
รับมือระยะ3 กันเขตประชิดตัว
สาธารณสุขเสนอ “มาตรการระยะ 3” รวม 9 มาตรการ 30 แผนงาน ถึงมือนายกฯแล้ว ยกระดับความเข้มข้น เร่งมาตรการ “ระยะห่างทางสังคม” ป้องกันการสัมผัสเชื้อลดการระบาดให้ได้ ครม.อนุมัติแล้วปิดสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล สถานที่ชุมนุมคนหมู่มาก ยันยังไม่ปิดประเทศ
สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ยังระบาดเพิ่มในหลายประเทศทั่วโลก ขณะที่ในไทยพบผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่มจากหลักหน่วยในระยะก่อนหน้า เพิ่มเป็นหลักสิบจากการติดเชื้อแบบกลุ่มต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุด (19 มีนาคม 2563) กระทรวงสาธารณสุขรายงาน พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 60 คน รวมเป็นผู้ติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น 272 ราย กลับบ้านแล้ว 42 ราย รักษาตัวในรพ. 229 ราย และเสียชีวิต 1 คน หลายประเทศใช้มาตรการเข้ม เช่น ปิดประเทศห้ามคนเข้าออก ขณะที่ในไทยก็มีเสียงเรียกร้องให้ประกาศการระบาดระยะ 3 และยกระดับมาตรการ
หลังการประชุมครม.วันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ปิดสถานที่ซึ่งคนมารวมตัวกันเป็นกิจวัตร และสถานบริการต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นเวลา 14 วัน นับแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานกวดวิชา สนามมวย สนามม้า ผับ บาร์ ฯลฯ โดยยืนยันยังไม่ปิดประเทศ นอกจากนี้ยังให้งดจัดกิจกรรมการรวมตัวของคนหมู่มาก งดกิจกรรมที่มีการเคลื่อนย้ายคนจำนวนมากให้หน่วยราชการทำแผนการทำงานที่บ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากมาตรการที่ครม.อนุมัติ ซึ่งเพิ่มเติมจากชุดมาตรการที่เห็นชอบไปแล้วก่อนหน้านี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยมุ่งไปยังการควบคุมการแพร่ระบาดแบบกลุ่ม และปรับพฤติกรรมในสังคมในการกำหนดระยะห่างเพื่อลดความเสี่ยงการสัมผัสเชื้อ เพื่อชะลอการระบาดไว้ให้ยาวที่สุดเป็นไปตามฉากทัศน์ที่ 3 ที่ทีมงานสาธารณสุขมุ่งมั่นจะคุมให้เป็นการระบาดตามฤดูกาลและเป็นโรคประจำถิ่นต่อไป เพื่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เสนอรายงานคาดการณ์การระบาดและมาตรการในระยะที่ 3 โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีนายกฯเป็นประธาน ไว้พิจารณาแล้ว เป็นมาตรการเพิ่มเติมจากที่ดำเนินการมาในระยะ 1 และระยะ 2 ซึ่งต้องเข้มข้นกว่าเดิม ต้องดำเนินมาตรการ Social Distancing แต่เนิ่นๆ เพื่อลดโอกาสสัมผัสโรค รวมทั้งสิ้น 9 มาตรการ 30 แผนงาน
ในเป้าหมายลดการแพร่เชื้อเข้าประเทศ มีข้อเสนอมาตรการเป็นทางเลือก แบบเข้มสุดคือห้ามการเดินทางเข้าออกจากประเทศมีการระบาด หรือให้เดินทางได้อย่างมีเงื่อนไข เช่น ให้งดไปพื้นที่ระบาดในต่างประเทศ หรือกักกันโรคผู้มาจากพื้นที่ระบาดอาจเป็นแบบกักตัวเองที่บ้าน หรือรัฐจัดสถานที่ให้ เพื่อเฝ้าระวังอาการ
ส่วนการชะลอการระบาด เสนอมาตรการเตรียมความพร้อมทั้งระบบบุคคล-องค์กร โดยให้ความรู้ลดความตื่นตระหนก รณรงค์ใช้หน้ากากผ้าในกลุ่มเสี่ยง อาคารสาธารณะต้องจัดมาตรการป้องกันลดการแพร่เชื้อ ป้องกันการระบาดภายในและทำแผนประคองกิจการ ในระดับสังคมให้เลื่อนหรือเลิกกิจกรรมรวมคนหมู่มาก เช่น ประชุม สัมมนา กีฬา ดนตรี งานแฟร์ พิธีกรรมต่างๆ ป้องกันการระบาดแบบกลุ่มในค่ายทหาร เรือนจำ โรงเรียน มหาวิทยาลัย ให้งดการเคลื่อนย้ายคนข้ามถิ่น และให้มีระบบสอบสวนควบคุมโรคโดยเร็ว ส่งเสริมระบบการทำงานจากบ้าน ธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ในระดับพื้นที่เมื่อมีการระบาด ให้ปิดสถานที่หรือชุมชน ห้ามการเดินทางเข้าออก โดยให้บุคลากรของสถานที่นั้นทำงานจากที่บ้าน ตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงให้กักกันโรคโดยกักตัวเองที่บ้าน หรือนำไปกักในสถานที่ที่รัฐจัดให้ โดยต้องเฝ้าระวังอาการและรายงานทันทีที่มีอาการป่วย
“ทั้งนี้ มาตรการสังคม โดยเฉพาะการยกเลิกกิจกรรมรวมคนจำนวนมาก เพื่อลดโอกาสสัมผัสโรค ควรดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นไป หากไม่มีมาตรการเชิงรุกเพื่อชะลอการระบาดภายในเวลาดังกล่าว สถานการณ์จะไปสู่จุดที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้ และจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว” รายงานนี้ระบุ
ด้านเป้าหมายคุ้มครองคนไทยปลอดภัยจากโรคนั้น มีข้อเสนอมาตรการป้องกันการติดเชื้อจากโรงพยาบาล โดยให้มีคลินิกโรคทางเดินหายใจในโรงพยาบาลที่แยกบริการตรวจกลุ่มเสี่ยงไปอยู่ที่เฉพาะ และดำเนินการตามมาตรฐานป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด บุคลากรที่ป่วยต้องหยุดงานตรวจหาสาเหตุทันที จัดเตรียมสำรองอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้เพียงพอใช้อย่างน้อย 3 เดือน
ส่วนการเตรียมรองรับผู้ป่วยจำนวนมากนั้น ให้ตั้งห้องปฏิบัติการวินิจฉัยทุกจังหวัด จัดหอผู้ป่วยหนักเฉพาะโรค สำหรับผู้ป่วยอาการน้อยเสี่ยงตํ่าให้พักรักษาตัวดูอาการที่บ้าน โดยมีการติดตามป้องกันโรคที่เหมาะสม ผู้ป่วยอาการปานกลางให้มีโรงพยาบาลหรืออาคารเฉพาะ จัดจุดรองรับผู้ป่วยอาการเล็กน้อยจำนวนมากนอกโรงพยาบาล บริหารทรัพยากรระหว่างโรงพยาบาลให้เหมาะสม และสำรองยาต้านไวรัสให้เพียงพอ
ด้านการจัดกำลังคน ทำแผนบริหารการลา การหยุดพักของบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่มอัตรากำลังผู้ปฏิบัติงาน บุคลากรทางการแพทย์งดไปประเทศระบาด ป้องกันถูกกักตัว 14 วัน และหมุนเวียนบุคลากรระหว่างโรงพยาล
ส่วนเป้าหมายลดผลกระทบสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสร้างความมั่นคงนั้น เสนอมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งผู้ประกอบการ ลูกจ้าง ชดเชยการขาดงานแก่ผู้ป่วยที่ถูกกักกันโรค จัดสอนเสริมให้นักเรียนในภายหลัง ทำแผนประคองกิจการ และเตรียมกำลังคนสำรองหากมีการขาดงานหรือบุคลากรป่วยจำนวนมาก ให้ทุกหน่วยร่วมมือช่วยลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อในองค์กร เป็นต้น
รายงานยํ้าว่า การชะลอและควบคุมให้ได้ผลต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างจริงจัง จำเป็นต้องมีมาตรการลดผลกระทบจากการดำเนินการควบคุมโรคต่างๆ
หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,558 วันที่ 19 - 21 มีนาคม พ.ศ. 2563






