
“เชียงใหม่”เร่งสำรวจสถานประกอบการรับผลกระทบโควิด
จังหวัดเชียงใหม่ เร่งสำรวจประเมินความเสียหายของสถานประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรียกประชุมคณะทำงานประเมินผลกระทบจากมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการสำรวจความเสียหายของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พร้อมนำข้อมูลดังกล่าวสรุปส่งให้กับรัฐบาลเพื่อหาทางเยียวยา
นายวิรุฬ พรรณเทวี กล่าวว่า จากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนาในจังหวัดเชียงใหม่เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น ทางจังหวัดฯ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเร่งด่วน โดยได้กำหนดให้ปิดสถานประกอบการต่างๆ ในพื้นที่เป็นการชั่วคราว ซึ่งความจำเป็นในการดำเนินการดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อสถานประกอบการต่างๆ ในหลายด้าน ทำให้ภาครัฐต้องหาทางช่วยเหลือเยียวยาให้กับสถานประกอบการเหล่านี้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้แต่งตั้งคณะทำงานประเมินผลกระทบจากมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ขึ้นมา
เพื่อประเมินความเสียหายที่สถานประกอบการต่างๆ ได้รับผลกระทบ โดยได้พิจารณาจัดแบ่งประเภทของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบออกเป็น 28 ประเภท จากนั้นจะให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เข้าไปสำรวจว่า สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบในแต่ละประเภทนั้น มีจำนวนกี่แห่ง มีผลกระทบด้านผลประกอบการรายได้มากน้อยเพียงใด มีพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด รวมถึงสอบถามข้อเสนอแนะ และความต้องการการช่วยเหลือ ซึ่งจะเร่งสำรวจให้แล้วเสร็จภายใน 2-3 วันนี้ เพื่อที่จะได้สรุปความเสียหายทั้งหมด ส่งต่อให้กับรัฐบาล เพื่อออกมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาต่อไป
สำหรับความเสียหายของจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นภาคธุรกิจท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยมีสถานประกอบการเรียกร้องให้มีการช่วยเหลือในหลายด้าน เช่น ขอรับการสนับสนุนหน้ากากอนามัยและเจลล์ล้างมือ การช่วยหาแหล่งเงินกู้ฉุกเฉิน การให้เงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดอกเบี้ย มาตรการลดดอกเบี้ยหรือพักการชำระหนี้ต่างๆ ลดจำนวนเงินนำส่งประกันสังคม หรือจ่ายล่าช้าได้โดยไม่มีเบี้ยปรับ หรือพักการจ่ายเงินประกันสังคม และกรณีเลิกจ้างขอให้มีการชดเชยค่าจ้างให้ ฯลฯ ซึ่งทางจังหวัดจะรวบรวมและสรุปผลนำเสนอให้รัฐบาลทราบต่อไป






