
Update สธ.พบผู้ติดเชื้อโควิดในไทยเพิ่ม 32 ราย ยอดรวมพุ่ง 114 คน
กระทรวงสาธารณสุขแถลง สถานการณ์ โรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ประจำวันที่ 15 มีนาคม 2563 พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยเพิ่มอีก 32 ราย รอยืนยันอีก 51 ราย ส่งผลให้มี ผู้ป่วยสะสม 114 ราย เสียชีวิต 1 ราย
ทั้งหมด เป็นกลุ่มที่ติดมาจาก กลุ่มสถานบันเทิง และ สนามมวย 9 ราย ยืนยันผลแล้ว
กลุ่ม สัมผัสนักท่องเที่ยว (ตม., เจ้าหน้าที่ร้านอาหาร 3 ราย)
กลุ่มที่ไปเที่ยวต่างประเทศ 7 ราย, ชาวต่างชาติ 2 ราย
ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขเตรียมเสนอบังคับใช้กฎหมายปิดพื้นที่กิจกรรมที่รวมกลุ่มเป็นจำนวนมาก เพื่อลดความเสี่ยงการระบาดของโรค
อ่านประกอบ สธ.ชี้ไทยเสี่ยงสูงระยะ 3 ป่วยโควิดน้อยสุด 4.4 แสนคนใน 2 ปี
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค , นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และคณะ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์การป้องกันและเฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) โดย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อว่า วันนี้มีผู้ป่วยที่เดินทางกลับบ้านได้ 35 ราย โดยในกลุ่มผู้ป่วยใหม่ขณะนี้ที่เมื่อวานบอกติดตามอยู่ 36 ราย ผลตรวจออกมาแล้วว่ามีผู้ป่วยใหม่ทั้งหมด 32 ราย เกี่ยวข้อง 6 กลุ่ม
1.กลุ่มสถานบันเทิงในผับ มี 3 ราย ซึ่ง 1 รายสัมผัสกับชาวฮ่องกงและอีก 2 รายสัมผัสกับชาวเกาหลี และมีสถานบันเทิงกลุ่มใหม่ที่ติดอีก 5 ราย โดยกลุ่มสถานบันเทิงทั้งหมดกระทรวงก็ประสานงานติดตามอยู่
2.กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสนามมวยลุมพินี มีทั้งหมด 9 รายที่ยืนยันแล้ว 3.กลุ่มที่สัมผัสกับนักท่องเที่ยว คือ ตำรวจ ตม. และพนักงานบริษัทในร้านอาหารสนามบินสุวรรณภูมิ รวม 3 ราย 4.กลุ่มเที่ยวต่างประเทศกลับมา 7 ราย (เป็นคนไทย 5 ราย ต่างชาติที่ไม่สบายแล้วเข้ามาในไทย 2 ราย)
5.กลุ่มข้าราชการเดินทางไปดูงานในประเทศสเปน 1 ราย 6.กลุ่มผู้สัมผัสเจ้าของร้านอาหาร ที่ติดเชื้อ 2 ราย โดยอยู่ระหว่างสอบสวนโรค 3 ราย และมีผู้ป่วยที่รอตรวจเพื่อยืนยันอีก 51 รายซึ่งเป็นผู้สัมพันธ์กับ 6 กลุ่มดังกล่าว
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงเหตุที่ยังคงมีการแพร่ระบาดว่า ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขให้คำแนะนำมาตลอดว่าให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศช่วงนี้ ซึ่งยังมีเดินทางไป และเมื่อกลับมาแล้วยังไปสุงสิงกับสังคมจึงเกิดการติดเชิ้อและติดกันหลายกลุ่ม จึงแสดงว่าอาจมีปัญหาเรื่องสถานที่ซึ่งเราก็ได้ติดตาม โดยขอให้หลีกเลี่ยงไปในสถานที่คนหนาแน่น และสถานที่มีต่างชาติอยู่ เช่น ผับ สนามมวย หรือร้านอาหารไฟสลัวๆ ส่วนหน่วยงานราชการเองก็ขอร้องให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ซึ่งส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ได้งดการดูงานในต่างประเทศแล้ว 100% ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการแจ้งเป็นมาตรการ และขอให้เน้นความสะอาดในสถานที่ต่างๆ
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีกลุ่มเดินทางกลับจากประเทศอิตาลีอีก 83 ราย มาลงที่สัตหีบ ก็เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน 78 ราย , นักท่องเที่ยวคนไทยที่ติดค้างอยู่ 3 ราย และพนักงานสายการบิน 2 ราย โดยพบว่าในจำนวนนี้ มี 6 ราย มีไอ มีน้ำมูก แต่ไม่มีไข้ ซึ่งส่งตัวไปตรวจยังโรงพยาบาล สัตหีบ กม.10 จำนวน 3 ราย , รพ.บ้านฉาง 1 ราย , รพ.มาบตาพุด 1 ราย และรพ.ระยอง 1 ราย ส่วนผู้เดินทางอีก 77 คน ส่งไปพักสังเกตุอาการที่อาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี จนครบ 14 วัน โดย
ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ภาพรวมเรายังพบผู้ป่วย 2 กลุ่มใหญ่ 1.กลุ่มที่เดินทางมาจากต่างประเทศ หรือคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศแล้วมีอาการเจ็บป่วย 2.กลุ่มคนที่อาจไปสัมผัสกับชาวต่างชาติ หรือคนป่วยแล้วแพร่ตัวโรคผ่านจากกิจกรรมที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด โดยสิ่งที่ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้วคือ สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร รายงานว่าพิ้นที่ที่มีสถานบันเทิง
เช่น ผับ ก็ได้หยุดดำเนินการและทำความสะอาดไม่น้อยกว่า 3 วันนั้น ดำเนินการไปกว่า 10 แห่งขึ้นไป 2.เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ประเด็นมาตรา 34(4) พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ที่ให้เจ้าพนักงานออกคำสั่งให้มีการดำเนินการใดๆ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง และมาตรา 35 ที่รองนายกฯ ระบุว่าจะเสนอมาตรการให้ปิดพื้นที่ที่มีกิจกรรมรวมกลุ่มจำนวนมากที่อาจจะแพร่โรคได้
ด้าน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า หลังจากเดือนที่ผ่านมาปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้คอนเฟอเรนซ์กับหน่วยสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศไปแล้วว่ากระบวนบิ๊กคลีนนิ่งเป็นเรื่องสำคัญตั้งแต่สถานการณ์ที่เราพบผู้ป่วยรายแรกเป็นคนขับแท็กซี่และยังเน้นเรื่องการทำความสะอาดสถานที่อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามช่วงนี้เรายังต้องดำเนินการบิ๊กคลีนนิ่ง ใน 3 ส่วน 1.ส่วนที่ให้ไปควบคุมตัวเองที่บ้าน ก็มีแนวปฏิบัติเรื่องการดูแลในส่วนของอนามัยสิ่งแวดล้อมในบ้าน โดยการให้ควบคุมตัวเองในบ้านนั้นจะเป็นประโยชน์กับทุกคนเพราะยังไม่ใช่คนป่วยแต่เป็นการดูแลอนามัยสิ่งแวดล้อมไม่ให้มีการปนเปื้อนออกมาสู่ชุมชน
2.กลุ่มที่มีการรวมตัวกันในพื้นที่ ที่เราพุ่งเป้า 3 กลุ่มหลัก คือขนส่งสาธารณะทั้งในพื้นที่ส่วนกลาง เช่น หัวลำโพงและสถานีขนส่งต่างๆ ที่จะมีพื้นที่ส่วนรวมที่คนไปใช้ร่วมกันในสถานี กับตัวรถหรือโบกี้รถไฟ เราไปดูมาตรฐานทำความสะอาดอย่างเข้มข้น และให้มีความถี่การทำความสะอาดเพิ่มขึ้น , กลุ่มพื้นที่สาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า/ซูเปอร์มาร์เก็ต /ร้านอาหาร ก็จะไปติดตามดูแลว่าจัดมาตรฐานตามสุขาภิบาลอาหาร-น้ำตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะลงซุ่มตรวจเป็นระยะๆ ให้เกิดความมั่นใจว่ามาตรการที่ดำเนินการนั้นยังมีความปลอดภัย ไม่มีการกระจายของตัวเชื้อ , กลุ่มศาสนาสถาน ที่ยังมีการปฏิบัติกิจด้านศาสนาต่างๆ ก็จะเข้าไปดูว่ายังปฏิบัติกิจศาสนาไดปกติแต่ต้องลดจำนวนคนเข้าร่วม รวมทั้งให้มีการจัดความสะอาดในพิ้นที่ต่าง
3.กลุ่มจัดงานพื้นที่สาธารณะ เช่น คอนเสิร์ต ก็ได้ประกาศล่วงหน้าแล้วว่าไม่สนับสนุนให้มีกิจกรรมรวมกลุ่มกันในพื้นที่สาธารณะเหล่านี้ ก็คิดว่ากลุ่มนี้จะไม่มีกิจกรรมอีกแล้ว อย่างไรก็ดีหากพื้นที่ไหนมีเคสการเข้าไปสัมผัสก็จะมีมาตรการเรื่องทำความสะอาดแบบทั่วถึงและปิด จนเรามั่นใจว่าไม่มีการสัมผัสอยู่ในพื้นที่นั้นอีกจึงจะได้รับอนุญาตในการที่จะกลับมาดำเนินการให้เปิดใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานการณ์โควิด-19 จนถึงวันที่ 15 มี.ค.นี้ เวลา 08.00 น. ตามเอกสารรายงานสรุปของกระทรวงสาธารณสุข ปรากฎดังนี้ 1.พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่ม 32 ราย โดยรักษาหายกลับบ้าน 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 29 ปี และหญิงไทย อายุ 22 ปี จากสถาบันบำราศนราดูร โดยขณะนี้สรุปมีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 37 ราย ส่วนที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 76 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ซึ่งผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยขณะนี้รวมทั้งสิ้น 114 ราย โดยกระทรวงสาธารณสุข แนะหลีกเลี่ยง/งดเข้าไปในสถานบริการที่มีความแออัดและเสี่ยงสูง งดการเดินทางไปต่างประเทศ
2.ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.– 14 มี.ค.63 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 6,176 ราย คัดกรองจากทุกด่าน 258 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 5,918 ราย โดยอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วและอยู่ระหว่างติดตามอาการ 4,223 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 1,953 ราย 3. สถานการณ์ทั่วโลกใน 147 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 1 เรือสำราญ ข้อมูลตั้งแต่ 5 ม.ค. – 15 มี.ค.63 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 155,817 ราย เสียชีวิต 5,814 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 80,824 ราย เสียชีวิต 3,189 ราย






