที่สยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์” ระหว่างวันที่ 9-17 เมษายนนี้ เพื่อรองรับมาตรการลดหย่อนภาษีของภาครัฐจากการรับประทานอาหารตามร้านอาหาร ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าจำนวนมากเข้ามาใช้บริการ โดยบริษัทร่วมกับร้านค้าผู้เช่ากลุ่มร้านอาหารจัดแคมเปญนี้ขึ้น โดยมอบส่วนลดในร้านอาหารที่ร่วมรายการสูงสุด 10% นอกจากนี้ลูกค้าที่มาใช้บริการสะสมครบ 1.5 หมื่นบาท สามารถแลกรับบัตรกำนัลพารากอนดีพาร์ทเม้นสโตร์ หรือบัตร Siam Gift Card มูลค่า 1.5 พันบาท หรือรางวัลพิเศษที่ร่วมรายการอื่นๆ ด้วย
“มาตรการและแคมเปญนี้ถือเป็นการเพิ่มความสุขให้กับคนไทยอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ร้านค้าประเภทร้านอาหารที่เข้าร่วมรายการ เพิ่มขึ้นประมาณ 20 % ตลอดระยะเวลาแคมเปญ และสามารถเพิ่มความสุขในการจับจ่ายของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเลยทีเดียว”
ส่วนทาง ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัล เฟสติวัล กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของทางภาครัฐในช่วงสงกรานต์ โดยให้ประชาชนสามารถนำใบกำกับภาษีที่ได้จากการรับประทานอาหารไปหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทนั้น คาดว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมของตลาดรีเทล และกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงเทศกาล โดยเฉพาะศูนย์การค้าที่มีร้านอาหารหลากหลายรูปแบบและมีกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยแล้ว จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าหมุนเวียนเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นกว่า 20 % และเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหารในศูนย์ได้ไม่น้อยกว่า 15%
อย่างไรก็ดี จากการออกมาตรการลดหย่อนภาษีจากการรับประทานอาหารตามร้านอาหารนั้น พบว่าผู้ประกอบการร้านอาหารชื่อดังต่างประเมินว่า จะส่งผลให้มียอดขายเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครือโออิชิ ได้แก่ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น “โออิชิ แกรนด์” ชาบูชิ โออิชิราเมน คาคาชิ ก็ประเมินว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 40% ส่วนบาร์บีคิว พลาซ่า จุ่มแซ่บฮัท และฮ็อทสตาร์ ที่คาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 15-20% จากช่วงเวลาปกติ เนื่องจากมีร้านอาหารกระจายอยู่ทั่วประเทศ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,146 วันที่ 7 - 9 เมษายน พ.ศ. 2559






