
เปิดโมเดล “10 โครงการ” กับภารกิจ "บำบัดทุกข์-บำรุงสุข" ประชาชน
เปิดโมเดล “10 โครงการ” กับภารกิจ "บำบัดทุกข์-บำรุงสุข" ประชาชน
“อนุรักษ์โค – กระบือคือหมู่บ้าน พลังงานทดแทนตามรอยพ่อ เกิดก่อชุมชนคุณธรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง”
คำขวัญของ “หมู่บ้านทับเกวียนทอง” หมู่ที่ 13 ตำบลบึงบัว อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร หมู่บ้านที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นถูกยกให้เป็น “หมู่บ้านอนุรักษ์โค – กระบือ” อาชีพหลักของชาวบ้านที่นี่คือ การทำนา รองลงมาคือ เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะโค-กระบือ อาชีพเสริม คือ “มูลโค-กระบือ” สินค้าที่มีชื่อเสียง หนีไม่พ้น ข้าวปลอดภัย ผักปลอดสารพิษ ฯ มีการใช้พลังงานทดแทน จากแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ เศษอาหารหรือขยะเปียกที่เหลือจากครัวเรือน เพื่อการลดรายจ่ายในครัวเรือน รวมทั้งโครงการอื่นๆอีกหลายโครงการ ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยของคนในหมู่บ้านกว่า 69,585 บาท/คน/ปี
นั่นเพราะหมู่บ้านที่นี่มีความเข้มแข็ง ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่เป็นประเด็นปัญหาสำคัญๆ ของหมู่บ้านร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน เช่น การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ยาเสพติด การจัดการปัญหาขยะ ฯ จัดตั้ง กลุ่ม/กองทุนชุมชนมากถึง 11 กลุ่ม/กองทุน อย่างเช่น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนหมู่บ้าน. กองทุนแม่ของแผ่นดิน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงสีชุมชน 5. กองทุนปุ๋ย 6. กลุ่มอาชีพการทำไข่เค็มไอโอดีนกะทิสดใบเตย, การทำน้ำพริกแกงเผ็ด,การทำน้ำสมุนไพร,การทำกล้วยฉาบอบน้ำผึ้ง 7. กองทุนฉางข้าว 8. กลุ่มผู้เลี้ยงโค-กระบือ 9. กลุ่มผู้ใช้น้ำประปาหมู่บ้าน 10. กลุ่ม อสม. 11. ณาปนกิจหมู่บ้าน
จึงไม่น่าแปลกใจที่มีรางวัลแห่งความสำเร็จการันตีมากมาย ล่าสุด ปี พ.ศ. 2561 เป็นชุมชนต้นแบบการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ดีเด่น ปี พ.ศ. 2558 รางวัลชนะเลิศ ระดับอำเภอ โครงการคัดเลือกหมู่บ้านดีเด่น (บ้านสวย เมืองสุข) และปี พ.ศ. 2557 รางวัลชนะเลิศ ระดับอำเภอ โครงการประกวดผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ที่มีผลงานโดดเด่น (บ้านฉัน มีดี)
นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ ผลผลิตที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมการปกครอง คือ “การขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” เป็นการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอพียง มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
นอกจากที่นี่แล้ว ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 กรมการปกครอง ยังจัดทำ “โครงการสำคัญของกรมการปกครองฯ” ที่เรียกว่า 10 Flagships for DOPA Excellence 2020”
“นายสมหวัง พ่วงบางโพ รองอธิบดีกรมการปกครอง” กล่าวว่า 10 โครงการประกอบด้วย 1. โครงการจิตอาสา พระราชทาน 2. การขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 3. การปกป้องเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ 4. ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ 5.แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง (หมู่บ้าน/ชุมชน เข้มแข็ง) 6. สัญชาติและ สถานะบุคคล 7. ศูนย์ราชการสะดวก GECC (Government Easy Contact Center) 8. อำเภอสีขาว ปลอดยาเสพติด 9. อำเภอมั่นคง และ 10. อำเภอคุณธรรม
รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวหนึ่งในโครงการ คือ "โครงการจิตอาสาพระราชทาน" ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 จัดทำโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวทางพระราชดำริเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อให้ประชาชนมีความสมัครสมาน สามัคคี มีความสุขและประเทศชาติมีความมั่นคงอย่างยั่งยืน
ความหมายของ “จิตอาสา” หมายถึง จิตแห่งการให้ความดี ความงามทั้งปวงแก่เพื่อนมนุษย์ โดยเต็มใจ สมัครใจ ซาบซึ้งใจ ปีติสุข ที่พร้อมจะเสียสละเวลา แรงกาย แรงสติปัญญา เพื่อสาธารณประโยชน์ในการทำกิจกรรมหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน กรมการปกครองมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพระราชทาน ในปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ดังนี้ 1. กำหนดให้ทุกอำเภอ ทั้ง 878 อำเภอ มีแผนงานจิตอาสาอย่างน้อย 1 แผนงาน 2. พัฒนาบทบาทศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัด/อำเภอ (ศอ.จอส.พระราชทาน จังหวัด/อำเภอ) ให้มีระบบรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ ทันสมัย สะดวกต่อการจัดเก็บและการค้นหาข้อมูล 3. ทุกอำเภอบันทึกผลการดำเนินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาลำน้ำ คูคลองฯในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E–Report) ครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้ง 878 อำเภอ/แหล่งน้ำ
ผลการดำเนินการในไตรมาสที่ 1/2563 พบว่า อำเภอบันทึกข้อมูลแล้วเสร็จ จำนวน 841 อำเภอ (1,567 แหล่งน้ำ) คงเหลือ 37 อำเภอ (10 จังหวัด) คิดเป็นร้อยละ 95.78
ทั้ง 10 โครงการ เป็นโครงการสำคัญที่ “นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง” มอบแนวทางและเป้าหมายการทำงานให้แก่ส่วนราชการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดมุ่งหมาย เพื่อเป็นการส่งมอบงานตามภารกิจหน้าที่ของกรมการปกครองให้แก่พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ จำนวน 67 ล้านคน และตอกย้ำบทบาทหน้าที่ของฝ่ายปกครองในทุกระดับ คือ “ทำให้ประชาชน ทุกข์น้อยลง สุขมากขึ้น”
โดยน้อมนำปณิธานของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” มาปฏิบัติ






