
เพิ่มทางเลือกและกระจายการลงทุน
ช่วงนี้มีการพูดถึงเรื่อง เงินบาทแข็งค่ากันมาก เพราะถ้าดูปีที่แล้ว แข็งขึ้นเกือบ 9% กลายเป็นสกุลเงินที่แข็งค่ามากที่สุดสกุลหนึ่งของโลกแบบไม่น่าเชื่อ ซึ่งคนที่สั่งซื้อของจากต่างประเทศ หรือมีแผนไปเที่ยวต่างประเทศ ก็คงจะชอบใจ เพราะใช้เงินบาทน้อยลง แต่คงไม่ใช่กับกลุ่มที่มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศแน่ๆ เพราะได้เงินบาทน้อยลง
ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เอง ออกมาตรการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ดูเหมือนว่า ยังไม่สามารถหยุดยั้งไม่ให้เงินบาทแข็งค่าลงได้ ที่พูดกันมาก เพราะเงินต่างชาติยังไหลไทยเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง เกิดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในสัดส่วนสูง ขณะที่เงินออกยังน้อย เพราะปัจจัยต่างๆ ในประเทศ ยังไม่เอื้อให้เกิดการลงทุน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ไม่มีการนำเข้าอุปกรณ์เครื่องจักรที่ต้องใช้เงินตราต่างประเทศมากๆ
แล้วถ้าใครที่มีพันธะภาระในการใช้เงินตราต่างประเทศ อย่างส่งไปให้ลูกหลานที่เรียนในเมืองนอกก็น่าได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็งเต็มๆ และโดยเฉพาะหลังธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์การโอนเงินออกได้เสรี หากไม่เกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถโอนออกได้เลย โดยไม่ต้องแสดงเอกสาร แต่ถ้าเกิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯจะต้องแสดงเอกสาร
ส่วนกรณีที่ต้องขออนุมัติจากธปท.ก่อนคือ ฝากเงินในต่างประเทศ ยกเว้นเป็นผู้ลงทุนตามเกณฑ์ที่กำหนด การชำระค่าสินทรัพย์ดิจิทัล การชำระทองคำไม่นำเข้าประเทศ และการชำระเงินไม่นำเข้าประเทศ และกรณีที่ยังจำกัดวงเงินคือ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี ส่งเงินให้เปล่า 50,000 ดอลลาร์ต่อปี ให้กู้กับกิจการในเครือเดียวกัน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี และลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศที่มีวงเงินเช่น รายย่อยลงทุนได้ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งตอนนี้สามารถลงได้เองแล้ว โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางการลงทุนในไทยและไม่ต้องมีเงื่อนไขสินทรัพย์ขั้นตํ่า
สำหรับขั้นตอนการลงทุนเอง โดยไม่ผ่านตัวกลาง เพียงแค่ลงทะเบียนครั้งแรกผ่านเว็บไซต์ของธปท.ที่ www.bot.or.th เพื่อรับ username และ password เสร็จแล้วยื่นความประสงค์ผ่านเว็บไซต์ธปท.และระบบจะอี-เมล์แบบรับทราบถึงผู้ลงทุน จากนั้นติดต่อขอซื้อเงินตราต่างประเทศกับธนาคารและยื่นแบบแจ้งความประสงค์และเอกสาร จากนั้นก็สามารถโอนออกไปลงทุนได้เลย
วิธีง่ายๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนมากขึ้น ในการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน แต่อย่าลืมป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน ซึ่งการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนต้องทำกับธนาคารในประเทศเท่านั้น
หน้า 23 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,543 วันที่ 26 - 29 มกราคม พ.ศ. 2563






