
พ.ร.ฎ.กำหนดเขตสำรวจกักตุนโภคภัณฑ์ มีผลบังคับแล้ว ฝ่าฝืนโทษหนักคุก 2 ปี
พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ.2563 ประกาศวันที่ 6 เมษายน 2563 มีผลใช้บังคับทันที
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์พ.ศ. 2563
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์เพื่อป้องกันมิให้เกิดภาวะการขาดแคลนโภคภัณฑ์อันกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ. 2497 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า“พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ. 2563
มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้กำหนดท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นเขตสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์
มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีการระบาดอย่างรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด- 19 อันเป็นโรคติดต่อร้ายแรง ทำให้บุคคลบางคนบางกลุ่มถือโอกาสกักตุนโภคภัณฑ์ เพื่อประสงค์ให้สิ่งของดังกล่าวขาดแคลนในท้องตลาด ราคาสิ่งของจะได้สูงขึ้นแล้วจึงนำของดังกล่าวออกขาย อันเป็นการกระทำที่เอารัดเอาเปรียบและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและสังคม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ต้องเฝ้าระวัง ควบคุมติดตาม และระงับยับยั้งการระบาดของโรคดังกล่าวอย่างเข้มข้น สมควรกำหนดให้ท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นเขตสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์เพื่อควบคุมดูแลมิให้เกิดการกักตุนโภคภัณฑ์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ.2563 ประกาศวันที่ 6 เมษายน 2563 จะมีผลทำให้ กระทรวงมหาดไทยสามารถเข้าไปตรวจสอบการกักตุนโภคภัณฑ์ได้ทั่วประเทศ ตามอำนาจที่บัญญัติไว้ในพ.ร.บ.สำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ.2497 หากผู้ใดไม่ปปฏิบัติตามจะมีโทษ ดังนี้
มาตรา 10 ผู้ใดไม่ยอมชี้แจงข้อเท็จจริงตามความในมาตรา 9 (1) หรือฝ่าฝืนคำสั่งหรือประกาศของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา 9 (1) (2) หรือ (4) มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา 11 ผู้ใดขัดขวางการกระทำของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือไม่ให้ความสะดวกตามความในมาตรา 9 (3) มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
มาตรา 12 ผู้ใดให้ถ้อยคำเท็จแก่คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 9 (1) หรือให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณหรือสถานที่เก็บโภคภัณฑ์ตามมาตรา 9 (2) มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสองปี หรือทั้งปรับทั้งจำ






