thansettakij
thansettakij
ตลาดคอนซูเมอร์ดิ้นสู้! จัดหนักสารพัดกลยุทธ์คลอดสินค้าใหม่/ลดไซซ์ซื้อง่าย

ตลาดคอนซูเมอร์ดิ้นสู้! จัดหนักสารพัดกลยุทธ์คลอดสินค้าใหม่/ลดไซซ์ซื้อง่าย

03 เม.ย. 59 | 04:00 น.
ตลาดคอนซูเมอร์ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจซบ ปรับกลยุทธ์เดินหน้าสร้างการเติบโต ทั้งออกสินค้าใหม่/จัดแคมเปญ/ปรับขนาดฯลฯ “ล็อกซเล่ย์” ซุ่มวางเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพใหม่ “วีมิกซ์” ด้าน “ซีเล็คทูน่า” ออกไซซ์เล็กรับคนกำลังซื้อน้อยและครอบครัวขนาดเล็ก “โอรีโอ” คลอดแบบพกพา 10 บาท ซื้อง่าย จ่ายสะดวก ด้านเลย์ ฉีกตลาดสแน็กส่งรหัสลุ้นโชคในซอง แจกทอง 30 วัน 30 ล้าน

[caption id="attachment_42296" align="aligncenter" width="700"] กลยุทธ์ตลาดกลุ่มสินค้าคอมซูเมอร์ไตรมาส 1 กลยุทธ์ตลาดกลุ่มสินค้าคอมซูเมอร์ไตรมาส 1[/caption]

แม้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะประเมินว่า เศรษฐกิจและกำลังซื้อช่วงไตรมาสแรกจะยังไม่สดใส จากปัจจัยลบรอบด้าน แต่จำเป็นต้องเดินหน้าทำตลาดเพื่อรักษาฐานลูกค้า และส่วนแบ่งตลาดให้ยังคงอยู่ เพราะหากชะลอแผนก็จะส่งผลทำให้เกิดความสูญเสีย กลยุทธ์การตลาดหลากหลายรูปแบบจึงเกิดขึ้นเพื่อกระตุ้น จูงใจ และผลักดันให้ผู้บริโภคเกิดการตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นการออกไซซ์ใหม่ เพื่อให้เกิดการซื้อที่ง่ายขึ้น การเพิ่มปริมาณแต่ราคาเท่าเดิม ถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่า เป็นต้น

นางโกสุม สินเพิ่มสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในกลุ่มล็อกซเล่ย์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึง ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคช่วงไตรมาสแรกที่ยังคงทรงตัว แต่มีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย เห็นได้จากยอดขายของบริษัทใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งภาวะเศรษฐกิจแบบนี้บริษัทจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม โดยวางแนวทางการทำงานที่มีประสิทธิภาพ การบริหารงบประมาณให้เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่า และสามารถสร้างยอดขายได้ เมื่อเศรษฐกิจกลับมาเติบโตเป็นปกติ ก็จะสามารถสร้างการเติบโตได้ ส่วนการทำตลาดในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดราคา 50% การจัดโปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 ก็ยังคงมีให้เห็นเป็นปกติในปีนี้ โดยเฉพาะในส่วนของห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่ต้องการกระตุ้นยอดขาย และดึงดูดให้คนเข้ามาจับจ่ายใช้สอย

โดยไฮไลต์ของไตรมาสแรก เป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแบรนด์ “วีมิกซ์” (VMix) เข้ามาทำตลาด 3 รสชาติ เนื่องจากมองเห็นโอกาสทางการตลาด ที่พบว่าปัจจุบันเครื่องดื่มส่วนใหญ่จะใส่น้ำตาล 6-8 ช้อนชาต่อขวด ซึ่งวีมิกซ์มีจุดเด่นที่ใช้ความหวานจากหญ้าหวานและมีปริมาณแคลลอรี่เพียง 30 กิโลแคลอรี จึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการดูแลสุขภาพได้อย่างดี นอกจากนี้ ยังได้จัดแคมเปญชิงโชคท่องเที่ยวประเทศสวิสเซอร์แลนด์กับ เต๋า เศรษฐพงศ์ และคชา นนทนันท์ (Swiss Romance with Tao & Kacha) จำนวน 3 รางวัล มูลค่า 1.1 แสนบาท และรางวัล Romantic Bag จำนวน 300 รางวัลด้วย

ส่วนการลดไซซ์ เพื่อให้สินค้ามีราคาที่ต่ำลง ถือเป็นอีกกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้เพิ่มโอกาสในการขาย และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในระดับแมส ต่อเรื่องนี้ นางสาวสุภัทรา คูรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีร์ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้บริหารและจัดจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์ “ซีเล็ค” (SEALECT) ในเครือไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่ ซีเล็ค ทูน่า ขนาด 90 กรัมและ 95 กรัม จากเดิมที่มีขนาด 185 กรัม เพื่อรองรับภาวะเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์คนไทยที่อยู่ลำพังและมีขนาดครอบครัวเล็กลง ราคากระป๋องละ 29 บาท พร้อมกับการทำกิจกรรมการตลาด มีภาพยนตร์โฆษณา ส่งเสริมการขายผ่านทางสื่อออนไลน์และออฟไลน์ สำหรับภาพรวมตลาดทูน่ากระป๋องในปี 2558 โดยรวมอยู่ที่ประมาณ 750 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตประมาณ 7 -10 % ต่อปี ในขณะที่ ซีเล็ค ทูน่า มีการเติบโตมากถึง 22-25% ขึ้นเป็นผู้นำตลาดทูน่ากระป๋องด้วยส่วนแบ่งการตลาดกว่า 50%

เช่นเดียวกับนายฐานันท์ สุวรรณรักษ์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โอรีโอได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์มินิโอรีโอ ไซส์ใหม่ ขนาดซองพกพา ด้วยราคาเพียง 10 บาท เพื่อกระตุ้นการบริโภคให้เกิดได้บ่อยยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นตลาดบิสกิตของประเทศไทยที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.23 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 6.7% ถือเป็นตลาดที่มีโอกาสในการเติบโตสูง แม้ว่ามีผู้แข่งขันในตลาดมากรายก็ตาม โดยผลิตภัณฑ์คุกกี้มีส่วนแบ่ง 28% ของตลาดบิสกิตโดยรวม และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 1.9%

นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดทำแคมเปญ “เปิดประสบการณ์ใหม่กับโอรีโอ” เพื่อกระตุ้นตลาดขนมประเภทคุกกี้ ด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบ 3 มิติครบทุกด้าน ทั้งออนแอร์ (On-Air) ออนไลน์ (Online) และ ออนกราวนด์ (On-Ground) ซึ่งจะทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุก ๆ ช่องทาง และได้ปรับโฉมรูปลักษณ์ของคุกกี้โอรีโอที่ติดตาทุกคน จากลายโอรีโอธรรมดาเป็นลายปั๊มนูนแบบลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่แตกต่างกันถึง 6 ลาย ได้แก่ ลายหัวใจ ลายกุญแจ ลายแว่นขยาย ลายดินสอ ลายบิดเปิดคุกกี้ และลายหลอดไฟไอเดียความคิดสร้างสรรค์

ส่วนนายวิชาล คาอูล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จํากัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายมันฝรั่งแบรนด์เลย์ กล่าวว่า ได้จัดแคมเปญ ‘เลย์ เฮสนั่น 30 วัน 30 ล้าน’ เพื่อกระตุ้นตลาดขนมขบเคี้ยวที่มีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นโปรโมชั่นแคมเปญของเลย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดและยังถือเป็นครั้งแรกในวงการขนมขบเคี้ยวที่มีการใช้รหัสในซองเพื่อให้ผู้บริโภคได้ลุ้นชิงรางวัลทองคำมูลค่า 1 ล้านบาททุกวันตลอด 30 วัน รวม 30 ล้านบาท รวมทั้งรางวัลพิเศษกับแพ็คเกจทริปบินลัดฟ้าไปชมศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ด้วย

ด้านกิจกรรมการตลาด เลย์เตรียมจัดกิจกรรมแบบครบวงจรเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่มผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ อาทิ สื่อกลางแจ้ง สื่อ ณ จุดขายและในร้านค้า สื่อดิจิตอลและกิจกรรมออนไลน์ รวมทั้งภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ที่ได้นักเตะดาวยิงระดับโลก “ลิโอเนล เมสซี่” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ถ่ายทอดโมเมนต์สุดมันส์ของการเชียร์ฟุตบอลยูฟ่าฯ ที่มีสีสันขึ้นเมื่อมี “เลย์” โดยนอกจากประเทศไทย ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ยังได้เตรียมออกอากาศในอีกหลายประเทศด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เลย์ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่มาทำตลาดในช่วงไตรมาสแรก 2 รสชาติ ได้แก่ กลิ่นฮันนี่บัตเตอร์ และกลิ่นป๊อปคอร์นคาราเมล

นายตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ กล่าวว่า แม้ภาพรวมตลาดรังนกในช่วงไตรมาสแรกถือว่าเติบโตได้ดีในอัตรา 10% ขณะที่ซุปไก่สกัดและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเติบโตในอัตรา 5-6% ซึ่งเป็นผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วงปลายปี 2558 ส่งผลกำลังซื้อในไตรมาสแรกฟื้นตัวและได้รับอานิสงส์ตามมาด้วย บริษัทจึงได้ทุ่มงบประมาณการตลาด 100 ล้านบาทเพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ผู้ชายคนแรก "หลี่ เหลียง เหว่ย" หรือ "ติงลี่" เพื่อทำตลาดคู่กับแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนเดิม "ญาญ่า อุรัสยา" ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันยอดขายโต 10% และขยายฐานลูกค้าเพศชายเพิ่มขึ้นเป็น 50% ภายใน 2 ปีนับจากนี้

“กำลังซื้อช่วงไตรมาสแรกปีนี้ดีขึ้น และน่าจะดีต่อเนื่องไปถึงไตรมาสที่ 2 เพราะรัฐบาลกระตุ้นกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ประกอบกับบริษัทปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ทางการตลาด อย่างการจับตลาดกลุ่มลูกค้าชาวจีน ที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวฐานใหญ่ที่เข้ามาในประเทศขณะนี้ด้วย ทำให้คาดว่าปีนี้แบรนด์รังนกจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,145 วันที่ 3 - 6 เมษายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline