thansettakij
thansettakij
บุคลากรแพทย์ไทยติด ‘ไวรัสโคโรนา’ รายแรก

บุคลากรแพทย์ไทยติด ‘ไวรัสโคโรนา’ รายแรก

15 ก.พ. 63 | 05:45 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 64 | 12:19 น.

ไทยพบผู้ป่วยไวรัสโคโรนาเป็นบุคลากรทางการแพทย์หญิงรายแรก ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อมาก่อน

บุคลากรแพทย์ไทยติด ‘ไวรัสโคโรนา’ รายแรก

    วันนี้(15 ก.พ.63) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เพิ่ม 1 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ เพศหญิง อายุ 35 ปี โดยเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยยืนยันที่เข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร จึงอยู่ในระบบเฝ้าระวังมาตั้งแต่ต้น เมื่อมีอาการไข้ ร่วมกับอาการทางระบบทางเดินหายใจ จึงเข้ารับการรักษาในห้องแยกโรค และผลตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ให้ผลเป็นบวก ขณะนี้รักษาอยู่ในห้องแยกโรค สถาบันบำราศนราดูร 

ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์มีความเสี่ยงมากกว่าบุคคลอื่น เนื่องจากต้องให้การดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ที่ผ่านมาจึงได้มีการติดตามและตรวจอาการบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ รวม 24 ราย ปัจจุบันยังไม่มีอาการป่วยและตรวจไม่พบเชื้อ ขณะที่ผู้ป่วยยืนยันรายล่าสุด พักอยู่ที่พักตามลำพัง จึงไม่มีผู้สัมผัสใกล้ชิดที่เป็นคนในครอบครัวเพิ่มเติม

ขณะนี้แพทย์อนุญาตให้ผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายดีแล้วกลับบ้านได้อีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน อายุ 56 ปี ขณะนี้ประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันสะสม 34 ราย หายดีกลับบ้านได้แล้ว 14 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 20 ราย ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นตามลำดับ เว้นคนไทย 2 ราย ที่มีอาการหนักตั้งแต่แรกรับ โดยรายที่มีภาวะวิกฤติทางระบบทางเดินหายใจ 1 รายทีมแพทย์ได้พิจารณาใช้เครื่องช่วยพยุงการทำงานของปอด ร่วมกับการใช้เครื่องช่วยหายใจปกติ 

ส่วนอีกรายที่มีวัณโรคร่วมไม่ได้ใช้เครื่องช่วยพยุงปอด และทั้ง 2 รายได้รับการรักษาเพิ่มเติมด้วยการรับน้ำเลือดจากผู้ป่วยที่หายดีไปแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งแพทย์กำลังพิจารณาให้เป็นครั้งที่ 2 เพื่อช่วยในการรักษา ขณะนี้ถือว่าอาการผู้ป่วย 2 รายยังทรงตัว อัตราแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเลือดดีขึ้น

 "คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน มีรายงานเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าตั้งแต่มีการระบาดของโรคจนถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 มีบุคลากรทางการแพทย์ของจีน ที่มีความเสี่ยงสูงติดเชื้อ 1,716 ราย คิดเป็น 3.8% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด และมีบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิต 6 ราย คิดเป็น 0.4% ของผู้ที่ติดเชื้อแล้วเสียชีวิต ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขขอเน้นย้ำให้บุคลากรทางการแพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชน ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด โดยบุคลากรทางการแพทย์ทุกราย ทุกระดับ ทุกโรงพยาบาลที่ต้องให้บริการผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ จัดและใช้อุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะสม"