
Happy Hour ลดขยะอาหาร
อาหารเหลือ ที่สุดท้ายก็กลายมาเป็น ขยะอาหาร หรือ food waste นั้น เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่อยู่ใกล้ตัวเรามาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตออกมาทั่วโลกปริมาณราวปีละ 1,300 ล้านตันนั้น แทนที่จะได้ไปหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ (ซึ่งในโลกยังมีพลเมืองที่หิวโหย แต่ไม่มีอะไรกินอีกจำนวนมาก) กลับกลายเป็นอาหารเหลือและขยะอาหารที่ไม่มีใครบริโภค คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียราวปีละ 680,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 21 ล้านล้านบาท นับเป็นความสูญเสียที่เปล่าประโยชน์และน่าเสียดาย ทั้งนี้ ในบรรดาขยะอาหารที่มีจำนวนมากที่สุดนั้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นอาหารจำพวกผักและผลไม้สดนั่นเอง
ข้อมูลดังกล่าว เมื่อนำมาประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่า ปัจจุบันยังคงมีประชากรโลกราว 10% ตกอยู่ในภาวะที่ไม่มีอาหารบริโภคอย่างเพียงพอ ร่างกายขาดแคลนสารอาหารที่จำเป็น ก็ยิ่งทำให้เราต้องตระหนักเกี่ยวกับปัญหาอาหารเหลือและขยะอาหารกันมากยิ่งขึ้น นักวิจัยยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขยะอาหารที่ถูกนำไปทิ้งตามบ่อทิ้งขยะทั่วโลกนั้น ยังเป็นอีกสาเหตุของกระบวนการสร้างก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นอีกด้วย เพราะขณะที่ขยะอาหารกำลังย่อยสลาย มันจะผลิตก๊าซมีเทนออกมา ก๊าซนี้ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่ติดไฟง่าย มีประสิทธิภาพในการสร้างภาวะเรือนกระจกได้ดีกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 260 เท่า
จากการที่ขยะอาหารนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ในทุกๆ วัน ยกตัวอย่างเมื่อร้านค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตพบว่า อาหารสดที่จำหน่ายอยู่นั้นหมดอายุการจำหน่ายแล้ว มันก็จะถูกเก็บออกจากชั้นวางจำหน่ายและสุดท้ายก็ไปจบลงที่ถังขยะและบ่อขยะในที่สุด ผู้ประกอบการค้าปลีกหลายรายทั่วโลกกำลังตื่นตัวในเรื่องนี้และพยายามหาวิธีลดปริมาณขยะอาหารภายในร้าน เช่นที่ประเทศฟินแลนด์ มีเชนร้านซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อว่า “เอส-มาร์เก็ต” (S-market) ซึ่งทุกๆ วัน 900 สาขาของเอส-มาร์เก็ตจะจัดกิจกรรม happy hour ในเวลา 3 ทุ่ม โดยทางร้านจะนำอาหารที่มีกำหนด “หมดอายุ” ภายในวันนั้น มาลดราคาเป็นพิเศษถึง 60% นั่นจึงเป็นช่วงเวลาที่ลูกค้ารู้ดีว่าจะสามารถเข้ามาซื้อผักผลไม้ เนื้อสัตว์และอาหารสดอื่นๆในราคาถูกเป็นพิเศษ โดยอาหารเหล่านั้นก็ยังมีคุณภาพดีอยู่ และหลังจากช่วง 21.00-22.00 น. ซึ่งเป็นเวลาทองก่อนร้านจะปิด ทางร้านก็จะหั่นราคาลงอีก วิธีนี้ไม่เพียงช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสซื้อสินค้าในราคาประหยัดเป็นพิเศษ แต่ยังช่วยทางร้านลดความสูญเสียจากการทิ้งขยะอาหารซึ่งมีจำนวนนับร้อยรายการในแต่ละวันอีกด้วย
หน้า 28 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,554 วันที่ 5 - 7 มีนาคม พ.ศ. 2563






