
ลุ้นเคาะ “บิ๊กแพ็กเกจ” เยียวยาพิษโควิดชุด 2
Timeline ข่าวเด่น 24 มีนาคม 63 ลุ้นเคาะ “บิ๊กแพ็กเกจ” เยียวยาพิษโควิดชุด 2
"ฐานเศรษฐกิจ" รวบรวมไฮไลต์สถานการณ์ข่าวที่จะเกิดขึ้นในรอบวันอังคารที่ 24 มี.ค. 63 ไฮไลต์วันนี้ยังคงต้องเกาะติดสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาและผลกระทบที่ตามมาทั้งในระดับโลกและประเทศไทย
ไฮไลต์หลักวันนี้ อยู่ที่ เวลา 09.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อพิจารณามาตรการควบคุมการระบาดไวรัสโคโรนา และมาตรการชุดใหญ่ชุดที่ 2 เยียวยาผลกระทบ หลังจากการปิดสถานที่ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและจังหวัดต่างๆ ทำให้มีสถานบริการ ร้านค้า ภาคเอกชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง และมีพนักงานต้องว่างงานและตกงานจำนวนมาก
ซึ่งพลเอกประยุทธ์ สั่งการให้ทุกหน่วยงานเสนอมาตรการมาพิจารณาในวันนี้พร้อมกัน หนึ่งในมาตรการ จะเป็นของกระทรวงการคลังจะขอให้ที่ประชุมอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2563 จำนวน 20,000 ล้านบาท เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ว่างงานจากคำสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 5 ล้านคน โดยผู้ว่างงานเหล่านี้จะได้รับการแจกเงินคนละ 2,000 บาทต่อเดือนเป็นระยะเวลา 2 เดือน รวมจะได้รับคนละ 4,000 บาท
กระทรวงแรงงาน เตรียมเสนอให้ผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรค COVID-19 ได้รับค่าจ้างจากนายจ้างครบ 30 วัน แต่ถ้าหยุดงานเพิ่มตามคำสั่งแพทย์ ให้สำนักงานประกันสังคม จ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ ครั้งละไม่เกิน 90 วัน และไม่เกิน 180 วันต่อปี และเสนอปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน หากลาออก จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เพิ่มเป็น 45% ของค่าจ้างหรือถ้าถูกเลิกจ้าง ได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ เพิ่มเป็น 70% ของค่าจ้าง ระยะเวลาไม่เกิน 200 วัน
ส่วนผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงานเพราะเหตุสุดวิสัย ให้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีนายจ้างไม่ให้ทำงาน 50% หรือเดือนละ 7,500 บาท แต่ไม่เกิน 180 วัน แต่หากเป็นคำสั่งของหน่วยงานรัฐ ให้นายจ้างหยุดประกอบกิจการชั่วคราว ต้องได้รับเงินทดแทนฯ 50% ของค่าจ้าง แต่ไม่เกิน 60 วัน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน เตรียมเสนอขอเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้เป็นร้อยละร้อย เพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ
นอกจากนี้ ยังเสนอลดอัตราการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม เหลือ 4% ของค่าจ้างเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง สิงหาคมนี้ และเตรียมของบกลางกว่า 13,000 ล้านบาท เพื่อชะลอการปิดกิจการ โดยอุดหนุนเงินค่าจ้างให้ลูกจ้าง 25% ของค่าจ้างรายวัน ซึ่งมีสถานประกอบการ ขอใช้มาตรา 75 หยุดกิจการชั่วคราว กว่า 410,000 แห่ง ลูกจ้างกว่า 5,200,000 คน รวมถึงเสนองบกลาง 4,720 ล้านบาท เพื่อเยียวยาลูกจ้าง กรณีเลิกจ้างและไม่ได้รับเงินตามกฎหมาย
ส่วนการเยียวยาผู้ประกอบการ จะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน คาดว่าจะสามารถหารือกับธนาคารได้ภายในสิ้นเดือนนี้ การจัดตั้งศูนย์บริการจัดหางาน Part - time การจ้างงานเร่งด่วนโดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ขณะที่กสทช. เสนอมาตรการสนับสนุนให้ประชาชนอยู่บ้านและทำงานที่บ้าน สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือเพิ่ม 10 กิกกะไบต์ ต่อคน ต่อเดือน โดยผู้ใช้บริการ 1 คนจะได้รับการสนับสนุน 1 เลขหมาย ต่อ 1 ผู้ให้บริการ โดยจะสนับสนุนเป็นระยะเวลา 3 เดือน และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (Fixed Broadband) หรือ เน็ตบ้าน ให้ได้ระดับความเร็ว (Download) 100 Mbps โดยหักเป็นค่าใช้จ่ายจากเงินที่ต้องนำส่งกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)
และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เสนอแผนการจัดทำประกันภัยโควิด-19 สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.6 ล้านคน ซึ่งเสนอผ่านกระทรวงการคลัง โดยให้รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบเบี้ยประกันภัยให้ทั้งหมดโดยใช้งบประมาณกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ต้องจ่าย โดยคิดค่าเบี้ยคนละ 99 บาท ระยะเวลาประกัน 1 ปี ให้ความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วย ด้วยภาวะโคม่าหรือโรคร้ายแรงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโควิดได้รับความคุ้มครองคนละ 100,000 บาท อีกทั้งยังได้ค่าชดเชยรายวันระหว่างการรักษาตัวอีกวันละ 300 บาท สูงสุดนาน 30 วัน รวมไม่เกิน 9,000 บาท
และนอกจากนี้ยังมีมาตรการของหน่วยงานอื่นๆอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งต้องติดตามมาตรการทั้งหมดหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น






