
วิตกไวรัสโคโรนาฉุดศก.ชะลอตัว ดาวโจนส์ปิดร่วง 256.50 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (6 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเทขายหุ้นออกมาท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 แม้กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนก.พ.ก็ตาม
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,864.78 จุด ลดลง 256.50 จุด หรือ -0.98%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,972.37 จุด ลดลง 51.57 จุด หรือ -1.71% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,575.62 จุด ลดลง 162.98 จุด หรือ -1.87% แต่ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ บวก 1.8%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.6% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.1%
นักลงทุนได้เทขายหุ้น และพากันเข้าซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.695%, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.28% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 0.45% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2558
นักวิเคราะห์ระบุว่า การทรุดตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งสะท้อนความวิตกในตลาดที่ว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่ง อาจไม่เพียงพอที่จะป้องกันผลกระทบจากไวรัสดังกล่าว
ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ระบุว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนมากกว่า 100,000 รายแล้ว โดยจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มมากขึ้นนอกประเทศจีน






