
จัดระเบียบคำชะโนด"เว้นระยะ"เข้าสักการะพ่อปู่ฯ
จังหวัดอุดรธานีโดยคณะกรรมควบคุมโรคติดต่อจังหวัดด ขานรับมติ ครม. ปิดสถานบริการ-บันเทิง 14 วัน จัดระเบียบการวังนาคินคำชะโนดกำหนดกติกาการเข้าสักการะ คัดกรองเข้มคนเข้าออกทั้งสนามบิน บขส. รถไฟ
ครม.มีมติเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤติการณ์จากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ปิดสถานที่ที่เป็นการชุมนุมคนจำนวนมากในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 14 วัน คณะกรรมการโรคระบาดจังหวัดอุดรธานี มีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธาน มีมติให้งดการจัดกิจกรรมในเทศกาลสงกรานต์ ปิดสถานที่ที่แออัดเบียดเสียดหรือที่ที่มีประชาชนรวมกันจำนวนมาก เช่น สนามมวย สนามกีฬา สนามม้า สนามชนไก่ สถานบันเทิง สถานนวดแผนโบราณ สถานมหรสพ โรงหนัง สถานที่ออกกำลังหรือฟิตเนส ที่มีเครื่อง ออกกำลังที่ใช้งานร่วมกันหลาย ๆ คน เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-31 มีนาคม 2563 เช่นกัน
ส่วนห้องอาหาร ไม่ได้สั่งปิด แต่ขอความร่วมมือปรับเปลี่ยนการให้บริการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การตั้งโต๊ะหรือที่นั่งให้ห่างกันในระยะ 1-2 เมตร เพื่อให้ยากต่อการสัมผัส หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้สิ่งของร่วมกัน เพื่อลดความเสี่ยง ส่วนกิจกรรมถนนคนเดินถนนหน้าศาลากลางจังงหวัดทุกวันศุกร์-เสาร์นั้น เทศบาลนครอุดรธานี แจ้งว่าได้สั่งงด 2 สัปดาห์ เช่นกัน
นอกจากนี้แล้วจังหวัดอุดรธานีมีวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญหลายแห่ง เช่น วังนาคินคำชะโนด อ.บ้านดุง ซึ่งเป็นสถานศักดิ์สิทธ์ที่มีคนเดินทางมาท่องเที่ยวทำพิธีสักการะจำนวนมาก บางวันมากกว่าหมื่นคน จึงมีแนวทางให้มีการจัดระเบียบในการเข้าทำพิธีสักการะ เช่น จัดให้เข้าเป็นรอบ รอบละไม่เกิน 200 คน จัดระเบียบเส้นทางการเดินเข้าทาง-ออกทาง บนสะพานนาคให้สวนกันตามพื้นที่กำหนด มีระยะห่างกัน 1-2 เมตร โดยให้มีการทำเครื่องหมายหรือตีเส้นกำกับให้เดิน ห้ามลูบเกล็ดพญานาค ฆ้อง ระฆัง ต้นไม้ทุกต้น และจับสัมผัสสิ่งของภายในบริเวณทุกชนิด พร้อมกับขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการค้อมหัวยกมือไหว้ แทนการนั่งลงกราบกับพื้น เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัส หรือการเดินเบียดสียดกันเหมือนที่ผ่านมา
เพิ่มความเข้มข้นการตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้า-ออกจังหวัดอุดรธานี ทั้งทางบกและทางอากาศ โดยที่ท่าอากาศยานอุดรธานี คัดกรองเข้มข้นทั้งผู้โดยสารที่เดินทางมาลง และที่ต้องเดินทางขึ้นเครื่องบินทุกคน รวมถึงญาติหรือผู้มาส่งก็ต้องผ่านการวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องเทอร์โมสแกนตั้งแต่ก่อนเข้าอาคารผู้โดยสาร ซึ่งจะติดตั้งเพิ่มเติมอีก 4 เครื่อง พร้อมเครื่องพ่นน้ำน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสำหรับใช้ภายนอกอาคาร
ส่วนผู้คนที่เดินทางมาโดยรถโดยสารสาธารณะมาลงสถานี บขส. 3 แห่ง คือ อยู่ในตัวเมืองอุดรธานี 2 แห่ง และที่อำเภอกุมภวาปี 1 แห่งนั้น ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดอุดรธานี ให้เจ้าของรถโดยสารทุกคันใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช็ดทำการทำความสะอาดที่นั่ง ราวจับขึ้น-ลงทุกคัน ให้จัดระเบียบช่องขายตั๋วรถโดยสารให้มีระยะห่างจากผู้ขาย 1-2 เมตร จัดระเบียบการขึ้นด้วยการตรวจคัดกรองก่อนขึ้นรถ ให้เทศบาลฯและท้องถิ่น ดูแลจัดระเบียบการเข้าออกสถานีบขส. ให้เดินเข้าออกทางเดียว พร้อมจัดเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายคัดกรองทุกคน รวมถึงสถานีรถไฟอุดรธานีให้บูรณาการมาตรการไปในทิศทางเดียวกันต่อไป
นายนิรัตน์ พงษ์สสิทธถาวร ผวจ.อุดรธานี แจ้งว่า มีสถานการณ์โคโรน่า 2019 หรือโควิค-19 จากวันที่ 28 มกราคม-วันที่ 17 มี.ค.2563 มีลูกหลานชาวอุดรธานี (ผีน้อย) และประชาชนที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง 15 ประเทศ โดยเฉพาะประเทศเกาหลีใต้ สะสม 1,606 คน มีผู้พ้นการกักกัน 14 วันแล้ว 785 คน เหลือ 821 คน สำหรับสถานการณ์โควิค-19ของจังหวัดอุดรธานีประจำวันที่ 17 มี.ค. 2563 มีคนที่เข้าเกณฑ์ตรวจหาเชื้อ 92 ราย รู้ผลแล้วไม่พบเชื้อ 87 ราย รอผลอีก 5 ราย ไม่พบผุ้ติดเชื้อ
“คนอุดรธานีเป็นคนน่ารักมาก ให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดด้วยดีทุกประการ ในกรณีป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิค-19 บางแห่งมีการเสนอขอปิด หรือปรับเปลี่ยนการให้บริการของตัวเอง ผมขอยืนยันว่าในขณะนี้จังหวัดอุดรธานีแม้ยังไม่มีคนที่ติดเชื้อโควิค-19 แต่อย่างใด ทั้งนี้ จังหวัดและทีมงานผู้ปฏิบัติทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ทำงานหนักมาตั้งแต่เริ่มเกิดวิกฤติการณ์ 28 มกราคม จนถึงปัจจุบันเพื่อให้จังหวัดรอดพ้นวิกฤติการณ์นี้ไปให้ได้ “ นายนิรัตน์ฯกล่าว






