thansettakij
thansettakij
สธ.ชงนายกฯฉีดยาแรงสกัดโควิดพรุ่งนี้

สธ.ชงนายกฯฉีดยาแรงสกัดโควิดพรุ่งนี้

15 มี.ค. 63 | 11:05 น.

กระทรวงสธารณสุข เสนอ 3 แนวทางสกัดการระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังประเมินไทยมีความเสี่ยงสูงเข้าสู่ระยะที่ 3 

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จะเสนอให้ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิจารณามาตรการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19  3 แนวทางคือ 1.ลดคนเดินทางเข้าประเทศ 2.ปิดสถานบริการที่มีความแออัด มีความเสี่ยง 3.งดกิจกรรมรวมคนหมู่มาก 

รายงานข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประเมินความเสี่ยงของการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 พบว่า แม้ว่าประเทศไทยมีความพยายามในการควบคุมโรค โดยการตรวจจับผู้ป่วยให้ได้อย่างรวดเร็ว แยกโรค และ ติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยทุกราย ทําให้การระบาดยังอยู่ในวงจํากัดในระยะที่ผ่านมา(ระยะที่ 2) แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมี ความเสี่ยงสูงที่ประเทศไทยจะพบการระบาดในวงกว้าง และเข้าสู่ระยะที่ 3 เนื่องจากเหตุผล ดังต่อไปนี้

1.ประเทศทั่วโลกที่พบการระบาดมีจํานวนมากขึ้น ทําให้มีโอกาสสูงขึ้นที่ผู้ป่วยจากประเทศเหล่านี้จะเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย ในขณะที่ความเข้มข้นในการคัดกรองของด่านควบคุมโรคมีจํากัด

2.ยังคงมีบางประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีระบบเฝ้าระวังที่เข้มแข็งเพียงพอ ทําให้ไม่ทราบสถานการณ์ที่แท้จริงของประเทศนั้นๆ และอาจมีผู้ป่วยเดินทางเข้ามาในประเทศไทย

3.ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ไม่ได้มารับการรักษาในทันที่ตั้งแต่วันแรกที่มีอาการป่วย ทั้งยังไม่มีพฤติกรรมการป้องกันการแพร่เชื้อที่เหมาะสม (ผู้ป่วยที่พบในประเทศไทยเข้ารับการรักษาโดยเฉลี่ยใน วันที่ 2 หลังจากเริ่มป่วย)

4.ประเทศไทยมีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศ ที่ไม่สามารถระบุต้นตอของการติดเชื้อได้อย่างชัดเจน

5.ประเทศไทยยังคงมีการจัดกิจกรรมรวมคนจํานวนมากอย่างต่อเนื่อง จึงมีโอกาสที่จะพบเหตุการณ์ที่ผู้ป่วยเข้าไปในสถานที่แออัดและเกิดการระบาดอย่างรวดเร็ว ดังเช่น โบสถ์ในเมืองแทกู ประเทศเกาหลี ใต้ และเรือสําราญ ประเทศญี่ปุ่น

ดังนั้นมาตรการควบคุมโรคในสถานการณ์นี้ต้องมีความเข้มข้น และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง รวมทั้งประชาชนให้ความ ร่วมมือเป็นอย่างมาก โดยมีเป้าหมายเพื่อลดโอกาสการสัมผัสโรคของประชาชนลงให้ได้มากที่สุด เช่น การงดกิจกรรม รวมคน ส่งเสริมการทํางานจากบ้าน งดการเคลื่อนย้ายคนในหน่วยงานที่มีคนจํานวนมาก เช่น ค่ายทหาร เรือนจํา โรงเรียน เป็นต้น รวมทั้งป้องกันและควบคุมการเกิดการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ เช่น การระบาดใน โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงงาน หรือในสถานที่ทํางาน เป็นต้น