
พลิกวิกฤติสร้างอาชีพหาแหล่งนํ้าเพิ่มบรรเทาแล้ง
ระดมช่วยวิกฤติแล้งเหนือ-อีสาน พ่อเมืองลำพูนสร้างอาชีพใหม่ให้เกษตรกร ตากระดมแจกน้ำพื้นที่กันดาร กระเหรี่ยงทำฝายชะลอน้ำใช้เอง ขณะที่ประปาอุดรลดผลิตน้ำลง 10% เตรียมพร้อมจัดหาแหล่งน้ำสั่งห้ามทำกิจกรรมใช้น้ำมาก ยันมีน้ำพอถึงแค่เดือนมิถุนายนนี้
นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกษตรกร ไม่สามารถปลูกพืชและทำนาได้ ทำให้เกิดการว่างงานและขาดรายได้ ดังนั้นรัฐบาลและทางจังหวัดลำพูน จึงบูรณาการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ขาดรายได้ในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งสร้างโอกาสในการปรับเปลี่ยนอาชีพ และสร้างการผลิตที่เหมาะสมโดยเป็นไปตามความสมัครใจของประชาชน การมีส่วนร่วมของชุมชนและเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาสามารถดำรงชีวิตอยู่ในช่วงวิกฤติภัยแล้งได้
ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนได้รับการจัดสรรงบประมาณตามโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาภัยแล้ง ปี 2558/59 (มาตรการ 4 ระยะ 2 ครั้งที่ 1) ตามกลุ่ม/องค์กรเกษตรกรเสนอขอรับการสนับสนุน จำนวน 10 โครงการ งบประมาณ 3,637,250 บาท พื้นที่ดำเนินการ 2 อำเภอ คือ อำเภอเมือง ในตำบลศรีบัวบาน และตำบลบ้านกลาง อำเภอบ้านธิ ในตำบลบ้านธิ และตำบลห้วยยาบ โดยได้มอบเช็คเงินงบประมาณในการดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาภัยแล้ง ปี 2558/59 ให้กับตัวแทนคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล (ศบกต.) ทั้ง 4 ศูนย์ ได้แก่
1.ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 1,000,100 บาท 2. ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 189,400 บาท 3. ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน จำนวน 4 โครงการ งบประมาณ 1,383,150 บาท และ 4. ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลห้วยยาบ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน จำนวน 4 โครงการ งบประมาณ 1,064,600 บาท
ด้าน นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดตากประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงในพื้นที่การเกษตร และน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค ดังนั้นทางออกที่ได้ช่วยเหลือราษฎร ด้วยการใช้รถบรรทุกและรถดับเพลิงนำน้ำมาบริการในอำเภอแม่สอดและอำเภอใกล้เคียง ที่เป็นพื้นที่ห่างไกล และ ทุรกันดาร ขณะที่ พื้นที่ชนเผ่าชาวกะเหรี่ยงปากะญอ ในหมู่บ้านต่างๆ ชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่ระมาด เช่น บ้านป่าสัก บ้านมอตะหลั่ว บ้านโซทะ อำเภอแม่ระมาด ได้ร่วมมือร่วมใจสร้างฝายกะเหรี่ยง หรือฝายปากะญอ เพื่อชะลอน้ำกักเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้ง ที่น้ำกำลังขาดแคลน ซึ่งชาวกะเหรี่ยง-ปากะญอ ได้ร่วมกันสร้างฝายกะเหรี่ยงสู้ภัยแล้ง
ส่วนผลกระทบจากภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า น้ำประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ 2 สาขา คือ สาขาอำเภอบ้านผือ และ สาขา อำเภอเมืองอุดรธานี จาก 51 สาขา ต้องอยู่ในการเฝ้าระวัง ซึ่งทั้ง 2 สาขา ได้รายงานสถานการณ์ให้จังหวัดทราบโดยตลอดและได้ทำการแก้ไขปัญหาไปแล้ว ส่วนสาขาอำเภอบ้านผือ ได้ทำทุ่นลอยกันวัชพืชในอ่างน้ำห้วยเจียมสามารถแจกจ่ายน้ำให้ผู้ใช้น้ำปกติแล้ว และมีการวางแผนหากเกิดแล้ง ก็จะทำการขุดลอกแหล่งน้ำดิบที่ใช้ทำน้ำประปา
นายบุญเลิศ กมลวิบูลย์ ผู้จัดการประปาจังหวัดอุดรธานี กล่าวเสริมว่า การประปาจังหวัดอุดรธานี ใช้แหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาเลี่ยงตัวเขตเทศบาลนครอุดรธานีและใกล้เคียง 2 แห่งคือ อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง และอ่างเก็บน้ำหนองสำโรง และมีโรงผลิตน้ำประปา 2 แห่งคือ ที่บ้านนิคมสงเคราะห์ กำลังการผลิต 2 พัน ลบ.ม/ช.มและที่บ้านถ่อน กำลังผลิต 2 พัน ลบ.ม/ช.ม. ซึ่งทั้ง 2 โรงผลิตจะใช้น้ำดิบจากเขื่อนห้วยหลวงไม่เกินวันละ 3.6 พัน ลบ.ม./ช.ม. อย่างไรก็ดีขณะนี้การประปาอุดรธานีได้ใช้น้ำให้เป็นไปตามมาตรการประหยัดน้ำด้วยการลดการผลิตลง 10% และสามารถใช้น้ำประปาไปได้ถึงเดือนพฤษภาคม และหากฝนไม่ตกตามคาดการณ์ก็ยังสามารถใช้น้ำก้นอ่างได้ไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2559 และหากถึงขั้นวิกฤติก็สามารถจะนำน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำกุมภวาปีได้ชั่วโมงละ 300 ลบ.ม.ซึ่งมั่นใจว่าน้ำประปาจะมีให้เมืองอุดรธานีมีน้ำใช้ถึงเดือนมิถุนายน 2559 ขณะเดียวกัน ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในเขตชลประทานหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,145 วันที่ 3 - 6 เมษายน พ.ศ. 2559
นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกษตรกร ไม่สามารถปลูกพืชและทำนาได้ ทำให้เกิดการว่างงานและขาดรายได้ ดังนั้นรัฐบาลและทางจังหวัดลำพูน จึงบูรณาการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ขาดรายได้ในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งสร้างโอกาสในการปรับเปลี่ยนอาชีพ และสร้างการผลิตที่เหมาะสมโดยเป็นไปตามความสมัครใจของประชาชน การมีส่วนร่วมของชุมชนและเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาสามารถดำรงชีวิตอยู่ในช่วงวิกฤติภัยแล้งได้
ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนได้รับการจัดสรรงบประมาณตามโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาภัยแล้ง ปี 2558/59 (มาตรการ 4 ระยะ 2 ครั้งที่ 1) ตามกลุ่ม/องค์กรเกษตรกรเสนอขอรับการสนับสนุน จำนวน 10 โครงการ งบประมาณ 3,637,250 บาท พื้นที่ดำเนินการ 2 อำเภอ คือ อำเภอเมือง ในตำบลศรีบัวบาน และตำบลบ้านกลาง อำเภอบ้านธิ ในตำบลบ้านธิ และตำบลห้วยยาบ โดยได้มอบเช็คเงินงบประมาณในการดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาอาชีพเกษตรกรตามความต้องการของชุมชนเพื่อบรรเทาภัยแล้ง ปี 2558/59 ให้กับตัวแทนคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล (ศบกต.) ทั้ง 4 ศูนย์ ได้แก่
1.ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 1,000,100 บาท 2. ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน จำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 189,400 บาท 3. ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลบ้านธิ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน จำนวน 4 โครงการ งบประมาณ 1,383,150 บาท และ 4. ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลห้วยยาบ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน จำนวน 4 โครงการ งบประมาณ 1,064,600 บาท
ด้าน นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดตากประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงในพื้นที่การเกษตร และน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค ดังนั้นทางออกที่ได้ช่วยเหลือราษฎร ด้วยการใช้รถบรรทุกและรถดับเพลิงนำน้ำมาบริการในอำเภอแม่สอดและอำเภอใกล้เคียง ที่เป็นพื้นที่ห่างไกล และ ทุรกันดาร ขณะที่ พื้นที่ชนเผ่าชาวกะเหรี่ยงปากะญอ ในหมู่บ้านต่างๆ ชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่ระมาด เช่น บ้านป่าสัก บ้านมอตะหลั่ว บ้านโซทะ อำเภอแม่ระมาด ได้ร่วมมือร่วมใจสร้างฝายกะเหรี่ยง หรือฝายปากะญอ เพื่อชะลอน้ำกักเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้ง ที่น้ำกำลังขาดแคลน ซึ่งชาวกะเหรี่ยง-ปากะญอ ได้ร่วมกันสร้างฝายกะเหรี่ยงสู้ภัยแล้ง
ส่วนผลกระทบจากภัยแล้งในพื้นที่ภาคอีสาน นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า น้ำประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ 2 สาขา คือ สาขาอำเภอบ้านผือ และ สาขา อำเภอเมืองอุดรธานี จาก 51 สาขา ต้องอยู่ในการเฝ้าระวัง ซึ่งทั้ง 2 สาขา ได้รายงานสถานการณ์ให้จังหวัดทราบโดยตลอดและได้ทำการแก้ไขปัญหาไปแล้ว ส่วนสาขาอำเภอบ้านผือ ได้ทำทุ่นลอยกันวัชพืชในอ่างน้ำห้วยเจียมสามารถแจกจ่ายน้ำให้ผู้ใช้น้ำปกติแล้ว และมีการวางแผนหากเกิดแล้ง ก็จะทำการขุดลอกแหล่งน้ำดิบที่ใช้ทำน้ำประปา
นายบุญเลิศ กมลวิบูลย์ ผู้จัดการประปาจังหวัดอุดรธานี กล่าวเสริมว่า การประปาจังหวัดอุดรธานี ใช้แหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาเลี่ยงตัวเขตเทศบาลนครอุดรธานีและใกล้เคียง 2 แห่งคือ อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง และอ่างเก็บน้ำหนองสำโรง และมีโรงผลิตน้ำประปา 2 แห่งคือ ที่บ้านนิคมสงเคราะห์ กำลังการผลิต 2 พัน ลบ.ม/ช.มและที่บ้านถ่อน กำลังผลิต 2 พัน ลบ.ม/ช.ม. ซึ่งทั้ง 2 โรงผลิตจะใช้น้ำดิบจากเขื่อนห้วยหลวงไม่เกินวันละ 3.6 พัน ลบ.ม./ช.ม. อย่างไรก็ดีขณะนี้การประปาอุดรธานีได้ใช้น้ำให้เป็นไปตามมาตรการประหยัดน้ำด้วยการลดการผลิตลง 10% และสามารถใช้น้ำประปาไปได้ถึงเดือนพฤษภาคม และหากฝนไม่ตกตามคาดการณ์ก็ยังสามารถใช้น้ำก้นอ่างได้ไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2559 และหากถึงขั้นวิกฤติก็สามารถจะนำน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำกุมภวาปีได้ชั่วโมงละ 300 ลบ.ม.ซึ่งมั่นใจว่าน้ำประปาจะมีให้เมืองอุดรธานีมีน้ำใช้ถึงเดือนมิถุนายน 2559 ขณะเดียวกัน ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในเขตชลประทานหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,145 วันที่ 3 - 6 เมษายน พ.ศ. 2559






