thansettakij
thansettakij
แกะรอย “นักการเมือง” พันคดีหน้ากากอนามัย

แกะรอย “นักการเมือง” พันคดีหน้ากากอนามัย

11 มี.ค. 63 | 11:15 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 64 | 11:45 น.

สตช.เผยหมายเรียก "พันธ์ยศ" คดีหน้ากากอนามัยที่สามพราน ด้านเจ้าตัว ระบุไม่มีโรงงานหน้ากากของตัวเอง

 

วันที่ 11 มี.ค. เวลา 15.00น.นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำคณะเข้ามอบหน้ากากอนามัยให้กับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กว่า 10,000 ชิ้น ว่า ยืนยันว่าการนำหน้ากากอนามัยมามอบในวันนี้ เพื่อตั้งใจนำมามอบให้แพทย์ที่ขาดแคลน ไม่ได้เป็นการลบคำครหาว่ากักตุนหน้ากากอนามัย โดยหน้ากากอนามัยที่นำมาบริจาคดังกล่าว แบ่งมาจากการใช้ภายในครอบครัวและภายในบริษัท โดยการบริจาควันนี้นอกจากของส่วนตัวของตนแล้ว ยังมีหน้ากากจากอีกหลายส่วนตามที่รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ วีรชัย ประสานมาเช่นกัน
แกะรอย “นักการเมือง” พันคดีหน้ากากอนามัย

 

นายพันธ์ยศ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่นายศรสุวีร์ ภู่รวีรรัศวัชรี หรือ บอย ที่ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กขายหน้ากากอนามัยที่ระบุว่ามี 200 ล้านชิ้น และมีภาพระหว่างการจัดส่ง จึงถูกเชื่อมโยงว่าเป็นการกักตุนหน้ากากอนามัยเพื่อส่งขายนายทุนที่ประเทศจีนนั้น ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีจำนวนมากตามที่ปรากฎ แต่ภาพในคลิปเป็นเพียงมุมภาพที่อาจทำให้ดูมีจำนวนมาก เชื่อว่านายศรสุวีร์ ต้องการสร้างความเชื่อมั่นทางการค้าว่าตัวเองมีศักยภาพเพียงพอที่จะจัดหาหน้ากากอนามัยในสภาวะที่หน้ากากอนามัยกลายเป็นสินค้าควบคุม  ซึ่งในส่วนของตัวเองนั้นไม่มีโรงงานการผลิต แต่ทำหน้าที่ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ และทำหน้าที่เป็นนายหน้าประสานระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ ต้องการทำด้านการตลาดให้ชื่อบริษัทตัวเองเป็นที่รู้จักในต่างประเทศเท่านั้น ยอมรับว่าปลายทางของสินค้าล็อตดังกล่าวนั้นส่งไปยังประเทศจีน

แกะรอย “นักการเมือง” พันคดีหน้ากากอนามัย

สำหรับภาพที่ปรากฏว่า มิสเตอร์ ลี เลขานุการประธานบริษัทอาลีบาบา จำกัดถ่ายรูปในช่วงการส่งมอบหน้ากากอนามัยนั้น และภายหลังทางบริษัทอาลีบาบาออกมาชี้แจงว่าไม่ได้ส่งคนมาเจรจาทางการค้านั้นนายพันธ์ยศ ยืนยันว่าไม่รู้เรื่อง เพราะนายศรสุวีร์ เป็นผู้พามา แต่หลังจากนี้จะทำหนังสือชี้แจงกลับไปยังบริษัทดังกล่าว เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ 

“ย้ำว่าเพิ่งรู้จักนายศรสุวีร์ ไม่ถึง1 เดือน แต่นายศรสุวีร์มักมาหาผมและเข้านอกออกใน แม้แต่ในเวลาที่ผมไม่อยู่ก็ตาม ซึ่งภายหลังเกิดเหตุผมพยายามติดต่อไปสอบถามเรื่องราวข้อเท็จจริงจากนายศรสุวีร์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ และส่วนตัวคงไม่ฟ้องกลับนายศรสุวีร์ ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการ 

และในวันพรุ่งนี้ ผมจะเข้าชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก. ปอท.)ถึงแหล่งที่มาของหน้ากากอนามัยที่ปรากฏในคลิป และพร้อมจะชี้แจงทุกประเด็นที่ตำรวจต้องการ “นายพันธ์ยศระบุ

“ยืนยันว่าตัวผมเองไม่เคยถูกฟ้องร้องคดีหลอกขายหน้ากากอนามัย น่าจะเป็นการเข้าใจผิด แต่ยอมรับเคยมีกรณีลูกค้าจ่ายเงินค่ามัดจำ แต่ได้ของไม่ครบ ตรงนี้อยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ย ซึ่งผมเป็นเพียงคนกลาง”นายพันธ์ยศระบุ

รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)  เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนสถานีตํารวจภูธรโพธิ์แก้ว อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เคยออกหมายเรียก นายพันธ์ยศ อัตรอมรพงศ์ กรณีที่มีผู้ประกอบการจัดทัวร์ไปแจ้งความดําเนินคดีนายพันธุ์ยศ ความผิดเกี่ยวกับเช็คธนาคารกสิกรไทย จํานวน 1 ฉบับ  โดยหมายเรียกดังกล่าวให้นายพันธ์ยศไปพบพนักงานสอบสวนวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา 

โดยแหล่งข่าวจากสตช. ระบุว่า กรณีนี้เอกชนที่จัดทัวร์ให้กับนักเที่ยวประเทศจีน ได้ติดต่อนายพันธุ์ยศเพื่อจัดหาหน้ากากอนามัยจำนวน 8 แสนชิ้น หลังจากเกิดปัญหาเชื้อไวรัสระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน  เนื่องจากมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนของประเทศจีนติดต่อให้ช่วยเหลือ เอกชนรายดังกล่าวจึงได้ติดต่อกับนายพันธ์ยศและได้ตกลงทําสัญญาซื้อขายกันในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 ในราคาชิ้นละ 6.8 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,440,000 บาท  หลังจ่ายเงินสดให้แล้วนายพันธ์ยศฯรับปากว่าจะส่งสินค้าให้ภายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 ก่อนเที่ยงคืน

แกะรอย “นักการเมือง” พันคดีหน้ากากอนามัย

กระทั่งเวลา ประมาณ 22.00 น. ได้ติดต่อกับนายพันธ์ยศฯ ได้รับคําตอบว่าเนื่องจากเป็นวันอาทิตย์โกดัง สินค้าปิด ขอส่งสินค้าให้ในวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 แทน และในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ได้รับหน้ากากอนามัยจากนายพันธ์ยศฯ จํานวน 4.8 หมื่นชิ้น ส่วนที่เหลือปรากฏว่าเป็น หน้ากากไม่ได้มาตรฐาน  นายพันธ์ยศฯอ้างว่าจะดําเนินการติดต่อผู้ผลิตรายอื่นให้ จึงเปลี่ยนใจไม่สั่งซื้อแล้วให้นายพันธ์ยศคืนเงินส่วนที่เหลือหักจากหน้ากากอนามัย จํานวน 4.8 หมื่นชิ้น  มูลค่า 326,400 บาท 

ต่อมานายพันธ์ยศได้โอนเงินคืนให้อีก 2 ครั้ง รวมเป็นเงินสด 1 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจํานวน 4,113,600 บาท นายพันธ์ยศฯได้สั่งจ่ายเป็นเช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาอ้อมใหญ่ เลขที่เช็ค 09553423 ลง 4  กุมภาพันธ์ 2563 หลังจากนั้นเมื่อถึงกําหนดตามเช็ค ได้เปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาอ้อมใหญ่เพื่อนําเช็คฉบับดังกล่าวเพื่อเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค โดยให้เหตุผลว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย จึงได้ติดต่อกับนายพันธ์ยศเพื่อให้ชําระเงิน ตามเช็ค 

แกะรอย “นักการเมือง” พันคดีหน้ากากอนามัย

ต่อมาในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 นายพันธ์ยศได้โอนเงินคืนให้อีกจํานวน 1.2 ล้านบาท ยังขาดอยู่อีก 2,913,600 บาท และให้นําเช็คไปคืนแลกกับเงินสดที่บ้านเขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร แต่เมื่อนําเช็คไปคืนและขอรับเงินสดจํานวน 2.9 ล้านดังกล่าว ปรากฏว่านายพันธ์ยศบ่ายเบี่ยงว่ายังไม่มีเงินให้รอก่อน ทําให้ได้รับความเสียหาย จึงได้พบพนักงานสอบสวนแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีให้พนักงานสอบสวนจนถึงที่สุด 

ทั้งนี้จากสำนวนคดี พนักงานสอบสวนได้ถามว่าเอกชนรายดังกล่าวว่า ได้รับมอบเช็คของกลางเมื่อไหร่  ซึ่งเอกชนรายดังกล่าว เล่าว่า “ได้รับมอบเช็คดังกล่าวจากนายพันธ์ยศที่บริษัท ไทยเฮลท์ จํากัด สํานักงานของนายพันธ์ยศ ที่เขตหนองแขม เมื่อวันที่ 3กุมภาพันธ์ 2563”