thansettakij
thansettakij
รัฐอัดงบ 1,500 ล้านบาทจัดซื้อยา-เวชภัณฑ์การแพทย์สู้โควิด-19

รัฐอัดงบ 1,500 ล้านบาทจัดซื้อยา-เวชภัณฑ์การแพทย์สู้โควิด-19

27 มี.ค. 63 | 09:54 น.

สธ. เผย รัฐอัดงบกลาง 1,500 ล้านบาทให้องค์การเภสัชฯจัดซื้อยา-เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ส่งให้ร.พ.ในสังกัด-ร.พ.เอกชน ดูแลรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19

27 มีนาคม 2563 นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้สนับสนุนงบประมาณ 1,500 ล้านบาทมอบให้กระทรวงสาธารณสุขจัดหายา และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยให้ องค์การเภสัชกรรม จัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) อาทิ ยาฟาวิราเวียร์ (Favilavir) ซึ่งเป็นยามาตรฐานที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบรุนแรง จำนวน 340,000 เม็ด รักษาได้ประมาณ 6,000 คน หน้ากาก N95 จำนวน 2 ล้านชิ้น ชุดPPE. จำนวน 2 ล้านชุด รวมถึงยาที่แพทย์กำหนดไว้ในแนวทางให้การรักษา เช่น ยาไฮดรอกซีคลอโรควิน (hydroxychloroquine) ยาต้านไวรัสเอดส์ดารุนาเวียร์ (Darunavir) ยาอะซิโธรมัยซิน (Azithromycin)

ส่วนการกระจายยาและเวชภัณฑ์นั้น จะบริหารจัดการจัดสรรผ่านศูนย์ปฏิบัติการกระจายเวชภัณฑ์ในภาวะโควิด-19 ที่มีองค์การเภสัชกรรม (อภ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบจัดส่งให้โรงพยาบาลภาครัฐทุกสังกัด ทั้งกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย สภากาชาดไทย กรุงเทพมหานคร ตำรวจ ทหาร และโรงพยาบาลเอกชนที่ให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โดยเบิกจ่ายจากศูนย์ปฏิบัติการกระจายเวชภัณฑ์ฯ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ขอให้โรงพยาบาลแจ้งความต้องการที่ศูนย์ปฏิบัติการกระจายเวชภัณฑ์ ฯ เพื่อให้บุคลากรในโรงพยาบาลทุกแห่งมีอุปกรณ์ในการป้องกันตนเอง และยารักษาผู้ป่วยอย่างเพียงพอ

 

สำหรับหน้ากากอนามัย (Surgical Mask) จากการประสานกระทรวงพาณิชย์ได้รับการจัดสรรให้ระบบสาธารณสุขเพิ่มเป็น 1.5 ล้านชิ้นต่อวัน จากเดิม 1 ล้านชิ้นต่อวัน เพื่อให้เพียงพอสำหรับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย เช่น พนักงานเปล แม่บ้าน รวมทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขที่ต้องออกติดตามดูแลผู้กักกันตนเองที่บ้าน

“กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามกลุ่มเสี่ยงจากต่างประเทศ จากกทม.กลับต่างจังหวัด และผู้สัมผัสจากสถานที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรค สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือขอให้ประชาชนไม่เดินทางออกจากพื้นที่ เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) งดกิจกรรมรวมกลุ่ม สังสรรค์ ร่วมสู้โควิด-19 ไปด้วยกัน” นพ.สุขุม กล่าว