
อาชีพที่ไม่มี”เศษเงินหลังตู้เย็น”
สามารถ แนะรัฐบาลควรดูแลศิลปินนักร้องลูกทุ่งที่หาเช้ากินค่ำ หนึ่งอาชีพที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ เขียนบทความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า โควิด -19 ทำให้หลากหลายอาชีพได้รับความเดือดร้อน บางครอบครัวอาจใช้คำพูดได้ว่าเดือดร้อนอย่าง “แสนสาหัส” ขอย้ำว่า “แสนสาหัส” รวมทั้งอาชีพศิลปินนักร้องที่บางคนกล่าวว่าเป็นอาชีพเต้นกินรำกิน แต่ก็นับเป็นอาชีพที่สร้างความสุขด้วยเสียงเพลงให้กับประชาชน
ศิลปินนักร้องวงย้อนยุค “ยอดรักคอมโบ้” ซึ่งเป็นการรวมตัวของลูกศิษย์ของขุนพลเพลงลูกทุ่ง“ยอดรัก สลักใจ” ก็เช่นเดียวกันที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
นายปัญญา กตัญญู อดีตพิธีกรวงดนตรียอดรัก สลักใจ ปัจจุบันเป็นโฆษกวงยอดรักคอมโบ้กล่าวว่าพวกเขาเดือดร้อนจริงๆ เพราะพิษโควิด-19 แต่ก็ต้องทำใจเพราะทุกอาชีพก็เดือดร้อนเช่นกัน ทุกวันนี้หายใจเข้าหายใจออกเป็น “มาม่ากับปลากระป๋อง” และได้ลงทะเบียนเพื่อรับ5,000 บาท แต่ไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่
นายปรีชา สลักใจ อดีตผู้จัดการส่วนตัวของยอดรัก สลักใจ ปัจจุบันเป็นผู้จัดการวงยอดรักคอมโบ้ ปาดเหงื่อแล้วบอกว่า เฉพาะเดือนเมษายน 2563 วงยอดรักคอมโบ้รับงานแสดงไว้ 16 งานแต่เมื่อเจอพิษโควิด-19 ทำให้ต้องยกเลิกการแสดงทั้งหมด ชาวคณะทั้งหมดนับ 100 ชีวิต ทั้งนักร้อง นักดนตรี นางรำ (หางเครื่องหรือแดนเซอร์) ช่างไฟ แสงสี ตลกฯลฯ ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า เพราะเป็นอาชีพหาเช้ากินค่ำ
นายปรีชายังสาธยายต่อว่า เขาสงสารน้องๆ นางรำมาก เพราะนางรำของวงยอดรักคอมโบ้ล้วนเป็นนักศึกษา พวกเขาหาเงินด้วยหยาดเหงื่อส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือโดยไม่รบกวนค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครอง ทั้งค่าเทอม ค่าหอพัก และค่ากินอยู่ บางคนยังส่งเงินให้พ่อแม่อีกด้วย น้องๆเหล่านี้ได้ลงทะเบียนเพื่อรับเงิน 5,000 บาท จากรัฐบาล แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ แล้วคุณปรีชาก็ถอนหายใจ เพราะความสงสารน้องๆ และชาวคณะ พร้อมกับตัดพ้อว่า “แล้วแต่บุญแต่กรรม”
"ผมขอสื่อบทความนี้ไปยังรัฐบาล โปรดช่วยดูแลพวกเขาด้วย เพราะพวกเขา “ไม่มีเศษเงินหลังตู้เย็น”






