
สื่อ “แหกคอก” ใครบอกก็ไม่ฟัง
แฮชแท็กเทรนด์ทวิตเตอร์ อัดยับสื่อทีวี 3 ช่อง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 ก.พ. จนถึงตอนนี้ ก็ยังเป็นแฮชแท็กยอดฮิตในสังคมโซเชียล ที่พูดถึงด้านลบอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้คนร้ายเหตุกราดยิง ที่จังหวัดนครราชสีมา จะถูกวิสามัญไปแล้วก็ตาม
ที่มาของแฮชแท็กทีวี 3 ช่อง เกิดขึ้นในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทำการปิดล้อมห้างเทอมินอล 21 โคราช ตั้งแต่เย็นวันที่ 8 ก.พ. เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้บริสุทธิ์ภายในห้างออกมาให้ได้ และจัดการกับคนร้ายที่มีอาวุธสงครามจำนวนมาก
วินาทีความเป็นความตายของคนในห้างเรียกได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย ที่ต้องเผชิญกับคนร้ายที่ไร้หัวใจพร้อมจะยิงใครก็ได้ที่ขวางหน้า เป็นช่วงเวลาที่ต้องเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการได้สะดวกที่สุด เพื่อไม่เพิ่มคนเจ็บและเสียชีวิต
แต่ทว่าความเคลื่อนไหวและแผนการในเชิงยุทธวิธีของเจ้าหน้าทีบางส่วน กลับถูกรายงานออกบนหน้าจอทีวีและเฟซบุกไลฟ์ของสถานีช่องนั้น โดยที่รู้ดีกว่าคนร้ายก็สามารถเสพข่าวได้ตลอดเวลาเช่นกัน เห็นได้จากพฤติกรรมการอัพเดทสถานะ คลิป ภาพ ตัวเองตลอดเวลาในขณะก่อเหตุ
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสื่อทีวีอีกช่องหนึ่งส่งทีมข่าวรายงานสดหน้าห้าง และติดต่อโฟนอิน(สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์) กับประชาชนที่ติดในห้าง เพื่อให้เล่าสถานการณ์ แล้วยังถามด้วยว่า “อยู่ตรงไหนของห้าง” ทั้งที่คนคนนั้นอยู่ในวินาทีเป็นวินาทีตายเท่ากันและอาจจะพาคนอื่นซวยไปด้วยหากคนร้ายรู้ที่ซ่อน และยังปรากฏด้วยว่ามีทีวีอีกช่องหนึ่ง โทรศัพท์สัมภาษณ์พ่อแม่ของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ โดยที่ทางบ้านยังไม่ทราบข่าวร้ายข่าวนี้ จนทำให้ญาติแสดงอาการตกใจอย่างมากน้ำเสียงกรี๊ดดังขณะออกอากาศ
นี่คือเพียงบางส่วน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนั้น จึงเป็นที่มาของประชาชนเริ่มร้องเรียนวิธีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนที่กำลังทำอยู่ และที่กำลังจะทำ ผ่านไปยังองค์กรวิชาชีพสื่อและหน่วยงานกำกับดูแลอย่างกสทช.
ทั้ง สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เผยแพร่ข้อความสั้นๆระบุว่า “ขอความร่วมมือสื่อมวลชน ในการให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในปฏิบัติการจับคนร้าย ที่จ.นครราชสีมา จะได้ลุล่วง ด้วยการไม่เผยแพร่แผนปฏิบัติการ ไม่ถ่ายทอดสดการปฏิบัติ ระมัดระวังการสัมภาษณ์ผู้ติดในห้างเทอมินัล21 ซึ่งอาจจะยังตกอยู่ในอันตรายและมีความเสี่ยง #เสรีภาพบนความรับผิดชอบ ต่อด้วยสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ระบุว่า “ขอความร่วมมือสื่อออนไลน์ ไม่รายงานแผนการทำงานของเจ้าหน้าที่ #กราดยิงโคราช
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ทำ 'จดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชน' ระบุว่า ตามที่มีเหตุการณ์กราดยิงประชาชนที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครราชสีมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงผู้ก่อเหตุยังได้ควบคุมประชาชนจำนวนหนึ่งไว้เป็นตัวประกัน เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสูญเสียและตื่นตระหนกแก่ประชาชนทั่วไปเป็นอันมาก
ดังนั้นการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการเสนอข่าวในรูปแบบต่างๆ ของเหตุการณ์ควรต้องมีความระมัดระวัง และยึดหลักการนำเสนอข่าวในภาวะวิกฤติทั้งในขณะที่กำลังเกิดเหตุ และหลังการเกิดเหตุ ที่การนำเสนอข่าวนั้นจะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนยืนยันในสิ่งที่ที่เกิดขึ้น ไม่ซ้ำเติมสถานการณ์ หรือเสนอข่าวที่จะก่อให้เกิดอันตรายตัวต่อประกัน และจะต้องไม่ขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ และเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ประสบเหตุ
ทางสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการนำเสนอข่าวในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นองค์กรสมาชิกของสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยและสมาชิกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย รวมถึงเพื่อนร่วมวิชาชีพสื่อทุกภาคส่วน คงจะตระหนักและยึดมั่นต่อจริยธรรมทางวิชาชีพและไม่ก้าวล่วงสู่การระทำผิดทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ และให้ความเคารพต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว รวมถึงผู้บาดเจ็บและคนที่ถูกควบคุมเป็นตัวประกัน
ทั้งนี้ทางสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จะเร่งประสานองค์กรวิชาชีพสื่อและผู้ประกอบการสื่อรวมไปจนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกับดูแลสื่อต่างเข้าร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการกำกับดูแลการนำเสนอข่าวต่อไป ด้วยความเคารพต่อจริยธรรมทางวิชาชีพของสื่อมวลชน
การร้องขอขององค์กรสื่อเพื่อนร่วมวิชาชีพ เป็นการปรามให้สื่อที่ทำอยู่ได้หยุดทำ และปรามให้สื่อที่กำลังคิดจะทำได้โปรดอย่าทำ แบบ “เพื่อนสะกิดเพื่อน” ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความร่วมมืออย่างดีในภาวะวิกฤติแบบนี้ แต่ก็ยังปรากฏมีการ “แหกคอก” ถ่ายทอดสดและเล่าแผนปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อยู่อย่างต่อเนื่อง
จึงทำให้ กสทช. ออกโรง ออกประกาศเตือนระบุว่า “ตามที่มีการนำเสนอรายการข่าวที่ จ.นครราชสีมา ด้วยรูปแบบการรายงานสด live สด รายงานสถานการณ์ และข้อมูลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การนำเสนอข่าวสารไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชนในบริเวณโดยรอบ ตลอดจนไม่ส่งผลกระทบต่อการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน สำนักงาน กสทช จึงขอให้ทุกสถานีให้ความร่วมมือ ดังนี้ 1. ไม่ควรรายงานสด หรือแสดงข้อมูล กระบวนการ และรายละเอียดเกี่ยวกับการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฎิบัติงานในสถานการณ์นี้ 2. ไม่ควรนำเสนอข้อมูลในสถานที่ที่จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนโดยรอบ 3. ไม่นำเสนอภาพที่รุนแรง เข่นภาพผู้เสียชีวิต ภาพการยิงอาวุธ เป็นต้น จึงเรียนมาเพื่อโปรดให้ความร่วมมือและถือปฎิบัติร่วมกัน สำนักงาน กสทช.
หลังประกาศกสทช.ออกมา การรายงานข่าวในภาวะวิกฤติที่สื่อมวลชนต้องไม่เป็นเงื่อนไขขัดขวางการทำงาน เริ่มเห็นผล เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้สะดวกขึ้น โดยไม่ทำให้คนร้ายรู้ความเคลื่อนไหว แต่ก็ยังมีให้เห็นในบางสำนักที่ยังคงไม่ยี่หระกับการประกาศเตือนของเพื่อนร่วมวิชาชพและองค์กรกำกับ รวมทั้งแผนปฏิบัติการบางส่วนของเจ้าหน้าที่อาจจะถูกรายงานความเคลื่อนไหวก่อนหน้านั้นแล้ว ทำให้โซเชียลล็อคเป้าถล่มวงการสื่อมาจนถึงวันนี้ เพียงเพราะปลาเน่าไม่กี่ตัว ที่พาเหม็นไปทั้งข้อง ก็ต้องรับชมกันต่อไปว่า กสทช.จะลงดาบจัดการอย่างไร
แต่สื่อที่แหกคอก จะยิ้มภูมิใจได้แค่อย่างไรถ้าเรตติ้งดี แล้วมีคนด่าสาปแช่งทั้งบ้านทั้งเมือง






