
สธ.ย้ำเผาศพคนติดเชื้อไม่แพร่โควิด-19
สธ.ย้ำเผาศพคนติดเชื้อโควิด-19 ได้ไม่ต้องกังวล ไม่แพร่เชื้อ วอนสังคมอย่าตามล่าหาแม่มดจากการที่เขาติดเชื้อ หรือมีความเสี่ยง เพราะไม่มีใครอยากเกิดขึ้น
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงถึงกรณีที่วัดไม่รับจัดพิธีศพให้กับผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ว่า ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าศพไม่สามารถไอจามได้ เพราะการติดต่อของโรคโควิด-19 มาจากสารคัดกลั่งเท่านั้น และเคสที่เสียชีวิตหลายรายก็ไม่มีเชื้อแล้ว อย่างกรณีชายอายุ 70 ปี ก็ไม่มีเชื้อแล้ว
"สิ่งที่ต้องกังวลไม่ใช่โรคโควิดเท่านั้น เพราะยังมีโรควัณโรคที่กระจายตามอากาศ ต้องมีการดูแลทุกราย ญาติพี่น้องที่จะทำฌาปนกิจไม่ต้องกังวลที่ศพจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด เราต่างหากที่มีโอกาสติดกันเอง ดังนั้นคนไปงานศพต้องมีโซเชียลดิสแทน เพราะเชื้อโรคอยู่ในคนปกติมากกว่า"
ตามหลักพุทธศาสนาที่มีการเผาศพเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว เพราะหลักการติดต่อของโรคเกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง ไอ จาม ดังนั้นย้ำอีกครั้งว่าผู้เสียชีวิตไม่สามารถไอจามได้ เรื่องพวกนี้คนปลงศพ เจ้าหน้าที่ ต้องมีระบบการทำงานด้านนี้อยู่แล้ว มีมาตรฐานด้านนี้อยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลใจ
"เรื่องไม่กล้าให้เผาศพ ไม่กล้าจัดงานศพของผู้เสียชีวิตจากโควิด เป็นความเข้าใจที่สื่อต้องช่วยด้วย ให้สิ่งต่างๆดำเนินการตามปกติ เพราะเกิดจากความไม่รู้ วิตกตระหนกก็จะขยายความไปกันมาก ขอให้มั่นใจถ้าสงสัยอย่างไร ต้องให้กรมควบคุมโรค ออกแนวปฏิบัติให้ได้ครับ"
นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขอความร่วมมือคนในสังคมด้วยว่า อย่าตามล่าหาแม่มดจากการที่เขาติดเชื้อหรือมีความเสี่ยง เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องช่วยกัน เขาป่วยโดยที่เขาไม่อยากป่วยแล้ว ก็ไม่มีใครอยากเกิดขึ้นหรอก เขาก็อยากหายป่วย และไม่ให้ไปติดกับคนอื่น
ส่วนกรณีรัฐบาลจจำเป็นต้องออกมาตรการยาแรงหรือใช้กฎหมายพิเศษขึ้นหรือไม่ นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวว่า จากการเรียนรู้จากประเทศต่างๆ หลายประเทศก็มีการปรับจากระดับอ่อนไปแข็งขึ้นเรื่อยๆ ถามว่าเพียงพอไหมก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนทั้งนั้น
"จีนก็เข้มงวดตั้งแต่แรก ประชาชนก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี ตัวเลขก็ลดลง ผมว่าขึ้นอยู่กับความร่วมมือและระยะของโรค ถ้าระบาดไปแล้ว กฎหมายแรงแค่ไหนก็ไม่พอ ถ้าความร่วมมือของเราเข้มข้นมากๆกว่าทุกประเทศ ไม่ต้องใช้ยาแรงกว่านี้ก็ได้ อยู่ที่ท่านเองปฏิบัติหรือไม่ เสียค่าปรับหลายล้านบาท ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่มีใครไปส่ง ยังนั่งกินข้าวที่บ้าน ไม่มีใครตามจับได้หรอกครับ ต้องดูว่าเรารักกันห่วงใยกันแค่ไหน เราพยายามเรียกร้องขึ้นมาก้มีผลกระทบตามมาก็ผลกระทบทุกคน ประกาศเคอร์ฟิวก็ออกไปซื้ออาหารตอนกลางคืนไม่ได้ แม้หิวแค่ไหน ถ้าเราไม่อยากให้ใช้มาตรการเข้มข้น แล้วคนกทม.ร่วมมือกันเป็นตัวอย่าง"นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าว






