thansettakij
thansettakij
สธ.ชี้ทางสองแพร่ง-หวั่น"ไทย"ซ้ำรอย"อิตาลี"ยอดติดเชื้อโควิดพุ่ง

สธ.ชี้ทางสองแพร่ง-หวั่น"ไทย"ซ้ำรอย"อิตาลี"ยอดติดเชื้อโควิดพุ่ง

23 มี.ค. 63 | 07:04 น.

สธ. ชี้ สถานการณ์โควิด-19 ของไทย อยู่ช่วง “โกลเด้นพีเรียด” ทางสองแพร่งที่คนไทยต้องเลือกเดิน ย้ำ หากไม่ร่วมมือตัวเลขพุ่งหลักหลายพัน ระบบสาธารณสุข-แพทย์รับไม่ไหว ซ้ำรอยยุโรป 

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า วันนี้เรามีตัวเลขผู้ป่วยสะสมทั้งหมดอยู่ที่ 721 ราย โดยใช้ข้อมูลจากการพ็อตกราฟโดยใช้ข้อมูลสถิติทางวิทยาศาสตร์คาดการณ์ข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร หากประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยเกินกว่า 100 ราย จะเห็นได้ว่า กราฟตัวเลขวันนี้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วดังจะเห็นจากตัวเลขของกลุ่มในประเทศยุโรป อาทิ อิตาลี อิหร่าน รวมถึงอังกฤษ และสหรัฐอเมริกาด้วยที่มีตัวเลขเพิ่มขึ้นไปถึงหลัก 100 เป็น 200 และเป็น 1,000 คน จนกระทั่งถึงระดับหลายหมื่นคนจะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากอย่างน่าตกใจ เนื่องจากปัญหาระบบสาธารณสุขเข้ามารองรับไม่ทัน

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์

ขณะที่ประเทศเกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ปรากฏว่าเมื่อมีตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นแต่กลับพบว่า เส้นกราฟของกลุ่มประเทศเหล่านี้ถูกเบนออกไปได้หลังจากตัวเลขพุ่งสูงขึ้นไประดับหนึ่งแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่า ตัวเลขของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นไปถึงหลัก 7 พันคน เช่นเดียวกันประเทศญี่ปุ่นที่ตัวเลขพุ่งขึ้นไปหลักพันเส้นกราฟก็เบนออกไปเช่นกัน

เช่นเดียวกับสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ที่มีตัวเลขอยู่ที่ 721 ราย ซึ่งเป็นทางสองแพร่งเราเลือกจะไปทางซ้ายหรือขวา ทั้งนี้ อยู่ที่การปฏิบัติตัวของประชาชนล้วนๆที่จะต้องมีวินัย เพื่อหยุดการแพร่เชื้อ ในทางการแพทย์เรียกว่า ห้วงเวลานี้ว่า โกลเด้นท์พีเรียด (Golden Period) คือ เวลาทอง

ถ้าเราไม่ปรับพฤติปฏิบัติตัว มีวินัยอย่างเคร่งครัดในการหยุดอยู่บ้านเพื่อหยุดเชื้อ หรือออกไปนอกบ้านแล้วระวังป้องกันตัวเองเราก็จะเดินไปเหมือนเช่นประเทศทางยุโรป นั่นหมายความว่า อีกไม่กี่วันเราก็เกือบจะทะลุหลายพันคน ซึ่งถ้าถึงวันนั้นเราก็นึกไม่ออกว่าทางการแพทย์เราจะรับมือได้มากน้อยแค่ไหน แม้ว่าจะทำดีที่สุดในระบบสุขภาพที่แข็งแรงมากก็ตาม ก็เสี่ยงที่จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ดังนั้น เราอยู่ในจุดที่ประชาชนเลือกได้ว่า เลือกที่จะทำให้ออกไปในแนวทางไหน จะเลือกเส้นกราฟที่เบนออกไปเช่นกันกับประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

สธ.ชี้ทางสองแพร่ง-หวั่น"ไทย"ซ้ำรอย"อิตาลี"ยอดติดเชื้อโควิดพุ่ง

“อย่างไรก็ดี ขณะนี้เราไม่สามารถหยุดการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยได้แต่เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้เส้นกราฟเบนออกไปในทิศทางที่มีผู้ป่วยลดน้อยลง หรือว่าจะทำให้พุ่งโด่งขึ้นไปเหมือนกับบางประเทศในยุโรป หรือในอเมริกา ขึ้นอยู่กับมือท่านเท่านั้น เพราะการแพทย์และสาธารณสุขทำได้แต่เพียงแค่การคอยค้นหาและรักษาให้ยาได้เท่านั้น ดังนั้น มาตรการรัฐใดที่ออกมาขอให้เข้าใจกระบวนและคอนเซ็ปต์ว่าหลักการคืออะไรแล้วช่วยดำเนินการตาม เช่น ห้ามไม่ให้ไปรับประทานอาหาร แต่ท่านก็ไปรวมตัวกันดื่มเหล้านอกพื้นที่ ซึ่งเราก็ไม่อยากให้ถึงจุดที่รัฐต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ ห้ามไม่ให้ออกไปนอกบ้านเลย

สธ.ชี้ทางสองแพร่ง-หวั่น"ไทย"ซ้ำรอย"อิตาลี"ยอดติดเชื้อโควิดพุ่ง

ตอนนี้เราเห็นภาพการเดินทางกลับภูมิลำเนาซึ่งก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดเริ่มตั้งแต่การขึ้นรถบัส รถทัวร์ ซึ่งเป็นระบบปิด และอยู่ด้วยกันเป็นระยะเวลายาวนาน และนั่งกันอย่างแออัด ดังนั้น อยากจะขอให้ปลายทางแต่ละจังหวัดมีการรายตัวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และกักตัวเองเพื่อหยุดการแพร่เชื้อโรค

ด้านนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกว่า ขณะนี้มี 185 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 1 นครรัฐ 2 เรือสำราญ โดยข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม-23 มีนาคม 2563 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 329,624 ราย เสียชีวิต 14,433 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 81,054 ราย เสียชีวิต 3,261 ราย อิตาลี พบผู้ป่วย 59,138 ราย เสียชีวิต 5,476 ราย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน

ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทยนั้นมีผู้ป่วยเพิ่ม 122 คน ตัวเลขสะสมอยู่ที่ 721 ราย (ลำดับที่ 600-712 ราย) เป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 668 ราย กลับบ้านวันนี้จำนวน 7 ราย ทั้งนี้ สำหรับผู้ป่วยใหม่จำนวน 122 รายแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 20 ราย โดยในกลุ่มนี้แบ่งเป็น กลุ่มในสนามมวย 4 ราย และกลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานก่อนหน้านี้ จำนวน 16 ราย

กลุ่มที่ 2 เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 10 ราย ได้แก่ กลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ เป็นชาวไทย 2 ราย เดินทางมาจากปอยเปต และเยอรมนี และชาวต่างชาติอีก 2 ราย เดินมาจากสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมัน และกลุ่มผู้ทำงาน เป็นพนักงานในคลับ หรือ บาร์ และเป็นดีเจในผับซึ่งมีความแออัด และใกล้ชิดกับคนจำนวนมากรวมทั้งเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ ซึ่งอาศัยอยู่ที่ สุราษฎร์ธานี ร้อยเอ็ด ภูเก็ต และกระบี่ จำนวน 6 ราย

กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มผู้ที่ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อโควิด 19 แต่อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค จำนวน 92 ราย  

นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยอาการหนักจำนวน 7 ราย ที่ยังใส่เครื่องช่วยหายใจ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอยู่ในสถาบันบำราศนราดูร ร.พ.เพชรบูรณ์ และร.พ.สาธารณสุขในสังกัดโรงเรียนแพทย์ และร.พ.เอกชน

สธ.ชี้ทางสองแพร่ง-หวั่น"ไทย"ซ้ำรอย"อิตาลี"ยอดติดเชื้อโควิดพุ่ง